ยำใหญ่ “ใส่ไข่” นายกฯประยุทธ์


เพิ่มเพื่อน    

หลังครม.เมื่อวาน (๑๔ มค.๖๒)
“นายกฯประยุทธ์” พูดหลายเรื่อง ทั้งการเมือง การบ้านการตำรวจ และการศาสนา
“พลเอก” ประยุทธ์ นี่ …….เหมือนก้อนหินร้อน กระเด็น-กระดอน จากยอดเขา กระแทก-กระทั้น รายทาง ลงมาวางสงบ กลมและเย็น เป็น “ลุงตู่” ของชาวบ้านและหลานๆ ลูกๆ ตามจริงประจักษ์
ดังที่เป็น และที่เห็นอยู่ คือ “ลุงตู่” เป็นภาพประทับอยู่ในใจชาวบ้าน แทนภาพ “นายพลทหาร” แห่งกองทัพ
มองย้อนกลับไปเมื่อ ๕-๖ ปีก่อน แล้วมองย้อนกลับมาในปัจจุบันวันนี้
ไม่น่าเชื่อ………
จาก “เหล็กกล้า” ในการทหาร แข็งคงรูป ปรับสภาพเป็น “เหล็กวิลาศ” ในการบริหาร หยุ่น-เหนียว ตามลักษณะงาน เพื่อยังประโยชน์
เพียงปณิธาน “เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และศานติสังคมชาติ” เป็นตัวตั้ง
จะสามารถเปลี่ยนคนๆ หนึ่งใน “เบ้าหลอมทหาร” สู่ความเป็นคนใน “เบ้าหลอมบริหาร” ได้ขนาดนี้
การที่ใครคนหนึ่ง……. รู้จัก “ยืดได้-หดได้” บริหารความต่างได้ ด้วย “อดทน-อดกลั้น-ยอมรับ-รอคอย” มุ่งปณิธานชัดเจน
ท่านว่า ใครคนนั้น “บรรลุ”!
เรื่องบรรลุนี่ ท่านว่า “ปัจจัตตัง” หมายถึงผู้บรรลุเท่านั้นจะรู้กับใจตัวเอง
ฉะนั้น อย่าถาม ที่ผมว่าบรรลุ คืออะไร?
อาจจะ นี่…ก็ได้
“ผมขอเรียนว่า งบประมาณทั้งหมดที่ได้รับมา (เงินช่วยงานศพบิดา-เปลว) จะไม่มีการตัดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
จะบริจาคให้ “ศิริราชมูลนิธิ” โรงพยาบาลศิริราชทั้งหมด โดยจะเป็นงบประมาณที่เข้าในกองทุน เพื่อการรักษาผู้ป่วยด้อยโอกาส เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่ “รัชกาลที่ ๙” ซึ่งเป็นกองทุนช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยที่มีรายได้น้อย ที่มีความยากลำบากพอสมควร”
หรืออาจจะแบบนี้ด้วยก็ได้…….
“การนั่งสมาธิ จะทำให้จิตใจสงบ โปร่งใส ศาสนาเป็นเครื่องมือนำทางพวกเราในการใช้ชีวิตอย่างเป็นสุข
ผมฟังพระสวดมา ๖ วันแล้ว และมีคำแปลเป็นภาษาไทยด้วย
สิ่งสำคัญอยากบอกว่า “พญามัจจุราชมีอำนาจมาก” ไม่มีใครหนีพ้นพญามัจจุราชได้
คนเรา จะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ วันนี้ ก็ทำความดีไว้ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ทำบ้านเมืองให้สงบ
พรุ่งนี้ อาจจะตายก็ได้ ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครฝ่าฝืนพญามัจจุราชได้ อย่าประมาทสู้พญามัจจุราช”
ผนวกรวมนี่ไปด้วย ก็คงไม่ผิด …….
“ผมไม่รู้ว่าคิดกันอย่างไร (วิ่งไล่ลุง-เชียร์ลุง) สื่อถามว่าจะกลายเป็นชนวนเพิ่มความขัดแย้งรอบใหม่หรือไม่ นั้น ก็เห็นสื่อประโคมข่าวกันโครมๆ ทุกวัน ทั้งสองฝ่าย
ผมได้ให้ฝ่ายความมั่นคงไปดูว่า จะทำอย่างไรกันต่อไป ถ้าเกิดอย่างนี้ ผมไม่อยากให้ประชาชนถูกแยกออกเป็นสองฝ่าย
หรือหลายคน-หลายพรรค ไปแยกชนชั้น กลุ่นโน้น-กลุ่มนี้มา
หรือแยกตามเจเนอร์เรชั่น วัยเยาวชนคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่า อะไรพวกนี้
ผมเห็นว่า ไม่เกิดอะไรดีกับบ้านเมืองเลย มันต้องหาทางร่วมมือกัน”
ครับ…………
นี่จากคำพูดนายกฯ “ต่างกรรม-ต่างคำถาม” นักข่าว ที่ทำเนียบเมื่อวาน (๑๔ มค.)
