Ferrari 812 Superfast แรงสุดๆกับ 789 แรงม้า ที่จะเป็นตำนานเครื่อง V12


เพิ่มเพื่อน    


ใครที่ชื่นชอบรถสปอร์ตเร็วร้อนแรงที่สุดยังไงก็ต้องนึกถึง เฟอร์รารี่ รวมถึงสีแดงและสัญลักษณ์ม้าลำพอง มาเป็นอันดับต้นๆ แต่รุ่นไหนของ เฟอร์รารี่ ที่เร็วสุดๆ ถามทาง คาวาลิโน่ มอเตอร์ส บริษัทตัวแทนจำหน่ายและซ่อมบำรุงรถซูเปอร์คาร์ เฟอร์รารี่ อย่างเป็นทางการแต่ผู้เดียวในประเทศไทย ตอนนี้ต้องยกให้ 812 Superfast ที่ซุกม้าไว้ถึงถึง 789 ตัวภายในห้องเครื่อง ทำความเร็วทะลุ 200 กม./ชม.ได้ในเวลาแค่ 7.9 วินาทีเท่านั้น


    เห็นเศรษฐกิจอย่างนี้ บอกเลยวา ตลาดซูเปอร์คาร์ยังคงคึกคัก อย่าง คาวาลลิโน่ มอเตอร์ พาเจ้าม้าลำพองออกนอกสถานที่ เปิดคอกจำลอง "คาซา เฟอร์รารี่" ที่เป็นโชว์รูมย่อส่วน เมื่อไหร่ ก็จะมีแต่ออเดอร์เข้ามาอย่างคึกคัก ช่วงกว่าปีที่ผ่านมา ก็มีไปแล้วถึง 2 ครั้งที่ ศูนย์การค้า เอ็มควอร์เทียร์ ทะยอยเปิดตัวรุ่นต่างๆที่นำเข้าเพิ่มเติมอย่าง Portofino (ปอร์โตฟิโน่), GTC4 Lusso T (จีทีซี 4 ลุซโซ่ ที) จนถึง Tributo (ทริบูโต้) ที่เป็นรุ่นล่าสุด
    แต่หากถามถึงรุ่นไหนที่เร็วที่สุดที่เข้ามาอาละวาดในไทย ก็ต้องยกให้ 812 Superfast (812 ซูเปอร์ฟาสต์) ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า โคตรเร็ว ดังนั้นไปดูกันว่า สมรรถนะของเฟอร์รารี่ เครื่อง V12 วางหน้า ไม่อาศัยเทอร์โบ ที่เร็วที่สุด รีดม้าได้เกือบ 800 ตัว แค่คิดก็มันแล้ว


    เฟอร์รารี่ 812 ซูเปอร์ฟาสต์ เปิดตัวครั้งแรก ที่เจนีวา มอเตอร์โชว์ ในปี 2017 เครื่องยนต์วางกลางหน้า คูเป้ 2 ที่นั่ง แต่ก็มีที่เก็บสัมภาระท้ายรถค่อนข้ากว้างเหมือนกึ่งจีที ขับเคลื่อนล้อหลัง  เป็นรุ่นที่มาแทน F12berlinetta แม้จะได้เห็นโฉมกันสักพักแล้ว แต่ก็ยังถือว่าเป็นรุ่นใหม่ กว่าลูกค้าที่ออเดอร์แต่ละท่านจะได้ต้องใช้เวลาเพื่อความปราณีตที่สุด และเพิ่มความเอ็กซ์คลูซีฟให้กับรถของคุณได้ด้วย Personalisation Program ก่อนจะอิมพอร์ทเข้ามาส่งมอบถึงมือ
    เครื่องยนต์เบนเซิน เวอร์ชั่น F140  V12ความจุ 6,496 ซีซี. (6.5 ลิตร) เทียบกับ เดิมคือ 6.3 ลิตรที่ใช้ใน F12berlinetta โดยให้กำลัง 800 แรงม้า PS (588 กิโลวัตต์; 789 แรงม้า hp) แรงบิดมหาศาลถึง 718 นิวตันเมตร ดังนั้นเครื่องยนต์ของ 812 Superfast ในปี 2018 จึงถือว่าทรงพลังที่สุดในบรรดาเครื่องยนต์โปรดักชั่นคาร์เท่าที่เคยผลิตมา ตามที่ทางเฟอร์รารี่่ระบุ และจาก 0-200 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 7.9 วินาทีเท่านั้น


