ประชาธิปัตย์ 'ก่อนศตวรรษ'?


เพิ่มเพื่อน    

               อืมมม.....

                จะใช้คำว่า "ดิสรัปต์" หรือ "ก้าวใหม่" ก็น่าจะได้ ในหนทางแก้ปัญหา ๓ จังหวัดใต้

                ผมคิดอย่างนั้น

                เมื่อเห็นภาพและข่าว ผบ.ทบ.อินโดนีเซีย "Gen.Andika Perkasa"

                พา ผบ.ทบ.ไทย "พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์" และแม่ทัพภาค ๔ "พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์"

                ไป "อาเจะห์"

                ดินแดนที่เคยสู้รบกันต่อเนื่องยาวนาน ระหว่างกองทัพกับขบวนการแบ่งแยกดินแดน GAM (Gerakan Aceh Merdeka)

                ขณะนี้ อาเจะห์ เป็นไข่มุกงามเหมือนภูเก็ต

                ไม่มีก่อการร้าย ไม่มีแบ่งแยก มีแต่สันติภาพ ทั้งมุสลิม ทั้งจีน ทั้งคริสต์ ทั้งฮินดู เป็นความต่างที่ลงตัวในกันและกัน แสนจะสวยงาม

                รื่นรมย์ น่ารัก น่าเที่ยว.........

                จากดินแดนสู้รบเพื่อแย่งชิง เปลี่ยนเป็นเมืองน่าทัศนาทางการศึกษา นานามหาวิทยาลัย สะพรึบ-สะพรั่ง!

                คุย ทิ้งๆ ขว้างๆ ไว้ก่อน วันหลังค่อยมาเก็บรายละเอียด วันนี้ เพียงอยากบอกคร่าวๆ ว่า

                รอยเท้า ผบ.ทบ.ใน "เส้นทางใหม่" นี้ น่าสนใจและน่าตามดูมาก

                คำว่า "มาถูกทาง" แล้ว ที่ชอบพูดกัน กับเส้นทางเปิดใหม่ของ ผบ.ทบ.อภิรัชต์ จะใช่หรือไม่

                มี "ความน่าจะเป็น" สูงทีเดียว!

                แต่วันนี้ ฝากไว้ก่อนอย่างว่า

                ด้วยสถานการณ์ (ขาย) ข่าว ต้องคุยเรื่องที่ไม่ค่อยอยากคุยซักเท่าไหร่ เพื่อไม่ให้ตกกระแส

                เรื่องนายกรณ์ จาติกวณิช "อดีต รมว.คลัง" ส.ส.ประชาธิปัตย์ ลาออกจากพรรค หลังจากเป็นข่าวกระเส็นกระสายมาหลายวัน

                เมื่อวาน (๑๕ ม.ค.๖๓) ก็ซัดตูม ด้วยใบลาเป็นทางการ!

                ต้องบอกว่า........

                เป็นใบลา ที่เหมือนจดหมายตัดใจเลิกแฟนประมาณนั้น เพราะดูท่าคุณกรณ์เสียใจมาก

                ขนาดร้องเพลงอำลาในงานเลี้ยงปีใหม่ให้อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์คืนก่อนหน้า ก็ร้องไป-ร้องไห้ไป จนเพื่อนต้องขึ้นไปปลอบ

                ผมเอง "คนนอก" เห็นความเป็นไปของ "คนใน" พรรคประชาธิปัตย์ เหมือนไม้ใหญ่ใกล้ร้อยปี กิ่งผุบ้าง หักบ้าง วันนี้ ริ้วกิ่ง ทิ้งใบ ร่วงผล็อยๆ ทีละใบ-สองใบ

                ก็เศร้า (แทน) นะ!

                แต่กับความเป็นไปพรรคนี้ ไม่ค่อยอยากแตะ เพราะเจ้าที่เขาแรง

                ยิ่งพวกลูกกรอก กุมารทอง ด้วยแล้ว เบาซะที่ไหน "ขั้นเทพ" กันทั้งนั้น

                ฉะนั้น ดูเฉยๆ จะไม่จุก!

                จริงๆ แล้ว ไม่แปลกใจ ที่คุณกรณ์ คุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ลาออกชนิด "ตัดขาด" จากความเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์

                หรือจะใครอีกหลายๆ คน ต่อจากคุณกรณ์ ที่จะ "จำใจ-จำจาก" ตามกันไปอีกเรื่อยๆ

                เช่น คุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ตามที่เป็นข่าว ซึ่งท่านนี้ ต้องทวงบุญ-ทวงคุณ เพราะลง ส.ส.เขตบ้านผม และผมก็เลือกทุกที

                มาคราวที่แล้วนี่แหละ ไม่ได้เลือก เพราะเขาจัดเขตใหม่

                อะไรหรือใครเป็นสาเหตุ..........

