กลัวคุก!ไม่แตะป้อม เหลิมปัดซูเอี๋ยนาฬิกาหรูจบแลว้ /4งูเห่าบี้กกต.แจงสถานะส.ส.


เพิ่มเพื่อน    

  "ป้อม” โต้ข่าวล็อบบี้ “เหลิม” ไม่ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ลั่นพร้อมชี้แจง "เฉลิม" โบ้ยไม่รู้จัก "ประวิตร" เป็นการส่วนตัวอ้างไม่ซักฟอก หวั่นทีมงานติดคุก จะเสียชื่อหากเอาเรื่องเก่า ป.ป.ช.ตีตกไปแล้ว เท่ากับไม่ยอมรับองค์กรอิสระ โฆษก พท.ปูดนายกฯ เตรียมยุบสภาหนีการซักฟอก ผลสอบ พท.ลงดาบ 3 ส.ส.งูเห่าไม่ส่งสมัคร ส.ส. “ปิยบุตร” พลิ้วเช็กองค์ประชุม อนค.ขับงูเห่าอ้างเอาเวลาไปสู้คดีให้พรรค "กวินนาถ" ขู่ฟ้อง อนค.หากโดนแกล้ง  กกต.เผยฐานข้อมูล 4 ส.ส.ยังเป็นสมาชิก อนค.อยู่ ส่อส่งศาล รธน.วินิจฉัย

    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 15 มกราคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีตนเองจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ก็ไม่ได้รู้สึกโล่งใจหรืออะไร เพราะตนทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใส ทั้งนี้ หากฝ่ายค้านอภิปรายเกี่ยวโยงมาถึงตน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม พร้อมที่จะชี้แจง สบายอยู่แล้ว ตอบได้ ไม่มีปัญหา เพราะมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ตอบได้ทุกเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องของงานด้านความมั่นคง อาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีการซื้อ ก็ยืนยันว่าดำเนินการถูกต้องตามระเบียบการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)
    ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจว่าจะไม่ถูกล้มในการอภิปรายใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “จะไปล้มได้อย่างไร มีแต่เดินอยู่” 
    เมื่อถามถึงกระแสข่าว ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย (พท.) ส่งคนมาพูดคุยว่าจะไม่อภิปรายตนเอง พล.อ.ประวิตรกล่าวปฏิเสธว่า ไม่ได้พูดคุยกับเขา จะไปรู้อะไร จะมีชื่อหรือไม่มีชื่อตนในการถูกอภิปรายครั้งนี้ก็ได้
    ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวปฏิเสธกระแสข่าวว่ามีการพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เพื่อให้ตัดชื่อ พล.อ.ประวิตร ออกจากญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่เคยพบหรือพูดคุยใดๆ กับ พล.อ.ประวิตรเลย ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว ไม่เคยคุยกันสักครั้งเดียว หากจะพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร สู้พูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เลยจะดีกว่า ส่วนที่ไม่เห็นด้วยในการใส่ชื่อ พล.อ.ประวิตรในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้นั้น เนื่องจากเห็นว่าหากเป็นข้อมูลเก่า
    "อย่างเรื่องบัญชีทรัพย์สิน แหวนและนาฬิกา ประเด็นนี้ถือว่ามันจบไปแล้ว คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีการชี้มูลวินิจฉัยแล้วว่าไม่ผิด ดังนั้นหากฝ่ายค้านจะไปอภิปรายในประเด็นนี้ ก็เท่ากับว่าไม่ยอมรับการตัดสินของ ป.ป.ช.ที่เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ หนำซ้ำคนที่อภิปรายต้องรับผิดชอบตัวเอง อาจจะมีความผิดติดคุกกันได้ ในฐานะที่พรรคเพื่อไทยมอบหมายให้ผมเป็นกุนซือการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ อ่านกฎหมายรู้ ดูกฎหมายเป็น ถ้าพาทีมงานไปจบแบบนั้นเสียชื่อตาย แต่หากใครมีข้อมูลใหม่ที่จะอภิปราย พล.อ.ประวิตร จะไม่คัดค้านเลย" 