    ระบบเกียร์เป็นแบบ 7 Speed F1 Dual clutch เป็นเทคโนโลยีที่ถ่ายทอดจากสนามแข่งขันฟอร์มูล่าวัน การเปลี่ยนเกียร์ทำได้ง่ายแค่ปลายนิ้วสะกิดแพ็ดเดิ้ลหลังพวงมาลัย ขนาดล้อ 20 นิ้วทั้งหน้าและหลัง ยาง Pirelli P Zero โค๊ดคือ 275/35 ZR 20 สำหรับล้อหน้า และ 315/35 ZR 20 สำหรับล้อหลัง ดิสค์เบรกคาร์บอน-เซรามิค ของ Brembo ซึ่งทาง เฟอร์รารี่ เคลมว่า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเบรกได้ดีขึ้น 5.8 เปอร์เซนต์จากที่ความเร็ว 100 กม./ชม. ถึง 0 กม./ชม. เมื่อเทียบกับของ F12berlinetta
    ทาง เฟอร์รารี่ ระบุว่า แพลตฟอร์ม ขับหลัง เครื่องยนต์  V12 วางหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งขอมรดกตกทอดมาของแบรนด์ ซึ่งไม่ง่ายที่จะปรับแต่ง เป็นความท้าทายในการพัฒนาอย่างมาก การผสมผสานเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์ หรือ แอโรไดนามิค ที่ซับซ้อน จึงถูกนำมาใช้เพื่อเสริมให้กับระยบควบคุมแชสซีของ 812 Superfast มีการใช้ทั้ง แอคทีฟ และ แพสซีฟ แอโรไดนามิค เพื่อปรับปรุงค่าสัมประสิทธิ์ต่างๆ ที่ดีขึ้นกว่า F12verlinaetta ด้านหน้าของรถถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มแรงกดและรวมถึงการระบายควาร้อนสำหรับผ้าเบรกหน้าเช่นเดียวกับท่อเพื่อเพิ่มการไหลของอากาศส่วนล่วง ฝากระโปรงของรถยังมีาข่องทางในการเคลื่อนย้ายอากาศไปยังด้านข้างของรถเพื่อรับแรงกดที่เพิ่มขึ้น และ rear diffuser ของ 812 Superfast ที่ติดอยู่ใต้กันชนหลัง ก็มีครีบเปิดขึ้นได้ขณะขับด้วยความเร็วสูงเพื่อให้อากาศใต้ท้องรถไล่ออกได้เร็วขึ้น
    812 Superfast ทำความเร็วสูงสุดที่ 340 กม./ชม. (211 ไมล์ต่อชม.) ขณะที่เหยียบเร่งจาก 0-100 กม./ชม.ใช้เวลาเพียง 2.9 วินาทีเท่านั้น เป็นเฟอร์รารี่รุ่นแรกที่มาพร้อมกับ EPS หรือ Electronic Power Steering การกระจายน้ำหนัก ด้านหน้า 47% และหลัง 53%  


    จะมีกี่ครั้งที่จะได้ขับซูเปอร์คาร์อย่าง เฟอร์รารี่ ที่เป็นรถในฝันของแทบทุกคน อีกทั้งเจ้า 812 Superfast ชื่อรุ่นของมันก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้มานั่งหลังพวงมาลัยและพามันออกไปแหวกอากาศนท้องถนน พยายามสัมผัสความต่างจากครั้งที่แล้วได้ลอง GTC4 Lusso T คือตอนนี้มาอยู่ในรถ 2 ที่นั่งบ้างแล้ว ในห้องโดยสาร วางของกระจุกกระจิกได้เท่านั้นต่างจากรถ GTC4 Lusso T ที่เป็นแบบ 4 ที่นั่ง แผงควบคุมมีความใกล้เคียงกันในสไตล์ของเฟอร์รารี่ เปลี่ยนเกียร์ด้วยแพ็ดเดิ้ลชิพท์ เสียงคำรามของเครื่องเวลาเหยียบคันเร่งฟังแล้วคิดถึงมาก แต่จะออกทุ้มกว่า GTC4 Lusso T นิด ก็เครื่องแรงกว่า เสียงก็ใหญ่กว่าตาม


    ทดสอบจริง เจอทางตรงโล่งๆ จะลองเหยียบมิดยาวๆ แต่ก็ได้แค่ไม่กี่วินาที ก็ต้องรีบถอนคันเร่ง เพราะมันถึง 200 กม./ชม.เร็วมากจนขนลุก พร้อมๆกับทดลองเบรกว่าเอาอยู่แค่ไหน เอาเป็นว่าที่ฮึดฮัดขึ้นมาตะกี้ ก็ทำให้สงบได้สบายๆ เจอสถานการณ์ฉุกเฉิน มอเตอร์ไซค์โผล่จากซอยตัดข้ามฟากเพื่อกลับรถ เล่นเอาตกใจ แต่ม้า 789 ตัวสั่งหยุดก็ต้องหยุดได้ กดเบรกเพื่อชะลอแล้วเบี่ยงหลบก็ไปต่อสบายๆ คล่องตัวมากๆ

    นอกจากเรื่องความเร็วแรงระดับไฮเปอร์คาร์ที่ทำให้โลกรอบตัวเคลื่อนไหวช้าไปชั่วอึดใจได้แล้ว ที่ประทับใจเสมอคือระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้อ ทำให้สามารถกลับรถได้ด้วยวงเลี้ยวที่แคบสุดๆ ได้ข่าวว่า นี่อาจเป็นรถรุ่นสุดท้ายของ เฟอร์รารี่ ที่ใช้เครื่อง V12 ที่ไม่มีเทอร์โบ หรืออุปกรณ์ช่วยในการอัดอากาศ ในการทำตลาด ถือเป็นแรร์ไอเท็มได้เหมือนกันสำหรับอนาคต สนนราคา 31.5 ล้านบาท ซึ่งทาง คาวาลลิโน มอเตอร์ มั่นใจเป็นอีกรุ่นที่แฟนม้าลำพองต้องไม่พลาด


มีคนถาม........ กับเรื่องเหลวไหลไร้สาระ, นินทาว่าร้ายต่อกัน ทำไมสื่อจึงชอบนำเสนอ? ไม่เสนอเฉยๆ บางที ทำตัวเป็นบ่างช่างยุ เอาความทางนี้ ไปบอกทางโน้น "เสี้ยมให้ชนกัน" แล้วเก็บกากอารมณ์แต่ละฝ่ายปั่นเป็นข่าวขายความมันทางสะใจ

ลับแล "เมืองไทย" ในดรามา
ลิงในวิถีที่เหนือคณะก้าวหน้า
'เมย์เดย์..เมย์เดย์' คนเห็นผี!
'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ
'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด