เรียนเป็นเล่น..ฝึกทักษะได้สมาธิ กิจกรรมพัฒนาเด็กบนความสนุก


เพิ่มเพื่อน    

      ความฝันหรือจินตนาการของเด็กๆ นั้นไร้ขีดจำกัด เพราะด้วยความเป็นวัยเยาว์ ประสบการณ์อ่อนต่อโลก พวกเขาไม่มีคำว่า "กลัว" มาปิดกั้นในการที่จะเดิน หรือคิดจะทำในสิ่งที่ตัวเองอยากเป็นอยากได้

      ด้วยเหตุนี้จึงคงเป็นสิ่งที่ดีไม่น้อย หากผู้ใหญ่สามารถส่งเสริมสนับสนุนให้ความฝันของพวกเขาเป็นจริง

      ดูเหมือนหนึ่งในความฝันของเด็กๆ ที่รู้สึกตื่นเต้นและท้าทายพวกเขาอย่างมาก คือการเป็น"นักมายากล" จนเป็นเหตุให้มีโรงเรียนสอนทักษะการเล่นมายากลผุดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นมายากลโชว์เสกนกหลายตัว โชว์มัดเชือก โชว์สะเดาะปมเชือก โชว์เปลี่ยนหน้ากาก โชว์เสกไพ่ โชว์หุ่นนิ่ง โชว์ละครใบ้ ฯลฯ

(ศิรการ ศรีอาจ)

 

      การโชว์มายากลนั้นมีหลากหลายประเภท แต่สามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ อย่าง “มายากลฝีมือ” และ “มายากลอุปกรณ์” งานนี้ ศิรการ ศรีอาจ อุปนายกสมาคมนักแสดงมายากล (ประเทศไทย) มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเล่นมายากลสำหรับเด็ก ในแง่มุมที่เป็นประโยชน์กับเยาวชนว่า “ประโยชน์ของการเล่นมายากลในเด็กนั้น หากเป็นคนดู เด็กก็จะได้ความบันเทิงที่แตกต่างจากการรับชมภาพยนตร์ เพราะนอกจากการได้รับชมแบบสดแล้ว ยังทำให้เด็กได้เห็นการเคลื่อนไหวที่สร้างความประหลาดใจและเกิดขึ้นจริง อีกทั้งสมจริงครับ แต่ในส่วนของเด็กที่เลือกกิจกรรมมายากลเป็นงานอดิเรกหรือกิจกรรมพิเศษ มายากลสามารถจุดประกายให้เด็กและเยาวชนที่ยังไม่มีกิจกรรมพิเศษที่ชื่นชอบได้มีโอกาสเล่นมายากล อีกทั้งยังทำให้เด็กบางคนที่ไม่กล้าแสดงออก กลายเป็นเด็กที่มีความมั่นใจและกล้าแสดงออกมากยิ่งขึ้น

      ยกตัวอย่างเด็กบางคนที่ไม่กล้าออกไปร้องเพลง หรือแสดงความสามารถหน้าชั้นเรียน แต่หลังจากที่น้องๆ เลือกมาฝึกซ้อมการเล่นมายากล ที่มีการฝึกสอนในสถานที่ปิด ซึ่งหลังผ่านการซ้อมก็จะทำให้มีความกล้าที่อยากจะโชว์ออกมาโดยอัตโนมัติ ซึ่งต่างจากการเรียนเต้น เรียนดนตรี ที่เป็นการสร้างความกล้าแสดงออก ที่ปรากฏออกมาอย่างชัดเจนในขณะนั้น ที่สำคัญมายากลสามารถเปลี่ยนเด็ก จากที่พูดไม่เก่งให้เป็นคนพูดเก่ง ซึ่งการพูดเก่งนี้มันเกิดจากการที่ได้รับการฝึกฝน การเล่นมายากล และต้องการถ่ายทอดสิ่งที่ได้รับการฝึกสอนไปสู่ผู้ชม ซึ่งถือได้ว่าเป็นประตูที่ดีในการสร้างความกล้าแสดงออกให้กับเด็ก อีกทั้งการหมั่นฝึกฝนยังนำไปสู่ บทบาทการเป็นนักแสดงต่อหน้าผู้ชมจำนวนมากอีกด้วย

