ฟังเอา'ปิยบุตร'ลิ้นพันไม่ใช่ปฏิกษัตริย์นิยมไม่คิดล้มล้างสถาบัน - รับชะตากรรมเตรียมหาบ้านใหม่ไว้แล้วจ้า


เพิ่มเพื่อน    

18 ม.ค.63 -  ที่ห้องประชุมชั้น 4 อาคาร SC3 ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวอภิปรายปิดคดียุบพรรคอนาคตใหม่ สำนวนข้อหาล้มล้างการปกครองในงาน “Future is Now อย่ากลัวอนาคต” ซึ่งจัดขึ้นโดยพรรคอนาคตใหม่

นายปิยบุตร เริ่มกล่าวอภิปรายถึงที่มาของการจดจัดตั้งพรรค ที่แรกเริ่มถูกนายสนธิญา สวัสดี ปัจจุบันเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ไปร้องเรียนไม่ให้จดจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ โดยอ้างกรณีตนร่วมกับคณะนิติราษฎร์รณรงค์แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แต่ในที่สุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับให้จดทะเบียนพรรค หลังการเลือกตั้งพรรคอนาคตใหม่ได้คะแนนทั่วประเทศกว่า 6.3 ล้าน ไม่กี่วันนายณฐพร โตประยูร ไปร้องกล่าวหานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กับตนเองและพรรคว่ามีพฤติกรรมล้มล้างปกครอง ใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 49 ที่ระบุบุคคลใดจะใช้เสรีภาพล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้ เช่นถ้ามีคนใช้เสรีภาพเรียกร้องให้ทหารมายึดอำนาจ นี่คือการใช้เสรีภาพล้มล้างการปกครอง แล้วถ้าศาลเห็นว่าเป็นการล้มล้างก็สั่งให้เลิก มาตรา 49 ไม่ใช่เรื่องยุบพรรค

นายปิยบุตร อธิบายข้อกล่าวหาของนายณฐพรที่ยกเรื่องต่างๆ มากมาย มาจินตนาการสรุปเองว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง ประกอบด้วยกรณีสมัยตนเองเป็นอาจารย์ ถูกนำบทความและงานวิชาการมาตัดต่อโยงร้อยรัด, บทบาทรณรงค์แก้ไขมาตรา 112, บทสัมภาษณ์นายธนาธรก่อนเป็นนักการเมือง, นโยบายพรรคที่ให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญมากล่าวหาล้มล้าง ทั้งที่รัฐธรรมนูญ 2540 ทำมาแล้ว และคนฉีกรัฐธรรมนูญกลับไม่กล่าวหา, นโยบายลงนามสัตยาบันธรรมนูญกรุงโรม ทั้งที่เราเสนอเพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนโดนสังหารตายหมู่กลางกรุงเทพฯ อย่างที่ผ่านมา ทั้งหมดไม่มีตรงไหนที่นายธนาธร กับตนบอกต้องเปลี่ยนจากประชาธิปไตยเป็นเผด็จการ ไม่มีตรงไหนบอกเปลี่ยนพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเป็นประธานาธิบดี หลายประเด็นเกิดขึ้นก่อนตั้งพรรค ไม่ได้เกี่ยวกับพรรค เมื่อ กกต. รับรองแล้ว ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งแล้ว เราก็ลงเลือกตั้งแล้ว ได้ ส.ส. จะล้มล้างได้อย่างไร

เมื่อพิจารณาทั้งหลายทั้งปวง คำร้องของนายณัฐพรเป็นเรื่องไร้สาระที่สุด ไม่ต่างอะไรจากใบปลิว เขาร้องเมื่อพรรคประสบความสำเร็จ เขาหวาดกลัวกระแสพลังคนที่ฝันจะเห็นไทยมีอนาคตที่ดีกว่านี้ เขากลัวนายธนาธร กลัวตน กลัวพรรคอนาคตใหม่ ต้องการกำจัดพวกเราให้พ้นจากการเมืองไทยให้ได้ วิธีที่ใช้อยู่เสมอคือข้อหาล้มเจ้า ต้องการสื่อให้สังคมเข้าใจผิดว่านายธนาธรและตนคือพวกล้มเจ้า ต้องกำจัดออกไป เขากังวลใจกับความเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้พวกเขาสูญเสียอำนาจ ยืนยันว่านายธนาธร ตนและพรรคไม่เคยคิด ไม่คิด และไม่กระทำการอันเป็นการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแน่นอน พวกเรายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