ก็จะเห็นคำพูด-คำตอบ บ่งบอกว่าผ่านการใคร่ครวญ-กลั่นกรองก่อนแล้ว จึงพูด มิได้โพล่งด้วยอารมณ์ดิบๆ อย่างตะก่อน
“ดิสรัปท์” ไม่เพียงวัตถุ
แม้กระทั่งคน การจะไปสู่สู่ยุคใหม่ ในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ก็ต้อง “ดิสรัปท์” “วิถี-คิด-ชีวิต-ทัศนะ” ตัวเองด้วย!
จากเหตุปัจจัยเหล่านี้ พวกไอ้ตี๋ มึงเย่อกันไปเถอะ
กูจะบอกว่า……..”ตู่-อยู่ยาว”!
สับสนเพศ ไม่เป็นปัญหา อยากมีอำนาจ อยากเป็นนายกฯ แล้วใช้ปัญญาชอบ มีได้-เป็นได้
แต่ “สับสนด้วยตัณหา” ถึงมีวิชาความรู้ แต่ปัญญามืดบอด เห็นรูปสามเหลี่ยมซอกขาเป็นฟิวเจอริสตา แล้วหญิง-ชายพากันสวมเสื้อผ้า เดินร้องชวน Fuck You-Fuck Me
แบบนี้น่ะหรือ ……
พรรคที่จะมานำประเทศไปสู่อนาคตใหม่ โดยมี “ไอ้ตี๋ติ๊งต๊อง” เป็นนายกฯ!?
เรื่อง “เดินไล่-เดินเชียร์” นี่ ผมเห็นงามตามนายกฯ พูด
การจะไปห้าม “คนเดิน-คนวิ่ง” คงห้ามไม่ได้
แต่ถ้าปล่อยไปอย่างนั้น ไม่บริหาร-จัดการ การเดิน-การวิ่งนั้น ก็จะ “เข้าแผน ๑” ของฝ่ายต้องการ “สร้างเหตุ”
คือใช้ “กิจกรรมวิ่ง” “นำร่อง-หยั่งกระแส” มวลชนก่อน
เมื่ออีกฝ่าย “วิ่งประกบ” ก็ “เข้าแผน” เขา!
เกิดเป็น “มวลชน ๒ ฝ่าย” ปรากฎชัดในรูป “ต่างขั้ว” พร้อมปะทะ
เมื่อเข้าแผน ๑ ก็จะสู่แผน ๒ “สร้างเงื่อนไข” สู่การปะทะ
ตอนนี้ สู่แผน ๒ แล้วไง ….ทำทุกรูปแบบ เชิงยั่วยุ กวนตีน ใช้พฤติกรรมหยาบ, ดิบ, เถื่อน, ถ่อย และพูดจาชนิด ไม่เอาเหตุผล เพื่อยั่วยุให้อีกฝ่ายตอบโต้
การตอบโต้นั่นแหละ เท่ากับการยืมมือฝ่ายตรงข้าม เป็น “แรงบวก, แรงส่ง, แรงเสริม” “งานชังชาติ” ของเขา ให้แพร่กระจาย
ได้ผลทางจิตวิทยา ดึงสังคมทางกว้างให้เข้าไปอยู่ในวงจร “ล่มชาติ-ล้างระบบ”
ทั้งที่ไม่สนใจ ก็ต้องสนใจ เพราะข่าวสารยัดเยียดมาให้อ่าน-มาให้ดู จากทุกฝ่าย
ก็อย่างที่งับ รับมาแชร์ มาโพสต์ ทั้งเรื่อง, รูป และความเห็นตอบโต้ ด่าตอบ ต่างๆ นานา ในโลกโซเชียล นั่นแหละ
จะ “เห็นต่าง-เห็นเหมือน” ค่าเท่ากัน เมื่อแพร่ขยายออกไป เท่ากับ “เข้าแผน” ฝ่ายโยกคลอนถอนเสาประเทศ ทั้งนั้น
การจัดเดิน-จัดวิ่งเหมือนกัน…….
สมมุติพรรค 3 Fuck “ฟักทอน-ฟักบูด-ฟักช่อ” วิ่งไล่ลุง หมื่นคน ฝ่ายไม่นิยมฟัก ออกมา “วิ่งเชียร์ลุง” สองหมื่นคน
นักคณิตศาสตร์ ก็จะนับหัวมาก-น้อย ว่าใครชนะใคร
แต่ทางจิตวิทยาลิ่ม เขาไม่นับแบบนั้น…….
