‘ซีพี’วืดอู่ตะเภา! แง้มซองประมูล ‘หมอเสริฐ’จ่อวิน


เพิ่มเพื่อน    

 กลุ่ม “หมอเสริฐ” เข้าวินชิงอู่ตะเภา หลังเปิดซองกลุ่มธนโฮลดิ้งเสนอผลตอบแทนแค่ระดับ  1 แสนล้านบาทต่ำกว่า “บีบีเอส” ถึง 3 เท่า เตรียมเจรจาก่อนประกาศเป็นทางการ มี.ค.นี้

    เมื่อวันศุกร์ที่ 17 ม.ค. พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ได้มีการเปิดเอกสารข้อเสนอซองที่ 3 (ข้อเสนอด้านราคา) ของกลุ่มกิจการค้าร่วม บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด  และพันธมิตร หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้เพิกถอนมติของคณะกรรมการคัดเลือกที่ปฏิเสธไม่รับข้อเสนอกล่องที่ 6 และกล่องที่ 9 ของกลุ่มธนโฮลดิ้งก่อนหน้านี้ โดยได้เชิญผู้ยื่นข้อเสนอรายที่ 1  กลุ่มกิจการร่วมค้าบีบีเอส และผู้ยื่นข้อเสนอรายที่ 2 กลุ่มแกรนด์ คอนโซเตียม ที่ได้เปิดเอกสารซองที่ 3  ไปแล้วมาร่วมด้วย 
ทั้งนี้ 3 กลุ่มได้ส่งผู้แทนมาเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง รวมทั้งยังมีผู้แทนคณะกรรมการคัดเลือก, ผู้แทนคณะทำงาน, ผู้แทนกองทัพเรือ, ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เข้าสังเกตการณ์ โดยได้มีการบันทึกภาพนิ่ง  ภาพวิดีโอ และกล้องวงจรปิด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสตลอดกระบวนการด้วย
    สำหรับผลการเปิดซองราคาของกลุ่มธนโฮลดิ้งนั้นเสนอราคาในระดับ 1 แสนล้านบาท ซึ่งสูงกว่ากลุ่มแกรนด์ คอนโซเตียมไม่มากนัก ต่างจากกลุ่มบีบีเอสที่เสนอผลตอบแทนสูงสุดที่ 3 แสนล้านบาท  โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะตรวจสอบรายละเอียดข้อเสนอของกลุ่มธนโฮลดิ้ง ก่อนเสนอต่อคณะกรรมการคัดเลือกรับทราบ จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนการเจรจากับกลุ่มบีบีเอสที่เสนอผลตอบแทนสูงสุด หลังจากนั้นจึงจะประกาศผลคัดเลือกได้ในเดือน มี.ค.นี้ 
     “หากเจรจากับกลุ่มบีบีเอสไม่ได้ คณะกรรมการคัดเลือกก็สามารถเลือกเจรจากับรายที่ 2 คือกลุ่มธนโฮลดิ้งได้ เพราะกำหนดในเอกสารเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) ไว้อยู่แล้ว”
อนึ่ง กลุ่มกิจการร่วมค้าบีบีเอสนั้นประกอบไปด้วย บมจ.การบินกรุงเทพ (BA) ของ นพ.ปราเสริฐ  ปราสาททองโอสถ, บมจ.บีทีเอสกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ของนายคีรี กาญจนพาสน์ และ บมจ.ซิโน-ไทย  เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) รวมทั้งยังมีพันธมิตรที่บริหารสนามบินนานาชาตินาริตะ  ญี่ปุ่น ซึ่งใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก
    วันเดียวกัน ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น ที่ให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งของคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ  F ที่ให้กลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นซีพีเป็นผู้ไม่ผ่านการประเมินเอกสารข้อเสนอซองที่ 2 ซองคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองตามคำขอของกลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นซีพี 
โดยศาลเห็นว่า โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F มีความจำเป็นต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปลายปี 2562 ถึงต้นปี 2563 ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง หากมีการดำเนินการล่าช้าออกไปย่อมส่งผลกระทบต่อการบริหารงานของรัฐ รวมทั้งการจัดทำบริการสาธารณะของรัฐ ดังนั้นการมีคำสั่งทุเลาจึงเป็นอุปสรรคต่อการบริหารงานของรัฐหรือแก่บริการสาธารณะ หากภายหลังศาลได้พิจารณาในเนื้อหาของคดีแล้วเห็นว่าคำสั่งของคณะกรรมการคัดเลือกไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว กลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นซีพีสามารถใช้สิทธิ์ฟ้องคดีต่อศาลเพื่อให้คณะกรรมการคัดเลือกชดใช้ค่าเสียหายได้ การให้คำสั่งของคณะกรรมการคัดเลือกมีผลบังคับต่อไป จึงไม่ทำให้กลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นซีพีเสียหายร้ายแรงยากแก่การเยียวยาในภายหลังแต่อย่างใด จึงมีคำสั่งกับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้นเป็นยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองดังกล่าว.


วันก่อน........ "เพนกวิน" โพสต์ "พวกเราไม่ใช่ 'เด็ก' ของใคร" หมายถึงที่ปลุกระดม "ล้มเจ้า" ไม่มีใครอยู่เบื้องหน้า-เบื้องหลัง พวกเขาคิดกันเอง-ทำกันเอง ว่างั้น!

ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน