เตรียมรับมือพระเสาร์จร(7)ย้ายราศี


เพิ่มเพื่อน    

 

รูปจักรราศีเมษ-มีน

พระเสาร์จร (7) เดินอยู่ในราศีธนู ระหว่าง 1 ธันวาคม 2560-1 มีนาคม 2563

พระเสาร์จร (7) จะย้ายจากราศีธนูเข้าไปเดินในราศีมังกร ระหว่าง 1 มีนาคม 2563-มีนาคม 2566-ส่งกำลังให้ผลเต็มที่ต่อราศีมังกร-มีน-กรกฎและตุล

กลุ่มดาวในดวงเดิมที่สถิตในราศีมังกร-มีน-กรกฎและตุลแล้วเพิ่มผลด้านร้ายจากพระเสาร์จร (7) ที่มังกรคือ

พระอาทิตย์ดวงเดิม (1)

พระจันทร์ดวงเดิม (2)

พระอังคารดวงเดิม (3)

พระศุกร์ดวงเดิม (6)

พระเสาร์ดวงเดิม (7)

กลุ่มดาวในดวงเดิมที่สถิตในราศีมังกร-มีน-กรกฎและตุลแล้วส่งผลด้านดีจากพระเสาร์จร (7) ที่มังกร คือ

พระพุธดวงเดิม (4)

พฤหัสบดีดวงเดิม (5)

พระราหูดวงเดิม (8)

                แม่หมอสมัครเล่นตอนนี้จะได้เริ่มจาระไนเรื่องพระเสาร์จร (7) ที่กำหนดจะลาจากราศีธนูที่เริ่มเข้าไปเดินตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2560 ย้ายไปเดินในราศีมังกรตั้งแต่ 1 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป และจะอยู่ที่มังกรยาวนานสองปีครึ่ง-1 มีนาคม 2566 (ในระหว่างนั้นมีเดินผิดปกติ-ข้ามราศี)

                ในทางโหราศาสตร์ พระเสาร์เป็น หัวหน้าดาวร้าย-เป็นตัวทุกข์-เทพเจ้าแห่งความระทม ที่หลายคนพากันขยาด อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ได้เขียนบรรยายอาการของพระเสาร์ไว้ในหนังสือโหราศาสตร์ปริทรรศน์ว่า เป็น-การกระทำด้วย ความลำเค็ญ แม้ จะลำบากทุกข์ยากอย่างสุดแสนก็จำเป็นจะต้องฝ่าฟันกระทำไป ความมุมุ่ง ในการประกอบการงานอย่างชนิดใจจดใจจ่อนี้จึง ทำให้กลายเป็นผู้สันโดษ จิตใจเงียบขรึมเหี่ยวแห้ง และเป็นสิ่งที่ให้ ความชักช้า เพราะเหตุที่ดาวเสาร์เป็นดาวที่เกี่ยวกับ ความเหนื่อยยาก ท่านโบราณาจารย์จึงให้คำจำกัดความว่า …ทายโทษทายทุกข์ให้ทายเสาร์…

                จากข้อความวรรคนี้สรุปโดยย่อ อาการของพระเสาร์คือ

                1.เป็นตัวทุกข์ อยู่ที่ไหนทุกข์ที่นั่น แต่ ลำบากแค่ไหนก็ต้องกัดฟันสู้และฝ่าฟันไป

                2.เป็นตัวแทนความสันโดษ ขรึม เหี่ยวแห้ง พูดง่ายๆ คือ อารมณ์ขี้ทุกข์ รักคนยาก รักแล้วรักเลย เกลียดแล้วเกลียดเลย ฝังจิตฝังใจ

                3.ความ ชักช้า-ล่าช้า เป็นเพราะในบรรดาดาวที่มองเห็นด้วยตาเปล่าทั้งหมดนั้น พระเสาร์จะเดินช้าที่สุด โดย ใช้เวลาเดินในแต่ละราศีสองปีครึ่ง ฉะนั้นเมื่อจะเดินครบรอบจักรราศีทั้ง 12 ราศี จะใช้เวลา 30 ปี

                อย่างไรก็ตาม หลักโหรนั้นไม่มีดาวอะไรดีทั้งหมดหรือร้ายทั้งหมด เพราะมันผิดธรรมชาติ โดยด้านดีของพระเสาร์นั้น อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร บรรยายไว้ว่า.... แสดงถึงความคิดลึกซึ้ง มักข้องอยู่ในความระแวงและระวังมัธยัสถ์ใช้จ่าย ความสามารถในการปกครอง การจัดระเบียบ ความมักใหญ่ใฝ่สูง ความสามารถในการดำรงชีวิตสาธารณชน… ซึ่งสรุปออกมาคือ

                1.รู้จักคิด เป็นนักคิดนักวางแผนก่อนทำ ไม่ทำอะไรแบบมุทะลุ (อาการของพระอังคาร) แต่ก็ต้องระวังอาการช้าที่จะส่งผลให้พลาดโอกาสดีๆ ของชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย

                2.เมื่อคิด-วางแผนดีแล้ว พระเสาร์จะให้ความ เก่งเรื่องการบริหารจัดการ ฉะนั้น นักบริหารชั้นเยี่ยมทั้งหลายพระเสาร์มักจะเด่นในดวงชะตา แถมยังอดทน อึด ทนแรงกดดันได้อย่างเหลือเชื่อ คนที่มีพระเสาร์เด่นในดวงชะตาจึง เหมาะสำหรับการทำงานใหญ่ๆ ที่แบกภาระ-แรงกดดันหนัก