      โดยสรุปแล้วการเล่นมายากลนั้นจะมีประโยชน์กับเด็ก 1.ทำให้เด็กมีสมาธิ ซึ่งตรงนี้จะเชื่อมโยงกับการเรียนในห้องเรียน เพราะถ้าเด็กมีสมาธิดีก็จะสามารถเรียนได้ดีขึ้น 2.มีบุคลิกภาพที่ดี เนื่องจากการฝึกเล่นกลนั้น พื้นฐานสำคัญ เด็กจะต้องเดินตัวตรง หลังและไหล่ต้องไม่ค่อม 3.ทำให้เป็นคนช่างสังเกต เพราะอย่างที่รู้กันดีว่ามายากลคือการซ่อน ดังนั้นการซ่อนอะไรไว้ตรงไหน เด็กจึงจำเป็นรู้จักการสังเกต และต้องมีการเตรียมพร้อม หรือเตรียมการในการซ่อนอะไรไว้ที่ไหน 4.ช่วยฝึกการจดจำ

      5.ทำให้เด็กเป็นคนที่มีเหตุผล และมีความคิดสร้างสรรค์ 6.มายากลมีความโดดเด่นเฉพาะตัว ซึ่งสามารถลอกเลียนแบบได้ยาก จึงเป็นกิจกรรมทางเลือกที่มีคู่แข่งน้อยกว่ากิจกรรมอื่นๆ ซึ่งตรงนี้ถือเป็นจุดเด่นที่สำคัญ อีกทั้งมายากลจะเป็นความลับตลอดไปสำหรับผู้ฝึกฝน 7.ทำให้เป็นคนที่รู้จักการแก้ปัญหา เพราะการโชว์มายากลในแต่ละครั้งนั้นอาจมีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน นั่นจึงทำให้ผู้เล่นต้องพลิกแพลงในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น 8.มายากลเหมาะกับเด็กทุกเพศทุกวัย 9.มายากลเป็นสิ่งที่ไม่มีวันตาย เพราะมักจะเปลี่ยนรูปแบบความนิยมไปเรื่อยๆตามยุคสมัย แต่สุดท้ายมายากลเก่าจะสั่งสมและเป็นความรู้ที่ช่วยพัฒนาการเล่นให้กับคนที่อยู่ในแวดวงอาชีพนี้”

        อุปนายกสมาคมนักแสดงมายากล (ประเทศไทย) คนเดิม บอกว่า “คุณสมบัติ” ของเด็กที่จะเริ่มเรียนมายากลนั้น อยู่ที่อายุ 7 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นวัยที่เด็กค่อนข้างมีสมาธิพอสมควร และสามารถเข้าใจสิ่งต่างๆได้ดี เช่น การเล่นมายากลโดยการเสกลูกบอล 1 ลูกให้กลายเป็น 2 ลูก ตรงนี้เด็กต้องเข้าใจก่อนว่าอันที่จริงแล้วไม่ใช่การเสกลูกบอล แต่มันคือมันการซ่อน

      หากเด็กที่จะเข้ามาเล่นมายากลมีอายุน้อยเกินไป เด็กไม่เข้าใจว่ามายากลคือการซ่อน และหากไม่เข้าใจก็จะทำให้เขาไม่รู้ลำดับในการเล่น 1 2 3 4 เป็นอย่างไร ก็จะทำให้ไม่เข้าใจและเล่นไม่ได้ แต่เด็กบางคนเรียนรู้เร็วมาก เพราะมีพรสวรรค์ทางด้านนี้อยู่แล้ว ก็จะทำให้เด็กไปเร็วมากขึ้น แต่หากเด็กคนไหนไม่มีพรสวรรค์ก็สามารถฝึกมายากลได้ เพียงแต่ว่าอาจจะช้ากว่าเล็กน้อย หรือวิธีเทสอย่างง่ายๆ นั้น คือการให้เด็กลองฝึกเล่นกลที่สอนตามยูทูบ หากว่าเด็กเล่นกลได้ 1 อย่างจาก 10 เทคนิคที่สอนไว้ ก็ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จ หรือเด็กอาจจะไม่ชอบการเล่นกล