    ร.ต.อ.เฉลิมยืนยันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจมีหมัดเด็ดอย่างแน่นอน ได้ติว ส.ส.ที่จะอภิปรายในส่วนของพรรคเพื่อไทยไปแล้ว ก็หวังว่า ส.ส.ที่เป็นตัวแทนในการอภิปรายจะพรีเซนต์ตรงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งนี้ตนเองไม่ได้มีปัญหาขัดแย้งใดๆ กับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย
    ขณะที่นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนจะทำงานรวบรวมข้อมูลในส่วนของ พล.อ.ประวิตรต่อไป ร.ต.อ.เฉลิมพูดว่าจะไม่อภิปราย พล.อ.ประวิตร ในประเด็นนาฬิกา แต่ข้อมูลของตนไม่ใช่เรื่องนาฬิกา ร.ต.อ.เฉลิมเป็นผู้ใหญ่ทางการเมือง อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยมาตลอด เป็นคนมีอุดมการณ์สูง ถ้าได้เห็นข้อมูลจะเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ คงพร้อมทำเพื่อประโยชน์ประเทศชาติด้วยเช่นกัน ส่วนข้อมูลเป็นเรื่องใดนั้น ขอไว้รอฟังในวันอภิปรายทีเดียว มั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน เมื่อทำการบ้านเสร็จแล้วคงได้มีการพูดคุยกัน การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะทำเล่นๆ ไม่ได้ ข้อมูลต้องชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะไม่อภิปราย เพราะทำอะไรต้องมีความรับผิดชอบ
     "ข้อมูลที่มีถ้าเป็นประเทศอื่นรัฐบาลคงอยู่ไม่ได้ แต่สำหรับประเทศไทยต้องยอมรับว่า ที่นี่ประเทศไทย ประเทศกูมี ไม่เหมือนอย่างที่คิด อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น" นายศรัณย์วุฒิกล่าว
ปูดนายกฯ ยุบสภาหนีซักฟอก
    นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะอภิปรายรัฐมนตรีแน่นอน 5 คน ส่วนความเห็นส.ส.เพื่อไทยกับ ร.ต.อ.เฉลิมเรื่อง พล.อ.ประวิตร ต้องดูว่าหากจะอภิปรายในเรื่องนาฬิกาตามที่ ป.ป.ช.ใช้กำปั้นทุบดินตอบกลับมาจะทำได้เพียงแค่ดิสเครดิตเท่านั้น เป้าหมายหลักของฝ่ายค้านคือ นายกรัฐมนตรีและเรื่องเศรษฐกิจ แต่ถ้าเรามีข้อมูลมีหลักฐานใหม่ของ พล.อ.ประวิตร ก็ควรอภิปราย ร.ต.อ.เฉลิมไม่ได้ระบุชัดเจนเสียทีเดียวว่าจะไม่อภิปราย เพราะยังต้องรอความเห็นจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอรายชื่อรัฐมนตรีที่ควรถูกอภิปรายเพิ่มเติมเข้ามา 
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีกระแสข่าวออกมาจากพรรคร่วมรัฐบาลเองว่า พล.อ.ประยุทธ์เตรียมจะยุบสภาหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แทนการปรับ ครม.เพราะสารพัดปัญหาของรัฐบาลมาถึงจุดที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลย
      พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ในส่วนพรรคเสรีรวมไทยยืนยันจะขออภิปราย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, นายวิษณุ เครืองาม  รวมถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ แต่อาจอยู่ในโควตาของพรรคอนาคตใหม่ อย่างไรก็ตาม คงต้องตกลงกับพรรคเพื่อไทยก่อนเพื่อหาข้อสรุปในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านภายในสัปดาห์นี้อีกครั้ง ยืนยันไม่มีการล็อบบี้พรรคเสรีรวมไทย เพราะเราเป็นพรรคเล็ก เขาคงไม่มองเรา เขาคงคุมเราได้แค่เรื่องการจัดสรรเวลาอภิปราย แต่คุมเราไม่ได้ว่าจะอภิปรายหรือไม่อภิปรายใคร