“๓ หมื่น” จากทั้งสองฝ่ายที่ออกมานั้นแหละ คือ “ผลได้” ที่ตอบโจทย์ “ปฏิวัติมวลชน”
คือเมื่อลงถนน ไม่ว่าฝ่ายเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย นับรวมล้วนเป็นเหยื่อสถานการณ์ด้วยกันทั้งนั้น
ประชาชน ตายเพื่อประชาชน นั่นคำตะโกน
ประชาชน ตายเพื่อคนหลอกใช้ นั่นความจริง
ดูเหมือนพรรค Fuckista จะได้ใจว่า วิ่งไล่ลุง มาถูกทาง เห็นบอกจะจัดต่อๆไป
ยิ่งห้าม ก็ยิ่งเข้าง่ามตูด อีกฝ่ายจะจัดประกบไปทุกครั้ง-ทุกที่ ก็ยิ่งเข้าทาง จะเห็นประชาชนแตกเป็น ๒ ฝ่าย ลงถนน เกิดภาพรวม……..
ประชาชนแตกแยก และกระทบ-กระทั่ง สู่ปะทะกันมากขึ้น และมากๆขึ้น!
เมื่อเป็นอย่างนี้ ก็ต้องเข้าใจคำว่า “ตบมือข้างเดียวไม่ดัง”
ฉะนั้น ใครเอื้อมมาตบ ก็อย่าเอามือไปประกบ ตบตอบกับเขา ปล่อยให้ตบมือไปข้างเดียว
มันวืดดด ไม่เข้าแผน ก็จะเลิกราไป “ฟักริสตา” กันเองในพรรค!
ก็คงมีคนบอกว่า ไม่ได้..มันออก ต้องออก!
ก็ไม่เป็นไร เปลี่ยนมุมซักนิด……
เขาเดินไล่ลุงที่นั่น-ที่นี่
เราแทนที่จะออกมา “เดินเชียร์ลุง” ให้เป็นภาพมวลชน ๒ ฝ่าย
ก็หักมุม เป็นพากันไปทำความสะอาดลานวัด, สวนสาธารณะ, สาธารณสถาน ถนนหนทางซะ
แบบนี้ Win…Win ขนานแท้!
ภาพประชาชน ๒ ขั้ว “แตกแยก” ก็ไม่ปรากฏ เรื่องราวที่สังคมข่าวสารสะท้อนออกไปสู่สังคม ก็จะเป็นอีกแง่มุมที่ไม่ลบ
ไอ้พรรค Fuckista มันจะวืด กลายเป็นไอ้บ้า-อีบ้ากลางถนนให้คน ถุ้ยๆๆๆๆๆทอน!
ขอเป็นพวกนายกฯ อีกซักเรื่องเหอะน่า……
ที่บอกว่า ๒๐-๒๑ มกรา.นี้
นายกฯจะยกคณะครม.ไปประชุมกันที่จังหวัดนราธิวาส สุดแดน ๓ จังหวัดใต้นั่นน่ะ
อยากจะกราบเลย…พ่อคุณ! น่าลงไปตั้งนานแล้ว ในบรรดา ๓ จังหวัดใต้ “ปัตตานี-ยะลา” ใครก็ไปมาหาสู่กันพอสมควร
แต่นราธิวาสนี่ แทบไม่ได้ยิน ว่าใครจะลงไปเยี่ยมเยียน ถามไถ่สารทุกข์-สุขดิบพี่น้องไทยพุทธ ไทยมุสลิม ซักเท่าไหร่เลย
ก็เข้าใจ มันไกล และเสียว!
แต่ถ้านายกฯและรัฐบาลเสียวซะอีกคน มันจบเลยนะนาย
ถ้าเป็นไปได้ ไหนๆ จะไปทั้งที ….
ท่านนายกฯ น่าจะไหว้วาน “คุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล
ช่วยเอามวย “ไทยไฟท์” หรือมวยที่จัดต่อยทางโทรทัศน์กันทุกช่องนั่นก็ได้
ไปตั้งเวทีสด ต่อยสด ให้พี่น้องนราธิวาส รวมทั้งยะลา-ปัตตานี ได้ดูซักครั้ง เพื่อความครึกครื้นจะเป็นไรไป
ผมเห็นใจ พี่น้อง ๓ จังหวัดใต้เขา ถ้าเป็นไปได้ ท่านนายกฯช่วยฉลองศรัทธาซักทีเถิด
วันนี้…จบ!
 


ไม่อยากใช้คำว่า "เคยบอกไปแล้ว" ในการเขียนหนังสือ แต่วันนี้ "จำเป็น" ขออนุญาตซักครั้ง คือหลังจากเหตุ "ผีน้อย" เกิดเป็น "กรณีศึกษา" ขึ้นแล้ว

ประเทศไทย 'ยังไงๆ ต้องรอด'
เคอร์ฟิว "เซฟก่อนตายจริงๆ"
เมื่อ 5-12 เข้ามาแทน 7-11
"โรงหมอ-กระทรวง"ร่วมโรค
ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'