ขนลุกซู่!'ปิยบุตร'ปล่อยคลิปเตือนถ้ายุบพรรคอนาคตใหม่จะผลักดันให้กลุ่มพลังการเมืองเป็นศัตรูกับสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างนั้นหรือ


เพิ่มเพื่อน    

18 ม.ค.63 - นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์คลิป“ผลกระทบร้ายแรงของคดีล้มล้างการปกครอง หรือ คดี ‘อิลลูมินาติ’ ลงในเพจเฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล  เมื่อเช้าวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยนายปิยบุตร อธิบายความเป็นมาของคดี ที่นายณฐพร โตประยูร ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวหาว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, นายปิยบุตร, และพรรคอนาคตใหม่ มีพฤติกรรมล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรรมนูญเพื่อขอให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญจะมีการอ่านคำวินิจฉัยวันที่ 21 มกราคม นั้น 

นายปิยบุตร กล่าวว่า ถ้าเราลองอ่านดูมาตรา 49 จะพบว่า มาตรานี้ไม่ใช่เหตุแห่งการยุบพรรค แต่เป็นเรื่องของคนที่ใช้เสรีภาพเป็นการล้มล้างการปกครอง ถ้าศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่ามีบุคคลที่ใช้เสรีภาพในการล้มล้างจริง ก็จะมีคำสั่งให้เลิกการกระทำนั้น ยกตัวอย่างเช่น มีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าการชุมนุมหนึ่งเป็นการล้มล้างการปกครอง ถ้าเห็นแบบนั้น ก็จะสั่งให้เลิกการชุมนุม"

นายปิยบุตร กล่าวว่า มาตรา 49 ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการยุบพรรค และเมื่อไปอ่านคำร้องและคำแถลงปิดคดีของนายณฐพรแล้ว จะพบว่าหตุหนึ่งที่นายณฐพรใช้ คือการที่พรรคอนาคตใหม่มีสัญลักษณ์ของพรรคเป็นสามเหลี่ยมรูปคว่ำ เหมือนสัญลักษณ์ขององค์กรอิลลูมินาติ แต่ถ้าอ่านลงไปดีๆ จะพบวัตถุประสงค์แอบแฝงเร้นซ่อนเอาไว้อยู่ เช่น การเอาการรณรงค์เรื่องการแก้ไข ป.อาญามาตรา 112 ที่ตนทำกับเพื่อนนักวิชาการคณะนิติราษฎร์และเพื่อนนักวิชาการจากหลากหลายมหาวิทยาลัย เอาการแสดงความคิดเห็นในทางวิชาการของตนหลายที่เอามาผูกโยงเต็มไปหมด เอาการให้สัมภาษณ์ของนายธนาธรในหลายครั้งหลายหนตั้งแต่ก่อนตั้งพรรคการเมือง ความเป็นหุ้นส่วนในการลงทุนหุ้นประเดิมเพื่อก่อตั้งวารสารวิชาการที่ชื่อว่า 

"นายณฐพรยังตามมาดูนโยบายของพรรคอนาคตใหม่อีก เช่น การจัดการมรดกบาปของคณะรัฐประหาร คสช., การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชนเหมือนที่เราทำมาแล้วตอนปี 2540, การให้สัตยาบันในธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยการก่อตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ ตนต้องถามว่า นโยบายเหล่านี้เป็นการล้มล้างการปกครองตรงไหน ก็ในเมื่อประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหลายประเทศก็อยู่ในธรรมนูญนี้ ยอมรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศนี้ ไม่มีตรงไหนเลยบอกว่าเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีแต่จะทำให้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้นพัฒนาก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยซ้ำไป" นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร กล่าวว่า การที่นายณฐพรเอาเรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ผูกเข้ามา แล้วก็พยายามตีขลุมไปให้ได้ว่านายธนาธรและตนนั้นมีพฤติกรรมเป็นการล้มล้างการปกครอง ก็ต้องถามว่า ถ้าหากพรรคอนาคตใหม่ล้มล้างการปกครองจริง ทำไมคณะกรรมการการเลือกตั้งถึงยอมให้ตั้งพรรค ทำไมพรรคอนาคตใหม่ถึงได้ลงเลือกตั้ง ได้เสียงจำนวน 6.3 ล้านเสียงกลับมา และยังปฏิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างดี ทำไมวันนี้ตนยังได้เป็นผู้แทนราษฎร ถ้าหากเราเป็นพรรคที่ล้มล้างการปกครองจริงจนถึงวันนี้คงอยู่ไม่ได้  สิ่งที่นายณฐพร โตประยูร ดำเนินการมาทั้งหมดนั้น จึงเป็นเรื่องเท็จทั้งสิ้น