      เนื่องจากมายากลมีรูปแบบการโชว์ที่หลากหลาย แต่แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ “มายากลฝีมือ” กับ “มายากลอุปกรณ์” แต่ทว่าการฝึกมายากลที่เหมาะกับเด็กอายุ 7 ปีขึ้นไป คือการฝึกมายากลอุปกรณ์ เพราะไม่ต้องใช้ฝีมือมากนัก แต่เมื่อเด็กเล่นได้จะทำให้เขามีกำลังใจมากขึ้น ที่สำคัญเป็นชนิดของมายากลที่ผู้ปกครองสามารถหาซื้ออุปกรณ์ให้เด็กได้ง่าย อีกทั้งสามารถเล่นตามการสอนในยูทูบก็ได้เช่นกัน”

(กตัญชลี ชินสมบูรณ์)

      ด้าน กตัญชลี ชินสมบูรณ์ ผู้อำนวยการโครงการโรงเรียนไทยสู่ความเป็นเลิศ บอกว่า “มุมมองส่วนตัวคิดว่ามายากลเป็นสิ่งที่ทั้งผู้ใหญ่ชื่นชอบ และลูกสาวของตัวเองก็ชอบเช่นกัน เพราะนั่นทำให้เด็กเกิดความอยากรู้อยากเห็นว่าเพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น ที่สำคัญยังแฝงเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ ความมีจินตนาการ เห็นได้จากการแต่งตัวของนักมายากลที่ดูน่ารักและมีสีสันสดใส อีกทั้งยังสร้างความตื่นเต้นให้เด็ก โดยเฉพาะเวลาที่เปิดกล่องแล้ว เด็กร้องว้าวออกมา เนื่องจากเป็นสิ่งของอีกอย่างหนึ่ง กล่าวได้ว่ามายากลเป็นกิจกรรมที่กระตุ้นกลไกในสมอง และความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เด็กรู้สึกตื่นเต้นและมีสมาธิ เมื่อได้รับชมหรือได้มีส่วนร่วมเล่นกล

      แต่สิ่งสำคัญ การที่เราจะต่อยอดกิจกรรมการฝึกมายากลเพื่อไปใช้ในห้องเรียนนั้น หรือเป็นสิ่งที่จุดประกายให้กับเด็กได้ มันจะต้องเชื่อมโยงกับเนื้อหาที่เรียน ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะถ้าหากไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนก็จะไม่เกิดประโยชน์ เช่น การใช้กิจกรรมมายากลเพื่อทำให้เด็กคิดหาคำตอบในวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งต้องใช้ความเป็นเหตุเป็นผล นั่นจะถือว่าเชื่อมโยงกับเนื้อหา หรือวิชาที่เรียน เป็นต้นค่ะ”

(วรรณภา กฤษสุทธิ์กุล)

 

      ปิดท้ายกันที่ คุณหญิง-วรรณภา กฤษสุทธิ์กุล วัย 41 ปี ในฐานะผู้ปกครอง น้องยูยู อายุ 10 ขวบ บอกว่า “การส่งเสริมกิจกรรมยามว่างในการฝึกเล่นกลนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของลูกเป็นหลัก เพราะปัจจุบันน้องยูยูมีกิจกรรมหลังเลิกเรียนคือพิเศษ 5 วิชา ซึ่งคล้ายกับการเรียนกวดวิชาอยู่แล้ว ที่ผ่านมาน้องยูยูเคยหัดเล่นกลบ้าง เช่น การเลียนแบบกลเปิดหมวกและมีสิ่งของออกมา แต่เป็นความสนใจในระยะสั้น ประกอบกับทุกวันหลังเลิกเรียน น้องยูยูต้องเรียนพิเศษ แต่ในมุมมองของคนเป็นแม่มองว่า กิจกรรมเล่นมายากลก็เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ เพราะมองว่าเด็กๆ ที่ใช้เวลาว่างกับกิจกรรมนี้ แน่นอนว่าเขาจะได้ในแง่ของการรู้จักสังเกต และรู้จักวิเคราะห์สิ่งต่างๆ อย่างเป็นเหตุเป็นผล เพื่อหาคำตอบว่าเหตุใดการเล่นกลที่เราเห็นจึงเป็นเช่นนั้น เขาซ่อนอะไรไว้ตรงไหน นอกจากนี้ยังได้เรื่องของสมาธิ เพราะเด็กจะต้องใจจดใจจ่ออยู่กับการฝึกซ้อม หรือแม้แต่เด็กที่รับชมค่ะ”.


"การดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ต้องอาศัยรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายกําหนดแหล่งที่มาไว้ตามมาตรา ๖๒

ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์