‘อรรถวิชช์’ทิ้งปชป.ชูกรณ์ นั่งหน.พรรคขับเคลื่อนไทย


เพิ่มเพื่อน    

 "อรรถวิชช์" ทิ้ง ปชป.ตาม "กรณ์" เผยอยากเห็นคนจริงมาช่วยขับเคลื่อนพลิกโฉมประเทศไทย ลั่นได้เวลาลงมือทำถึงไหนถึงกัน สะพัด! ตั้ง "พรรคขับเคลื่อนไทย" ด้าน "นิพิฏฐ์" ยก "กรณ์" เป็นเพชรเม็ดเอก เสียดายหลุดมือ ปชป.ไปแล้ว "ชวน" เปิดใจไม่อยากให้ใครลาออก ชี้พรรคการเมืองวัดที่ความอดทน เลี่ยงตอบเชื่อมั่น กก.บห.หรือไม่   

    ภายหลังนายกรณ์ จาติกวณิช ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โดยมีผลในวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา ต่อมาเมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 มกราคม นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลาออกจากสมาชิกพรรค ปชป.เช่นกัน โดยโพสต์เฟซบุ๊กว่า "ขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ และพี่น้องประชาชนที่เคยสนับสนุนผมทุกท่าน วันนี้ผมได้ยื่นหนังสือลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ และได้ไปกราบลาท่านชวน คนที่ผมเคารพรักเมื่อวานนี้ จะระลึกถึงคำสอนของท่านอยู่เสมอครับ เป็นการตัดสินใจที่ยาก ที่ต้องจากพรรคการเมืองที่ดี และมีรากฐานทางความคิดมายาวนาน การเมืองที่ผมอยากเห็นคือการเมืองที่กระชับ ชัดเจน รองรับวิกฤติการเปลี่ยนแปลงของโลกเพื่อนำประเทศเข้าสู่โครงสร้างเศรษฐกิจแบบใหม่ เป็น Startup ทางการเมืองที่จะฉีกกรอบแนวคิด การบริหารราชการแผ่นดินอย่างสร้างสรรค์
     "อยากเห็นคนจริง คนทำงานในหลากหลายอาชีพ มาช่วยกันขับเคลื่อน พลิกโฉมประเทศไทย ผมกับพี่กรณ์ตกลงกันว่า ได้เวลาลงมือทำ ถึงไหนถึงกัน สร้างการเมืองที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างมีคุณธรรม และอยากชวนทุกคนมาร่วมทางเดินลุยไปทำในสิ่งที่เชื่อกัน" นายอรรถวิชช์ระบุ
    มีรายงานว่า เบื้องต้นนายกรณ์และนายอรรถวิชช์จะยื่นจดจัดตั้งพรรคต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในชื่อว่า "พรรคขับเคลื่อนไทย"
    ต่อมานายอรรถวิชช์ให้สัมภาษณ์ว่า สำหรับชื่อพรรคขับเคลื่อนไทยที่ปรากฏออกไปนั้น เป็นเพียงหนึ่งในชื่อที่มีการพูดคุยกัน เพราะยังไม่ได้เคาะว่าจะใช้ชื่ออะไร คงต้องมีการปรึกษาหารือกันก่อน ซึ่งขณะนี้กำลังประชุมผู้ร่วมก่อตั้ง เบื้องต้นตั้งให้นายกรณ์ จาติกวณิช เป็นหัวหน้าพรรค แต่ต้องรอขั้นตอนทางกฎหมายอีก ดังนั้นขอไปที่ละเรื่องก่อน 
    “มีหลายคนเข้ามาร่วมด้วย รู้สึกดีใจได้รับการตอบรับที่ดี เพราะเราตั้งใจมาก แต่ก็ถ่อมตัวเพราะเราเป็นสตาร์ทอัพ เกิดใหม่ โดยพยายามให้มีคนมาจากหลากหลายสาขาอาชีพ คนรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เข้ามาร่วมด้วย ส่วนจะมีใครบ้าง จะเปิดตัวอย่างไร คงต้องรอขั้นตอนทางกฎหมายก่อน" นายอรรถวิชช์ กล่าว
    นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ปชป. โพสต์ข้อความระบุว่า ผมเคารพนับถือคุณกรณ์ตั้งแต่วันแรกที่ท่านเดินเข้าพรรคประชาธิปัตย์ ผมอยู่ในพรรคก่อนท่านหลายปี เห็นแนวคิด วิธีทำงานของท่านแล้วศรัทธา คุยง่าย ไม่มีพิธีรีตอง ประการสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดิน ผมมั่นใจว่าท่านเป็นนักการเมืองที่ซื่อสัตย์ สุจริตต่อชาติบ้านเมืองคนหนึ่ง ก่อนการเลือกตั้ง ผมในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ภาคใต้) ทำนโยบายประกันรายได้สินค้าเกษตร ผมคุยกับท่านเป็นเดือนเกี่ยวกับนโยบายนี้ เพราะต้องใช้งบประมาณมาก แต่เพื่อเกษตรกรเราจำเป็นต้องมีนโยบายนี้ สุดท้ายท่านก็ผ่านนโยบายนี้ให้ผม เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล พรรคก็นำนโยบายนี้ไปปฏิบัติ ต้องขอบคุณท่านที่ช่วยผลักดัน