นายปิยบุตร กล่าวถึงการกล่าวหาคำใหม่ว่า “ปฏิกษัตริย์นิยม Anti Royalism” ว่า ขอยืนยันนายธนาธร ตนและพรรคไม่ใช่ปฏิกษัตริย์นิยม แต่พวกเราต้องการประชาธิปไตยสมบูรณ์ โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ เราไม่ได้ทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ เราปฏิรูปให้ประชาธิปไตยก้าวหน้าดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ประชาธิปไตยปกปักรักษาสถาบันให้ยั่งยืนสมพระเกียรติ มั่นคงสถาพรตลอดไป แต่ความคิดแบบเผด็จการจะบั่นทอนสถาบัน อุลตร้า-ไฮเปอร์รอยัลลิสต์ หรือกษัตริย์นิยมล้นเกิน เหนี่ยวรั้งการเปลี่ยนแปลงเพื่อรักษาอำนาจพวกเขา เป็นอันตรายต่อสถาบัน

 สื่อบางสำนัก นักการเมืองบางคนบางค่ายเดินหน้าปลุกระดมสร้างความเกลียดชัง ใส่ร้ายป้ายสีเราเป็นวายร้ายตัวใหม่ วิธีการแบบนี้ใช้มายาวนาน โศกนาฏกรรม 6 ตุลาฯ มาจากข้อหาแบบนี้ คนเหล่านี้ไม่เคยศึกษาประวัติศาสตร์ทบทวน ใช้ข้อหาแบบนี้แบ่งแยกประชาชน หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับวันนี้ (18 ม.ค. 2563) จงใจพาดหัวว่าพวกเราอยู่ตรงข้ามสถาบัน อ้างถึงการอัดคลิปของตน ยืนยันว่าการยุบพรรคเป็นการนำประเด็นสถาบันมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง หากยุบพรรคเกิดขึ้นจริง กำลังบอกหรือไม่ว่าตนและนายธนาธรเผชิญหน้ากับสถาบัน แต่ไทยโพสต์นำไปบิดเบือนพาดหัว ไม่ใช่สื่อมวลชนแต่เป็นใบปลิว

 นายปิยบุตร อภิปรายถึงข้อกล่าวหาเป็นพวกสุดโต่ง ไม่สอดคล้องกับสังคมไทย ว่า พวกเราต้องการเปลี่ยนแปลงนำสังคมไทยออกจากความขัดแย้ง เราต้องการประชาธิปไตย เสรีภาพ เสมอภาค หยุดรัฐประหารแทรกแซงทางการเมือง ขจัดความเหลื่อมล้ำ ทลายรัฐราชการรวมศูนย์ ฯลฯ ทั้งหมดนี้คือเรื่องปกติที่ทุกประเทศอยากจะมี ใฝ่ฝัน คนที่ป้ายสีเขาใส่แว่นของขวาตกขอบ อุลตร้า-ไฮเปอร์รอยัลลิสต์ เวลามองมาที่เราเลยกังวลว่าเป็นพวกหัวรุนแรง ความจริงพวกเขาต่างหากสุดโต่งที่สุด ในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของบ้านเมือง คนเหล่านี้ต้องการหยุดที่เดิม ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลง เหนี่ยวรั้งพัฒนาการประเทศ ผลักเราให้เป็นศัตรู ยิ่งจะนำมาสู่อันตราย

เขายกตัวอย่างว่า หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ มีรัฐประหาร นายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกฯ แช่แข็งประเทศไม่มีเลือกตั้งเพื่อปฏิรูป ชนชั้นนำที่มีเหตุผลมองว่าขวาตกขอบจะพาไทยไปลงเหว จึงรัฐประหารอีกครั้งให้ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกฯ เมื่อใดที่มีการกดขี่ก็จะมีการต่อสู้ ถ้าคนมีอำนาจมองการณ์ไกลจะไม่ปราบปรามคนลุกขึ้นต่อสู้ จะยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น จะเดินหน้าปฏิรูป ในหลวงรัชกาลที่ 5 ก็ปฏิรูปประเทศไทยสำเร็จ รัชกาลที่ 7 ทรงประนีประนอมกับคณะราษฎร ก่อเกิดรัฐธรรมนูญ รัชกาลที่ 9 ทรงนำไทยผ่านการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ รักษาประชาธิปไตยได้ นายกฯ เกรียงศักดิ์ จนถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เช่นเดียวกัน นำคนที่มีความคิดก้าวหน้าเชิญออกมาจากป่า เพื่อให้มาต่อสู้ทางการเมืองในระบบรัฐสภา