                ทำให้กำลังหลักเหล่านี้ ต้องหักใจไปจากพรรค?
                ดูๆ แล้วก็แปลก คนพรรคนี้...........

                เจนเติ้ลแมนกันทั้งนั้น ทั้งคนอยู่-คนไป เมื่อถามว่า เหตุใดจึงออก เหตุใดเขาจึงลาออก

                มีแต่ "คำพูดพระเอก" สวยๆ ทั้งนั้น

                ที่จะเอาความจริงในใจ-ในพรรคมาพูด มาตีแผ่ เพื่อแก้ไข ไม่เห็นซักราย

                สโลแกนพรรคมีว่า "ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต" มิใช่หรือ?

                เมื่อ "ใหญ่" ของพรรค คือประชาชน "สุจริต" ของพรรค คือประชาธิปไตย

                แล้วแต่ละคน ไม่บอกปัญหาจริงในพรรคแก่ประชาชนที่พวกคุณๆ ท่านๆ ยกว่า "ใหญ่" ของพรรค

                แล้ว....

                "ประชาธิปไตยสุจริต" มันจะมีจริงตามสโลแกนในทางปฏิบัติได้หรือ?

                "พรรค" ไม่ใช่ "ศาลาริมทาง" ที่จะหาคนรับผิดชอบไม่ได้

                ฉะนั้น การที่สมาชิกพรรค จะ ส.ส.หรือไม่ ส.ส.ลาออกทั้งน้ำตาคนแล้ว-คนเล่า

                "นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" ผู้เป็นหัวหน้าพรรค ตอบด้วยเนื้อหา ว่า

                "...........ไม่ทราบกระแสข่าวมีสมาชิกคนอื่นๆ ลาออกอีก แต่ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ อยู่มากว่า  ๗๐ ปี ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านสถานการณ์ที่มีทั้งคนเข้าและออกทุกยุคทุกสมัย

                ซึ่งที่ผมพูด ไม่ใช่อยากให้มีคนลาออก แต่มองว่าการลาออกและเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค ก็เป็นเรื่องปกติที่มีทุกสมัย

                อย่างเมื่อปีที่ผ่านมา

                มีคนลาออกจากสมาชิกพรรค ๗๐๐-๘๐๐ คน และสมัครเป็นสมาชิกพรรค ๑๔,๐๐๐ คน....."

                เอ้อเฮอ.........

                ด้วยทัศนวิสัย "การเมืองปริมาณ" ของหัวหน้าพรรคนี่เอง จึงไม่น่าแปลกใจ ที่คุณจุรินทร์เห็น "ไททานิก-ประชาธิปัตย์" ต่อหน้า-ต่อตา แล้วยังบอก

                ..........."เรื่องปกติ"!

                หมอวรงค์ คุณพีระพันธุ์ ลาจากไปก่อน นั่นก็คงเรื่องปกติของหัวหน้าจุรินทร์

                เช่นเดียวกับคุณกรณ์ที่ลาทั้งน้ำตาเมื่อวาน คุณจุรินทร์ก็ตอบ "เรื่องปกติ"

                นี่ถ้ายกพรรคลาออก เหลือแต่คุณจุรินทร์คนเดียว ยังจะบอกว่าปกติอยู่หรือเปล่า ก็ไม่แน่ใจ

                แต่เอาเถอะ ผมอ่านที่ "คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย" โพสต์เฟซเรื่องคุณกรณ์ลาออก

                เนื้อหา "หัวหน้าไม่รู้ปัญหาในพรรค".........

                ผมว่าที่คุณสาทิตย์โพสต์ พออาศัยเป็น "กระจกส่อง" ให้ท่านหัวหน้าได้รู้ตัวเองและได้รู้ถึงความรู้สึกของคนร่วมพรรคบ้างพอสมควร

                ผมจะยกมาส่องให้เห็นเงาสะท้อนแต่ละวรรคนะครับ

                -เรื่องการเมืองในพรรคฯ รู้ว่าในใจของกรณ์ รู้ว่าเขาถูกลดบทบาท และไม่ได้รับโอกาสจากพรรคฯ แต่กรณ์เป็นสุภาพบุรุษมากพอ ที่จะไม่ยกเรื่องนี้มาเป็นประเด็น

                -การเมืองเปลี่ยน พรรคการเมืองต้องเปลี่ยน ทั้งวิธีคิดและการทำงาน เขาพยายามเสนอแนวคิดหลายอย่างในที่ประชุมพรรค