                3.เห็นค่าหรือรู้จักใช้ บริหารจัดการเรื่องเงิน บางคนเข้าข่าย ขี้เหนียว ใช้ชีวิตต่ำกว่ามาตรฐานรายได้ สามารถอดทน อดออม และต่อยอดเงินและทรัพย์สินได้ดี จึงเป็นดาวที่ ให้ผลลำบากช่วงเริ่มต้นในการลงมือทำ แต่เมื่อสบายแล้วมักจะไม่กลับไปลำบากอีก

                4.สามารถจัดระเบียบเรื่องต่างๆ ได้ดี รวมทั้งเรื่องที่เกี่ยวกับสาธารณะ

                กล่าวสรุปโดยรวม โดยทั่วไป (มีเกณฑ์ผันแปร) พระเสาร์คือตัวทุกข์ แต่ เป็นทุกข์ของคนจริง ที่พร้อมจะต่อสู้ฟันฝ่า เพราะถึงอย่างไรคนเราก็มีทุกข์เป็นธรรมดาอยู่แล้ว เหมือนมีสุข หรือกลางๆ ไม่ทุกข์ไม่สุข

                การที่พระเสาร์จรจะเข้าไปเดินอยู่ในราศีมังกร ระหว่าง 1 มีนาคม 2563-1 มีนาคม 2566 นั้น มีผลต่อท่านที่เกิดทุกลัคนาราศี แตกต่างกันไปตามเรื่องราว แม้ส่วนใหญ่จะออกแนวร้าย แต่ก็ มีบางราศีที่พระเสาร์จรจะให้คุณงามความดี แต่ก็จะเป็นแบบ ทุกขลาภ คือทุกข์แล้วได้ หรือ ลาภทุกข์ คือได้แล้วทุกข์ เพราะพระเสาร์ไม่ให้อะไรง่ายๆ กว่าจะได้อะไรก็ต้องต่อสู้ดิ้นรนไขว่คว้า จนบางครั้งแทบจะถอดใจโยนผ้าขาวยอมแพ้ก็มี แต่เมื่อให้คุณก็จะให้แบบใหญ่โตชนิดสะใจ

                เพราะอาการเดินช้า การให้คุณหรือโทษจากพระเสาร์ จะเป็นไปอย่างนิ่มๆ ค่อยเป็นค่อยไป และไม่จำเป็นต้องเกิดเรื่องร้ายตลอดเวลาทั้งสองปีครึ่ง เพียงแต่การได้รู้อะไรล่วงหน้าจะได้ไม่ทำให้แปลกใจ และเตรียมรับมือไว้

                เฉพาะเจาะจงลงไปอีกถึงพวกท่านที่ผูกดวงชะตาเป็น-ดูดาวดวงเดิมเป็น ตามที่เคยแนะนำมาก่อนหน้านี้ หากพวกท่านมีดาวที่ออกแนวเป็นศัตรูกับพระเสาร์ อันประกอบด้วย พระอาทิตย์ดวงเดิม (1)-พระจันทร์ดวงเดิม (2)-พระอังคารดวงเดิม (3) และศุกร์ดวงเดิม (6) และแม้แต่ พระเสาร์ดวงเดิม (7) สถิตรออยู่ใน ราศีมังกร และหรือมีนและหรือกรกฎ และหรือ ตุล ที่ได้พลังฤทธิโยคจากพระเสาร์จรที่มังกรซ้ำเข้ามาเต็มที่ สมควรที่จะระวังตัวไว้ล่วงหน้ามากๆ เพราะอาจเกิดอาการ ชีวิตทุกข์เหมือนซาเล้งคว่ำได้ไม่ช่วงใดก็ช่วงหนึ่งในสองปีครึ่งนี้

                ส่วนพวกท่านที่โชคดี มีดาวอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้อิทธิพลจากพระเสาร์จรแล้วเป็นคุณกับชะตา อันประกอบด้วย พระพุธดวงเดิม (4)-พระพฤหัสบดีดวงเดิม (5)-พระราหูดวงเดิม (8) สถิตรออยู่ในราศีมังกร และหรือมีน และหรือกรกฎ และหรือตุล ผลจะมีด้านดีออกมาด้วย เป็นแบบ ทุกขลาภ หรือ ลาภทุกข์

                แต่หากท่านใดมีดาวรองรับพระเสาร์จรในราศีดังกล่าวทั้งร้ายและดี ผลคือเรื่องร้ายก็ร้าย ดีก็ดี ไม่ตัดรอนกัน

                แม้ว่าชีวิตพวกท่านจะมีดาวจรหลายดวงร่วมให้คุณ-โทษกับดวงชะตา รวมทั้งต้องพิจารณาหลักทักษาจรด้วย แต่ตอนต่อไปจะได้เริ่มต้นจาระไนผลของพระเสาร์จรที่เข้าไปเดินในราศีมังกรต่อท่านที่เกิดทุกลัคนาราศี ตอนละ 1 ราศีเพื่อให้ทราบต่อไป.

 

 


วันนี้ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ เป็นวันเข้าพรรษาเมื่อพูดถึงคำว่า "เข้าพรรษา"สิ่งแรกที่คนไทยแทบทุกคนนึกถึง คือ คำว่า "ทำบุญ"เรื่องบุญนั้น..........

'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'
ว่าด้วยเรื่อง"ลูกหลานจัญไร"