    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวถึงเนื้อหาที่จะอภิปราย พล.อ.ประวิตร ว่า จะเป็นเรื่องเก่าๆ อาทิ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ การละเว้นปฏิบัติหน้าที่ไม่ตรวจสอบการย้าย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล จากผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) มาเป็นที่ปรึกษาพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรี ปกติจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ากระทำผิดอะไร แต่ปรากฏว่าไม่มีการตรวจสอบอะไรรวมถึงเรื่องคดีนาฬิกายืมเพื่อนที่ขณะนี้ กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กำลังขอหลักฐานจาก ป.ป.ช.อยู่ ยืนยันว่าการตรวจสอบเรื่องเก่าที่ไม่ใช่ในรัฐบาลนี้ทำได้ เพราะที่ผ่านมาสมัยรัฐบาล คสช.ไม่เคยมีการตรวจสอบ จึงต้องถูกตรวจสอบความผิดเรื่องการทุจริต จะเอาผิดเมื่อไรก็ได้
    ที่พรรคเพื่อไทย คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี ส.ส.ของพรรคไม่ปฏิบัติตามมติของพรรคและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่มีพล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เป็นประธาน ได้เปิดเผยเอกสารผลสรุปการสอบ 3 ส.ส.ที่โหวตสวนมติพรรค ดังนี้ 1.กรณีนางพรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี เชื่อได้ว่าเป็นการได้รับการร้องขอและมีประโยชน์ตอบแทนส่วนตน ถือว่าเป็นการกระทำความผิดวินัยพรรคอย่างร้ายแรง ซ้ำซาก ควรลงโทษสถานหนัก อย่างไรก็ตามการลงโทษถึงขั้นขับออกจากสมาชิกพรรคตามรัฐธรรมนูญ ผู้นั้นสามารถไปหาพรรคใหม่สังกัดได้ภายในสามสิบวัน จึงเห็นว่ายิ่งจะเป็นการสมประโยชน์ของฝ่ายรัฐบาลมากขึ้นไปอีก จึงเสนอให้กรรมการวินัยและจรรยาบรรณลงโทษทางวินัยในระดับภาคทัณฑ์ และใช้มาตรการทางปกครองที่เด็ดขาดคือไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมของพรรค และไม่ส่งสมัครในการเลือกตั้งครั้งต่อไปโดยไม่มีเงื่อนไขผ่อนปรนใดๆ ทั้งสิ้น
พท.ลงดาบ 3 สส.งูเห่า
    2.กรณีนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กรุงเทพฯ ได้มีพฤติกรรมและการกระทำที่ฝ่าฝืนมติพรรคแม้จะอ้างเหตุผลด้วยความจำเป็น และเหตุผลส่วนตัว ก็ไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างหักร้างแนวทางของพรรคและจริยธรรมทางการเมือง การจะพิจารณาลงโทษสถานหนักก็ยังมีเหตุผลเช่นเดียวกันว่า ในที่สุดก็จะเข้าทางความต้องการของฝ่ายรัฐบาล จึงเห็นควรให้ภาคทัณฑ์ และไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมของพรรคเป็นเวลาหนึ่ง และพิจารณาไม่ส่งเป็นผู้สมัครของพรรคในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เว้นแต่จะสามารถพิสูจน์ให้พรรคมั่นใจหรือมีการกระทำที่น่าเชื่อถือว่าจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเองให้อยู่ในระเบียบวินัยของพรรค
    3.กรณีนายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี ถือว่าได้กระทำผิดวินัยร้ายแรงเช่นกัน ข้ออ้างและเหตุผลที่ชี้แจงถือว่าฟังไม่ขึ้น แต่พฤติกรรมคือเพียงแสดงตนให้เป็นองค์ประชุม แต่ในความประพฤติต่อมา ยังไม่เห็นแจ้งชัดว่ายังจงใจที่จะกระทำผิดเช่นเดิม จึงเสนอให้ดำเนินการภาคทัณฑ์ ไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมพรรคในระยะเวลาหนึ่ง และพิจารณาไม่ส่งลงเลือกตั้งในครั้งต่อไป จนกว่าจะมีข้อเสนอหรือพิจารณาเป็นอย่างอื่น