                แต่ไม่ได้รับความใส่ใจจากผู้รับผิดชอบ ซ้ำยังมีเสียงเหน็บแนมจากบางส่วนที่อยู่ใกล้ชิดผู้มีอำนาจ

                -เขากังวลว่า พรรคการเมืองที่คิดว่า อยู่ในจุดที่ดีแล้วและไม่ปรับเปลี่ยนอะไร จะล้าหลังและถูกดิสรัพไปในที่สุด

                กรณ์มีข้อกังวลและแนวคิดที่ก้าวหน้าหลายเรื่อง ที่อยากทำ แต่ไม่มีโอกาส

                และอาจคิดว่า ถึงเวลาที่ต้องลงมือสร้างเอง

                -ไม่น่าเชื่อว่าปฏิกิริยาต่อการลาออกของคนนอกพรรค กลับแรงกว่าคนในพรรค ในแง่ที่ว่า ตัดสินใจถูกแล้ว

                ในขณะที่พรรคท่องว่า...........

                การเข้า-ออก ของคนเป็นเรื่องปกติ เพราะคนระดับอดีต แกนนำพรรค เคยลงสมัครเป็นหัวหน้าพรรค เคยทำงานให้พรรคด้านสร้างคนรุ่นใหม่ เคยเป็นถึงอดีต รมว.คลังของพรรค ลาออกจากพรรค ขณะเป็น ส.ส. มันปรกติตรงไหน?

                ก่อนหน้านี้

                กรณีของคุณพีระพันธุ์ หรือ คุณหมอวรงค์ ที่ทั้ง ๒ คน เคยทำงานให้พรรคอย่างมากมาตลอด ลาออก ผมว่า มันก็ไม่ปรกตินะครับ

                เป็นไงครับ............

                ผมสรุปให้ก็ได้ ว่าการแตกแยกนำไปสู่การล่มสลายของพรรคประชาธิปัตย์วันนี้

                เหตุมาจาก "หัวหน้าพรรค" ขาดหลักธรรมอันผู้บริหารพึงมี ทั้งพรหมวิหาร ๔ ทั้งสังคหวัตถุ ๔ ทั้งอิทธิบาท ๔

                มีอย่างเดียว คือ อคติ ๔!

                คนในพรรค เขาสุภาพบุรุษ ไม่พูด-ไม่บอก ว่าปัญหาสู่การแตกแยก ก็มาจากตัวหัวหน้า เมื่อทนไม่ไหว ก็จำใจลา

                ผมมันคนนอกพรรค บอกแทน โกรธ...ก็ไม่เป็นไร              ส่องกระจก ให้เห็นเงาแล้ว เผื่อแก้ไข ที่จะไหลตามกันไป จะได้หยุด!

                ไม่โทษคนอื่น เพราะหัวหน้าพรรค ไม่ใช่ละครลิง ที่ต้องเล่นตามไม้เรียวคนคุมลิง

                และในเมื่อคนเป็นหัวหน้าพรรค แยกแยะ "ความต่าง" ในค่าของตัวเลข ๗๐๐-๘๐๐ กับ ๑๔,๐๐๐  ตามที่พูด ยังไม่ได้

                ก็ไปขายถั่วเถอะ

                ขืนเป็นหัวหน้าพรรคต่อไป จาก ๓,๙๔๗,๗๒๖ คะแนน เลือกตั้งครั้งหน้า เหลือซักล้าน ก็ยังเสียวๆ นะ!

                หมดประเด็นจะบอก เหลือเพียงที่จะบอกคุณกรณ์ว่า จะไปสมัครผู้ว่าฯ กทม.หรือไปทำงานการเมืองอะไรก็ว่าไป

                แต่เตือนด้วยหวังดีไว้อย่าง..........

                อย่าเชื่อใครที่ชวน "ตั้งพรรคการเมือง" เป็นอันขาด

                ขืนตั้ง แล้วจะรู้....นรกมีจริง! 


ไม่อยากให้เครียด...... และบีบรัดตัวเองจนแทบกระดิกตัวไปทางไหนไม่ได้กันอย่างนั้นเลยครับ! กรณี ประเทศเราให้เกียรติ "บุคคลคณะทูต" ด้วย "อภิสิทธิ์ทางการทูต" ในการเข้าประเทศ

ทดสอบสถานการณ์ 'รอบ ๒'
บันทึก 'มหาประชายินดี' ไทย
'ธนาธรกับการจารกรรม'
ลับแล "เมืองไทย" ในดรามา
ลิงในวิถีที่เหนือคณะก้าวหน้า
'เมย์เดย์..เมย์เดย์' คนเห็นผี!