    "ผมโทร.คุยปัญหาบ้านเมืองกับท่านเป็นระยะๆ เดือนที่แล้วผมฝากท่านให้ช่วยหาทางแก้ปัญหาหนี้สินครูให้ด้วย เพราะทราบว่าท่านเป็นกรรมาธิการแก้ปัญหาเรื่องนี้ของสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็รับปากผมว่าท่านจะลงมาพัทลุงเพื่อประชุมแก้ปัญหานี้กับผม ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหน ก็หวังว่าท่านจะรับปัญหานี้ไปแก้ไขต่อไป ผมถือว่าท่านเป็นเพชรเม็ดเอกเม็ดหนึ่งของการเมืองไทย ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหน ผมก็หวังว่าท่านจะส่งแสงเจิดจรัสให้การเมืองไทย เพชรเม็ดนี้หลุดมือจากพรรคประชาธิปัตย์ไปแล้ว ผมก็ได้แต่เสียดาย ใครได้เพชรเม็ดนี้ไปผมก็ยินดีด้วย และถนอมไว้ให้ดี" นายนิพิฏฐ์ ระบุ
    ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ภายในของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีสมาชิกบางคนลาออก และคาดว่าจะมีคนลาออกเพิ่มอีกว่า ตนไม่ทราบ ส่วนนี้ต้องถามกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.)
    เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่ของพรรค ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะลงไปช่วยแก้ไขปัญหาความระส่ำระสาย นายชวนตอบว่า ความจริงก็มีคณะบริหารอยู่ ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ต้องแจ้งคณะผู้บริหาร ส่วนจะมีความเชื่อมั่นในคณะผู้บริหารอยู่หรือไม่ นายชวน ตอบว่าก็ต้องไปถามคณะผู้บริหาร
    เมื่อถามย้ำว่า มีความกังวลหรือไม่ว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจะทำให้พรรคที่ก่อตั้งมาหลายสิบปีถึงคราวต้องล่มสลาย นายชวน ตอบว่า ผมพยายามให้กำลังใจคนในพรรค ซึ่งต้องมีความอดทน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งอะไรก็ตาม ส่วนที่หลายคนไม่ค่อยมีบทบาทหรือตำแหน่งทางการเมืองจะมีการจัดสรรอย่างไรนั้น ผมตอบแทนหัวหน้าพรรคไม่ได้ แต่ก็เห็นว่าคนเก่งๆ หลายคนไม่มีโอกาสได้ทำงาน เพราะตำแหน่งมีจำกัด คนเก่งด้านนั้นก็ไม่มีกระทรวงนั้นให้เขาดูแล ส่วนนี้ก็เข้าใจกันอยู่ 
    "ผมก็ให้กำลังใจว่าต้องให้อดทนหน่อย ก็เป็นธรรมดาของพรรคการเมือง ที่มีโอกาสได้เสียงมากเสียงน้อย หากได้น้อยสัดส่วนคณะรัฐมนตรีก็น้อย คนที่มีศักยภาพที่น่าจะเป็นได้ก็ไม่มีโอกาส ซึ่งก็ไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ประสบการณ์แบบนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็เคยผ่านมา บางทีก็วัดกันด้วยความอดทนของคนเหมือนกัน ที่ทำได้คือการให้กำลังใจ ไม่เคยคิดจะให้ใครออก ใครที่มาบอกผม ผมก็ห้ามทุกคน แต่เราก็ไม่ห้ามเขาไม่ได้ ถ้าเขาตัดสินแบบนั้นไปแล้ว" นายชวนกล่าว. 
 


๑๔ ตุลา ๑๖ ๖ ตุลา ๑๙ พฤษภาทมิฬ ๓๕ ผมเห็นมาทุกม็อบ เข้าไปอยู่ในม็อบก็มี

เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