    ผลสรุปทั้ง 3 กรณีนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ จะส่งผลการพิจารณาให้คณะกรรมการจริยธรรมของพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาในวันพฤหัสบดีที่ 16 ม.ค
    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พร้อมนายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยื่นสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ตรวจสอบความชัดเจนกรณีถูกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) มีมติให้ขับออกจากพรรค แต่ไม่ได้มีการทำหนังสือพ้นสมาชิกภาพเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ทราบว่า น.ส.ศรีนวลยื่น กกต.แล้ว และ กกต.กำลังจะดำเนินการ ก่อนหน้านี้ตนถึงได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า น.ส.ศรีนวลรู้ได้อย่างไรว่าปลดแล้ว จะอ้างว่ารู้จากสื่อคงจะชอบกล ซึ่งปกติควรจะต้องทัน กรอบเวลาหาพรรคสังกัดเพราะมีวิธีนับอยู่ว่าแจ้งเมื่อไร และนับอย่างไร ซึ่ง กกต.กำลังดำเนินการเรื่องนี้
    นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ทั้ง 4 คนซึ่งถูกขับออกจากพรรคและมีปัญหาในการหาพรรคการเมืองสังกัดว่า ตอนนี้รอให้สภารายงานเรื่องนี้เข้ามา ซึ่งที่จริงแล้วความเป็น ส.ส.ขึ้นอยู่กับการตัดสินของกกต. อย่างไรก็ตาม ถ้าเรื่องมาถึงสภา ก็จะดูแลเรื่องนี้ให้ 1-2 วัน ทางสภาจะรายงานเรื่องสถานภาพของ ส.ส.ทั้ง 4 คน ทั้งนี้ เข้าใจว่าพรรคที่จะรับ ส.ส.ทั้ง 4 คนกำลังรอหนังสือการพ้นสมาชิกพรรคจากอีกพรรคการเมืองหนึ่งอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ต้องถามพรรคการเมืองที่จะรับ ส.ส.ทั้ง 4 คนว่าสาเหตุคืออะไร กรณีดังกล่าวยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้นต้องรอความชัดเจนเกี่ยวกับ ส.ส.ที่ไปร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน
     นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนตามกฎหมาย ซึ่ง น.ส.ศรีนวลแสดงเจตจำนงชัดเจนในการเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค ภท. โดยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญกำหนดชัดเจนว่า เมื่อ ส.ส.ถูกขับออกจากพรรคเดิมจะต้องหาพรรคสังกัดใหม่ภายใน 30 วัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการลงวันที่ในหนังสือที่พรรคอนาคตใหม่จะดำเนินการยื่นให้กับ กกต. และรอ กกต.ดำเนินการ จากนั้นพรรค ภท.จะลงวันที่ในหนังสือเพื่อรับเป็นสมาชิกพรรคต่อไป
    “เมื่อ น.ส.ศรีนวลถูกขับออกจากพรรคเดิม และได้แสดงความจำนงเข้าร่วมทำงานกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งทุกวันนี้ น.ส.ศรีนวลก็ได้เข้ามาให้ความคิดเห็นช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ของพรรคภูมิใจไทย เพราะถือว่าเป็นคนในบ้านเดียวกันแล้ว" นายอนุทินกล่าว
    ส่วน น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังท้องถิ่นไท กล่าวถึงกรณีมติขับออกจากพรรค อนค.อาจไม่สมบูรณ์ เนื่องจากมีรายงานว่าองค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ไม่ครบ และจะครบกำหนด 30 วัน เพื่อสังกัดพรรคใหม่ภายใน 15 ม.ค.ว่า เป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น เพราะการประชุมใหญ่ต้องมีการแจ้งล่วงหน้า หากองค์ประชุมไม่ครบ ก็ไม่สามารถประชุมได้ ซึ่งนี่คือวิถีปฏิบัติ ทั้งนี้ไม่ทราบเจตนากลั่นแกล้งให้สิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.หรือไม่ แต่ยืนยันว่ามติพรรคสมบูรณ์ 100% เพราะขณะนี้ตนไม่สามารถเข้าสู่ระบบในเว็บไซต์ของพรรค อนค.ได้แล้ว อีกทั้งในเว็บไซต์ก็ระบุข้อมูล ส.ส.ชัดว่าตนถูกขับออกจากพรรค อนค. แม้จะไม่มีเอกสารจากพรรคออกมา 