การตกลงเพื่อปฏิรูปไปด้วยกันอย่างมีวิสัยทัศน์ ไทยทำสำเร็จแล้ว เชื่อว่าไทยยังสามารถปฏิรูปร่วมกันได้ วันที่ 21 ม.ค. ที่จะถึงนี้ ศาลจะออกนั่งบัลลังก์วินิจฉัย จะตัดสิทธิตน นายธนาธร และยุบพรรคหรือไม่ ตนยืนยันเสมอพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้วไม่มีทางยุบและตัดสิทธิได้ แต่ปากกาไม่ได้อยู่ที่ตน อยู่ที่ศาล ตนเดินทางไปไหนมาไหนมีแต่คนบอกยุบแน่ ไม่คดีนี้ก็คดีหน้า เราไปไหนก็มีแต่ยุบแน่ตลอด ยิ่งคนพูดเท่าไหร่ แสดงให้เห็นว่าคนมองการยุบพรรคไม่ใช่เรื่องกฎหมายล้วนๆ แต่เป็นเรื่องการเมือง ไม่สนใจข้อหาข้อเท็จจริง ยุบแน่เพราะตนและนายธนาธรเป็นอันตรายต่อผู้ครองอำนาจปัจจุบัน คนครองอำนาจหวังว่า ส.ส. พรรคที่ถูกยุบจะย้ายค่าย จะเอาให้ได้เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพอยู่ยาวครบ 4 ปี หวังแกนนำพรรคหายไปจากการเมืองกลับไปพักผ่อน หวังว่าความคิดของพรรคจะสูญสลาย

ดังนั้น เราจะทำอย่างไร เราทำได้อย่างเดียวให้อาวุธยุบพรรคกลายเป็นกระสุนด้านให้ได้ ตนขอเรียกร้องให้เพื่อน ส.ส. ของพรรคทั้งหมด เมื่อใดที่ศาลให้ยุบพรรค เรียกร้องให้ทุกคนย้ายไปอยู่พรรคที่มีแนวทางแบบอนาคตใหม่โดยพร้อมเพรียงกัน ถ้าศาลวินิจฉัยยุบพรรค ขอเรียกร้องให้สมาชิก 6 หมื่นกว่าคนไปสมัครพรรคใหม่ พร้อมกันต่อแถวให้ยาวทุกจังหวัด 6 หมื่นคนของพรรคจะอยู่ที่ใหม่เป็นแสนเป็นล้าน ตนคุยกับนายธนาธรเรียบร้อยแล้ว งานนี้เอาจริงไม่มีถอย วันนี้ไม่ช้าก็เร็วต้องมาถึง เมื่อมาถึง นายธนาธรจะรณรงค์การเมืองต่อเนื่อง ไม่กลับไปทำธุรกิจ ตนไม่สามารถอภิปรายในสภาได้ ก็จะเดินทางไปทั่วประเทศอภิปรายต่อหน้าพวกมัน แล้วบ้านใหม่ก็จะดำเนินการตามแนวทางอนาคตใหม่ทั้งหมด อาวุธยุบพรรคจะกลายเป็นกระสุนด้านทันที ต่อไปนี้จะไม่กล้ายุบ ยุบไปเป็นกระสุนด้านไม่เกิดประโยชน์ ไม่อันตรายต่อตน นายธนาธร หรือชาวพรรค 

เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงผลร้ายหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินตามคำร้องของนายณฐพรว่า หากใช้คำร้องแบบนี้ จะเกิดกลุ่มเกสตาโป ดูการแสดงความคิดเห็นของคนไทยเก็บเอาไว้ ตัดแปะท่อนต่างๆ มาผสมแล้วเอาไปร้องศาลรัฐธรรมนูญให้ตัดสิทธิการเมือง นี่คือเกสตาโปแบบใหม่ ก่อนหน้านี้คนจำนวนมากเกิดความสิ้นหวังกับสังคมไทย ตนก็เคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น เมื่อเราเห็นหนทาง จึงกลับมาฉุดสังคมไทยให้มีความหวังต่อ รัฐประหารกี่ครั้งก็อ้างนักการเมืองไม่ดี เราก็ทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ให้สภาอย่างต่อเนื่อง เรากระตุ้นให้คนหนุ่มสาวหันมาสนใจการเมืองมากกว่าเรื่องส่วนตัว ที่ผู้มีอำนาจก็ต้องการ แล้วจะยุบจะฆ่าตัดตอนพรรคอนาคตใหม่ไปทำไม คุณกำลังผลักให้คนหนุ่มสาวเห็นถึงความอยุติธรรม ผลักออกไปมากขึ้นเป็นรอยแตกแยกระหว่างรุ่น ตนไม่พึงประสงค์ให้เกิดแบบนี้ 

เขาย้ำเรื่องการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลว่า ไม่ใช่ประชาธิปไตย ลงทุนลงแรงก่อรัฐประหาร ใช้อำนาจออกคำสั่งละเมิดสิทธิเสรีภาพ ใช้รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจ คนเดียวตั้ง ส.ว.250 มาเลือกตัวเองเป็นนายกฯ เลื่อนเลือกตั้ง แบ่งเขตพิสดาร ใช้คดีความ อิทธิพลดึง ส.ส. ไปอยู่พรรค คำนวณสูตรพิสดารให้ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่หายไป กระจายให้พรรคอื่น ใช้อิทธิพลดึง ส.ส. โหวต แพ้แล้วขอนับใหม่ ก่อตั้งระบอบอะไรก็ไม่รู้แลกต้นทุนมหาศาล ครองอำนาจต่อไปเรื่อยๆ ประชาธิปไตยประกันความแน่นอนชัดเจนว่ากติกาเป็นอย่างไร อำนาจมาจากไหน ตรงข้ามเผด็จการไม่ประกันความแน่นอน เขาทำอะไรก็ได้เพียงเพื่อให้ผลลัพธ์ของเผด็จการบรรลุผล พวกเราต้องช่วยกันต่อต้านไม่ให้พวกครองอำนาจสืบทอดอำนาจระบอบไม่มีชื่อได้สำเร็จ

นายปิยบุตร กล่าวช่วงท้ายว่า ผู้ครองอำนาจต้องศึกษาอดีต แก้ไขปัจจุบัน ไปสู่อนาคตที่ดีกว่า ต้องยอมรับความจริงว่าอนาคตใหม่เป็นปรากฏการณ์จริงของสังคมไทย ถ้าคิดว่าเกิดจากการปลุกปั่นล้างสมอง คือตีโจทย์ผิด ไม่สามารถแสวงหาคำตอบที่ถูกต้องได้ สังคมไทยต้องการเปลี่ยนแปลง คนครองอำนาจมาเรื่อย คนไม่มีอำนาจลุกขึ้นมาต่อสู้ แทนที่จะกำราบให้หมด ต้องแบ่งสันปันส่วนอำนาจทรัพยากรให้คนส่วนใหญ่ของประเทศ ไทยผ่านสถานการณ์แบบนี้มาหลายหน อย่ากลัวอนาคตเพียงเพราะมองไม่เห็นมัน ไม่รู้จักมัน วันนี้อนาคตปรากฏเบื้องหน้าแล้ว ทำความรู้จักออกแบบอนาคตร่วมกัน อยู่กับอนาคตใหม่ประเทศไทยร่วมกัน.


"เพนกวิน-รุ้ง-ไมค์-อานนท์" วันนี้คึกเขาน่าจะรู้...คึกวันนี้ แต่คุกพรุ่งนี้!เพราะเขาไม่ใช่เด็กแล้ว เป็นทนาย เป็นนักศึกษาปริญญาตรี-โท ยกเว้นนายไมค์ ศึกษาขยะศาสตร์ ในมหา'ลัยชีวิตจริง 

ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน
ใครจะพาประเทศลงเหว!
'ช่อ' ไม่เคยเปลี่ยน
โซเชียลมีเดีย 'อำนาจโลก'
'วาทะนายกฯ ที่ต้องบันทึก'
'มึงเขียน-กูล้ม' ไม่เชื่อลอง!