 "ถามว่าเขาทำแบบนี้ทำไม ผมคิดว่า การเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่ การเกิดขึ้นของการเมืองแบบใหม่ๆ  สร้างความหวาดกลัวให้กับคนบางคน คนบางกลุ่ม นี่คือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้น ระบอบแบบนี้ ไม่มีที่อยู่ที่ยืนให้คณะรัฐประหาร ไม่มีที่อยู่ที่ยืนให้กับอำนาจเผด็จการ แต่มีที่อยู่ที่ยืนให้กับรัฐสภา ให้กับรัฐบาล มีที่อยู่ที่ยืนให้กับประชาชน ที่มีสิทธิ์มีเสียงในการออกเสียงลงคะแนน และมีสิทธิมีเสียงในการรณรงค์ทางการเมือง นี่คือเนื้อหาใจความสำคัญของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  เขากลัวความคิดแบบอนาคตใหม่ เมื่อกลัวก็ต้องไปหาวิธีการว่าจะจำกัดอย่างไร วิธีการกำจัดที่ใช้กันมาโดยตลอดก็คือตัดมันออกไปจากการเมืองไทยเสีย นั่นก็คือยุบพรรคการเมือง" นายปิยบุตร กล่าว 

นายปิยบุตร กล่าวด้วยว่า ถ้าหากว่ามีการยุบพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นจริง ผลร้ายไม่ได้เกิดกับนายธนาธร ไม่ได้เกิดกับตน นายธนาธรก็ยังคงรณรงค์ทางการเมืองอย่างต่อเนื่องต่อไป ไม่ได้กลับไปประกอบธุรกิจ ตัดสิทธิตนให้ไม่ได้เป็น ส.ส. ตนก็จะเดินสายอภิปรายแบบในสภา แต่อภิปรายให้พี่น้องประชาชนฟังทั่วประเทศ ส.ส.เราก็จะย้ายไปอยู่ในพรรคใหม่ สมาชิกพรรคเรา 6 หมื่นกว่าคน ก็จะไปต่อแถวสมัครสมาชิกพรรคใหม่อย่างพร้อมเพรียงกัน ดังนั้น ถามว่ายุบไปแล้วสร้างผลร้ายให้กับธนาธร ให้กับตน ให้กับพรรคอนาคตใหม่ไหม ตนคิดว่าไม่ใช่ แต่ถ้ายุบพรรคด้วยเหตุนี้ จะสร้างผลร้ายในเรื่องอื่นๆต่อเนื่องไป ได้แก่

"ผลร้ายประการที่ 1 เรารณรงค์เรียกร้องกันมาโดยตลอดว่าเราต้องการการอภิปราย การทำงานในสภาอย่างสร้างสรรค์ เราต้องการพรรคการเมืองที่ไม่ใช้อิทธิพล ไม่ใช้หัวคะแนน ไม่ได้ใช้เงินใช้ทองเป็นตัวนำ เราต้องการแบบนี้ไม่ใช่หรือ ว่าเราอยากให้เยาวชนคนรุ่นใหม่สนใจการเมือง? แล้ววันนี้พรรคอนาคตใหม่เริ่มต้นทำ น่าจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้กับการเมืองไทยได้ แล้วคุณมาจะทำลายมันลงไปทำไม" นายปิยบุตร กล่าว 

นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า ผลร้ายประการที่ 2 ปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นเดียวกัน ว่าผู้สนับสนุน คนที่เลือกพรรคอนาคตใหม่มีคนรุ่นใหม่อยู่ในนั้นจำนวนมาก การฆ่าตัดตอนพรรคอนาคตใหม่ด้วยวิธีการยุบพรรค นั่นหมายความว่าคุณกำลังขีดเส้นแบ่งระหว่างรุ่นโดยที่คุณไม่รู้ตัว เป็นการปะทะขัดแย้งกันระหว่างรุ่นกับรุ่น เหมือน Clash of Generations แล้วรุ่นต่อรุ่นนี่ไม่ได้เป็นเรื่องการแบ่งแบบภูมิภาค มันคือการแบ่งทั้งประเทศ รอยปะทะกัน ความขัดแย้งกันระหว่างระหว่างคนรุ่นหนึ่งกับคนอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดีถ้าหากมันจะเกิดขึ้นแบบนั้น

"ผลร้ายข้อที่ 3 นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่นำประเด็นสถาบันพระมหากษัตริย์ มาใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายล้างทางการเมืองกัน แล้วถ้าเกิดศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคจริง สังคมจะคิดเลยว่าธนาธร ผม และพรรคอนาคตใหม่มีพฤติกรรมอย่างนั้นจริง จะผลักดันให้กลุ่มก้อนพลังทางการเมืองกลุ่มนี้ทั้งกลุ่มกลายเป็นศัตรูกับสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างนั้นหรือ ทั้งๆที่มันไม่ใช่ " นายปิยบุตร กล่าว 

นายปิยบุตร กล่าวว่า นี่คืออันตรายที่นายณฐพร ไม่รู้ตัว หรือรู้แล้วไม่สนใจก็ไม่ทราบ กองเชียร์อาจจะโห่ร้องดีใจกำจัดพรรคอนาคตใหม่ได้แล้ว แต่หารู้ไม่ว่าคุณกำลังสร้างผลร้ายอื่นๆตามมา แล้วตัวคุณจะรับผิดชอบไม่ไหว นี่ไม่ใช่แค่พรรคอนาคตใหม่ ไม่ใช่แค่ธนาธรหรือตนเอง นี่คือความหวังของคนรุ่นหนึ่ง คนรุ่นใหม่ที่กำลังเติบโตขึ้นมา แล้วถ้าทำลายด้วยวิธีแบบนี้ เกรงว่าจะนำบ้านเมืองไปสู่ทางตันมากกว่าเดิม ทั้งนี้ มีแต่เพียงอย่างเดียวคือการยอมรับความเป็นจริงว่า พลังทางการเมืองกลุ่มใหม่ พลังทางสังคมกลุ่มใหม่เกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย แต่ถ้ายังยืนยันว่าที่ผ่านมาเป็นเรื่องจัดตั้ง ที่ผ่านมาเป็นเรื่องยุยงปลุกปั่น เป็นเรื่องถูกหลอกให้หลงผิด ถ้าคิดแบบนี้ให้ตายก็ไม่มีวันแก้ปัญหาได้ เช่นกัน ถ้าคิดแต่เพียงว่าจัดการอยู่ เอาอยู่ อย่างไรก็ตามพวกเราต้องครองอำนาจอยู่แบบเดิมโดยไม่คิดจะลดถอย ไม่เคยคิดที่จะประนีประนอมกันเลย ตนคิดว่าว่าวิธีการนี้ก็ไม่มีทางแก้ปัญหาได้

“เราผ่านวิกฤติการณ์มา 13 ปี ครั้งนี้เราพยายามจะเริ่มต้นเดินหน้าไปสู่อนาคตแบบใหม่ หาทางออกร่วมกัน อย่าทำลายความหวังของคนไทย อย่าทำลายความหวังของคนรุ่นใหม่ เพียงเพราะต้องการกำจัดผม กำจัดคุณธนาธรออกไปจากการเมืองไทย” นายปิยบุตร กล่าว.


สนใจกันทำไม.....?กับแถลงการณ์เนื้อหาบ่งบอก "คนถ่อย-คนเถื่อน" เขียน ถ้าระดับ "ตัวแทนประเทศ" เขียนแถลงการณ์นั้น.......

จบที่ 'ไม่ยอมจบ' ของทอน
ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?