งูเห่าอนค.ขู่ฟ้องโดนแกล้ง
    “ดิฉันได้นำข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไท และ กกต.ก็รับรองการเป็นสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไท  และได้แจ้งต่อประธานสภาฯ แล้ว จึงคิดว่าไม่น่ามีปัญหา หากเรื่องนี้มีปัญหา ผู้ที่รับผิดชอบควรเป็นพรรคอนาคตใหม่ แต่ถ้ามีปัญหา ก็คงจะฟ้องร้องต่อไป” น.ส.กวินนาถกล่าว พร้อมแนะนำให้ น.ส.ศรีนวลเดินหน้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย เพื่อรักษาสิทธิ์ เพราะวันที่ 15 ม.ค. เป็นวันสุดท้าย 
     ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีความไม่ชัดเจนของพรรคในการขับ 4 ส.ส.อนาคตใหม่ออกจากพรรคว่า เรื่องนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอน ตกใจอยู่ที่เห็นข่าวนี้ แต่คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เดิมที่ประชุมวิสามัญเสนอให้ขับ 4 ส.ส.อนาคตใหม่ออกจากพรรค แต่ตามรัฐธรรมนูญจะต้องใช้มติที่ประชุม ส.ส.และกรรมการบริหารพรรค ซึ่งพรรคได้จัดประชุมพรรคทันทีในวันรุ่งขึ้น และมีมติขับออก มติที่เกิดขึ้นจะต้องตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม และจัดทำรายงานการประชุมให้ กกต.ต่อไป
    เมื่อถามว่า ขณะนี้ กกต.ยังไม่ได้รับรายงานการประชุมเรื่องการขับอดีต 4 ส.ส.อนาคตใหม่ออกจากพรรค เนื่องจากมีปัญหาการประชุม ส.ส.อนาคตใหม่ในวันดังกล่าวมีองค์ประชุมไม่ครบ ขาดตัวแทนภาคร่วมประชุม นายปิยบุตรกล่าวว่า กำลังตรวจสอบ แต่ขั้นตอนในวันดังกล่าวค่อนข้างรีบเร่ง จึงต้องไปตรวจสอบรายละเอียดและลายเซ็นผู้เข้าร่วมประชุมว่าครบองค์ประชุมหรือไม่ มิเช่นนั้นจะกลายเป็นมติไม่ชอบ ส.ส.เหล่านั้นจะไม่ถูกขับออกจากพรรคจริงๆ ทั้งนี้ เป็นเรื่องของ กกต.จะระบุว่าใครจะอยู่ในสังกัดพรรคใด แต่ถ้ามีชื่อซ้ำซ้อนกันทั้งสองพรรค ถือว่าหลุดจาก ส.ส.ทั้งสองพรรค เป็นแนวที่ กกต.ดำเนินการมา
    "ตอนนี้กำลังตามเรื่องอยู่ทุกวัน พรรคเรามีหลายเรื่องมาก ถ้าลดจำนวนคดีให้เราน้อยๆ จะได้มีเวลาไปทำเรื่องพวกนี้ ขณะนี้เราต้องแก้คดีทุกวันเต็มไปหมด ทั้ง 4 คนคงไม่ต้องกังวลใจอะไร เพราะประกาศตัวชัดเจนแล้ว ถ้าไปปรากฏชื่อซ้อนกัน 2 พรรคก็เป็นหน้าที่ของ กกต." นายปิยบุตรกล่าว
    ถามว่าพรรคไม่ยืนยันใช่หรือไม่ว่าทั้ง 4 คนยังไม่พ้นจากสมาชิกพรรคตามกฎหมาย นายปิยบุตรตอบว่า ต้องไปเช็กว่าวันนั้นมีการเซ็นชื่อเข้าประชุมครบองค์ประชุมหรือไม่ พอมีมติเกิดขึ้นไม่ใช่ว่าจะมีความสมบูรณ์ทันที ต้องรอการส่งเอกสารหนังสือรับรองให้ กกต.เพื่อยืนยันอย่างเป็นทางการ
    "จะทำไปทำไม ภารกิจของเราคือการจัดทำเอกสารให้ครบถ้วน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของพรรคอนาคตใหม่ แต่เป็นเรื่องของทั้ง 4 คนที่ต้องรับผิดชอบเองต่อสิ่งที่กระทำไป แต่กลายเป็นว่าพรรคอนาคตใหม่ต้องไปตามรับผิดชอบให้ ทั้ง 4 คนคงต้องดูแลตัวเองด้วย ขอให้เย็นๆ ดูแล้วออกอาการไปนิด" นายปิยบุตรกล่าวเมื่อถามว่า ตั้งใจหรือไม่ที่ต้องให้ 4 ส.ส.มีชื่อซ้ำซ้อนกัน 2 พรรค 
    เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สำนักงาน กกต. น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พร้อมด้วยนายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี 2 ใน 4 ส.ส.ที่พรรค อนค.มีมติขับพ้น ส.ส. และได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไทแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 และ 26 ธ.ค. ได้เดินทางเข้าหารือกับเจ้าหน้าที่ด้านกิจการพรรคการเมืองกรณีที่พรรค อนค.ระบุว่ามติขับ 4 ส.ส. พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคอาจไม่สมบูรณ์เพราะองค์ประชุมไม่ครบ แต่ตนและนายจารึกได้ไปสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไทแล้ว การกระทำของพรรค อนค.จะถือเป็นการกลั่นแกล้ง ส.ส.ทั้ง 4 คนหรือไม่
อึ้ง! 4 ส.ส.ยังเป็นสมาชิกอนค.
    อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสำนักงาน กกต. ขณะนี้รอการรายงานการเพิ่มลดจำนวนสมาชิกพรรคไตรมาสสุดท้ายปี 62 คือตั้งแต่ 1 ต.ค.-31 ธ.ค.62 ที่ทุกพรรคการเมืองต้องส่งมายัง กกต.ภายในวันที่ 15 ม.ค. โดยในส่วนของพรรค อนค. ณ เวลา 16.30 น. สำนักงาน กกต.ยังไม่ได้รับเอกสารรายงานดังกล่าว แต่อาจจะมีการจัดส่งทางไปรษณีย์ตามที่ กกต.เปิดให้ดำเนินการได้ แต่ในระบบฐานข้อมูลการเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ขณะนี้ยังพบว่ามีชื่อของ 4 ส.ส.เป็นสมาชิกพรรคอยู่ ขณะเดียวกันทางพรรคพลังท้องถิ่นไทก็ได้มีหนังสือแจ้งมายังสำนักงาน กกต.แล้วว่า น.ส.กวินนาถและนายจารึกได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคแล้ว พร้อมหลักฐานประกอบครบถ้วน ดังนั้นในส่วนปัญหาของ น.ส.กวินนาถและนายจารึก ขณะนี้เท่ากับว่ามีชื่อเป็นสมาชิกพรรคการเมือง 2 พรรคการเมือง อาจถูกนายทะเบียนพรรคการเมืองลบชื่อออกจากการเป็นสมาชิกทั้งสองพรรคการเมืองตามมาตรา 26 วรรคสอง ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งก็จะมีผลให้ต้องสิ้นสภาพการเป็นส.ส.เช่นกัน
     ขณะที่ในส่วนของนางศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ และพ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี ที่มีการเปิดตัวจะเข้าพรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังประชารัฐ แต่ยังไม่ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกนั้น หากทางพรรคอนาคตใหม่ใช้เวลาในการตรวจสอบองค์ประชุมร่วมระหว่างกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคในวันที่ 17 ธ.ค. ที่มีมติขับ 4 ส.ส.พรรคล่าช้าหรือยอมเสียค่าปรับจากการแจ้งรายงานการเพิ่มลดจำนวนสมาชิกพรรคไตรมาสสุดท้ายของปี 62 เพราะแจ้งช้าแล้วต่อมามีการแจ้งต่อ กกต.ยืนยันว่าองค์ประชุมในวันที่ 17 ธ.ค. ครบถ้วนและมติขับพ้นสมาชิกพรรคถูกต้อง ทั้ง 4 คนไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่แล้วก็จะเกิดปัญหาว่าทั้ง 4 คนหาพรรคการเมืองใหม่สังกัดไม่ทันภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคมีมติขับพ้นสมาชิก คือต้องหาพรรคการเมืองสังกัดภายในวันที่ 16 ม.ค. และกลายเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าทั้ง 4 คนหลุดจากการเป็น ส.ส.เขตแล้วใช่หรือไม่ ซึ่งอาจจะต้องมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
    วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นคำร้องให้ กกต.ตรวจสอบกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. เปิดเผยข้อมูลว่ามีพรรคการเมืองจำนวน 34 พรรค ที่ปรากฏรายการกู้เงินในเอกสารงบการเงินของพรรคประจำปี 2561 แต่เนื่องจากพรรคไทยรักษาชาติถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคไปแล้ว และพรรคอนาคตใหม่ กกต.ได้ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว วันนี้ตนจึงยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบพรรคการเมือง 32 พรรคที่เหลือ โดยขอให้ตรวจสอบว่าทั้ง 32 พรรคการเมืองดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 62 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 หรือไม่ หากเข้าข่ายก็จะต้องมีการเอาผิดตามมาตรา 72 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ซึ่ง กกต.เคยวินิจฉัยกรณีเงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ไปแล้ว และส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคตามมาตรา 92 (3) พ.ร.ป.พรรคการเมืองต่อไป แต่กรณีนี้อาจจะยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ เพราะถ้อยคำที่พรรคการเมืองใช้มีถ้อยคำที่แตกต่างกัน ทั้ง “เงินกู้” “เงินยืม” “เงินทดรองจ่าย” ซึ่ง กกต.จะต้องวินิจฉัยคำเหล่านี้เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน 
    ขณะที่ สำนักงาน กกต.ออกชี้แจงและให้ข้อมูลการดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบรายได้ของพรรคการเมืองว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ ว่านายทะเบียนพรรคการเมืองอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งปรากฏตามงบการเงินประจำปี 2557 ถึงงบการเงินประจำปี 2561 หากตรวจสอบแล้ว พบว่าพรรคการเมืองใดกระทำการเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง นายทะเบียนพรรคการเมืองจะต้องแจ้งให้พรรคการเมืองดังกล่าวชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงพยานหลักฐานภายในระยะเวลาที่กำหนด ตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองต่อไป
     นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยในแต่ละปีช่วงปี 57-61 จึงมีเงินทดรองจ่ายเข้ามา เพื่อจัดการเกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายเหล่านั้น ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเป็นการใช้กฎหมายฉบับเดิมที่ไม่ได้ห้ามยืมเงินหรือห้ามมีเงินทดรองจ่าย ซึ่งอนุญาตให้ทำได้ แต่หลังจากที่ พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 บังคับใช้โดยการปลดล็อกหรืออนุญาตโดย คสช. เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.61 ที่มีการใช้กฎหมายฉบับใหม่ พรรคภูมิใจไทยก็ไม่ได้มีเงินทดรองจ่ายหรือมีการยืมเงินมาใช้อีกเลย
         “สิ่งที่พยายามบอกว่าพรรคภูมิใจไทยเหมือนกับพรรคการเมืองที่กำลังจะถูกดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้นั้น ยืนยันว่าแตกต่างกัน เพราะสิ่งที่พรรคการเมืองที่กำลังถูกดำเนินการอยู่นั้นเป็นการถูกกล่าวหาว่ามีการทำนิติกรรมอำพราง ก็ต้องมีการดำเนินการตามขั้นตอน และเข้าใจว่าเป็นการใช้เพื่อหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งเป็นคนละกรณีกับพรรคภูมิใจไทย” นายศุภชัยกล่าว.
    


"การดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ต้องอาศัยรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายกําหนดแหล่งที่มาไว้ตามมาตรา ๖๒

ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์