เหยื่อไวรัสจีนพุ่งพรวด โผล่เพิ่มหลายเมือง เกาหลีใต้เจอด้วย


เพิ่มเพื่อน    

จีนรายงานพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาคล้ายซาร์สที่กรุงปักกิ่งและเซินเจิ้นด้วย ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งพรวดเกิน 200 คนแล้ว โดยมีผู้ป่วยเสียชีวิตรายที่ 3 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนเกาหลีใต้เป็นชาติที่ 3 นอกจีนที่พบผู้ติดเชื้อในประเทศ เป็นหญิงชาวจีนจากเมืองอู่ฮั่น

แฟ้มภาพ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์เคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลจินหยินทัน ในเมืองอู่ฮั่น เมื่อวันเสาร์

    ไวรัสโคโรนาที่พบครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่น ภาคกลางของจีน เป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่อยู่ในวงศ์เดียวกับไวรัสที่ก่อโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) ที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกเกือบ 800 รายระหว่างปี 2545-2546 ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนและฮ่องกง คำแถลงเกี่ยวกับสถานการณ์แพร่ระบาดเพิ่มขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 13 มกราคม 2563 มีออกมาในช่วงที่จีนกำลังเตรียมรับมือมหกรรมการเดินทางของชาวจีนหลายร้อยล้านคนในช่วงเทศการตรุษจีนปลายสัปดาห์นี้

    ทางการจีนยืนยันเมื่อวันจันทร์ว่า พบผู้ติดเชื้อในจีนนอกเมืองอู่ฮั่นเป็นครั้งแรก โดยคณะกรรมการสาธารณสุขต้าซิงในกรุงปักกิ่งเผยเมื่อวันจันทร์ว่า มีผู้ป่วยโรคปอดอักเสบที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ 2 ราย เป็นผู้ที่เคยเดินทางไปอู่ฮั่น ขณะที่อาการทรงตัว ส่วนที่เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ภาคใต้ของจีน ยืนยันพบผู้ติดเชื้อ 1 ราย เป็นชายวัย 66 ปี เคยเดินทางไปอู่ฮั่นและเริ่มแสดงอาการป่วยและถูกกักกันโรคเมื่อวันที่ 11 มกราคม อาการยังทรงตัว และเจ้าหน้าที่ในเซินเจิ้นกำลังเฝ้าสังเกตอาการอีก 8 คน

    ส่วนคณะกรรมการสาธารณสุขอู่ฮั่นแถลงวันเดียวกันว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 136 รายช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อรวมกับของเดิมเท่ากับมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน 201 ราย โดยยังมีผู้ที่รับการรักษาในโรงพยาบาล 170 ราย ในจำนวนนี้อาการวิกฤติ 9 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มเป็นรายที่ 3 เมื่อวันเสาร์ที่่ผ่านมา

    ทางการเกาหลีใต้รายงานเมื่อวันจันทร์เช่นกันว่า พบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศ เป็นหญิงชาวจีนวัย 35 ปีที่เดินทางด้วยเครื่องบินมาจากเมืองอู่ฮั่น

    ก่อนหน้านี้ไทยยืนยันพบผู้ติดเชื้อ 2 ราย และญี่ปุ่นยืนยันพบ 1 ราย ทั้งสามรายเป็นบุคคลที่มาจากเมืองอู่ฮั่นหรือเคยไปเมืองนี้

    รายงานของศูนย์วิเคราะห์โรคติดต่อระหว่างประเทศเอ็มอาร์ซีเอ็มอาร์ซีแห่งอิมพิเรียลคอลเลจลอนดอนประเมินไว้เมื่อวันศุกร์ว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีผู้ติดเชื้อในเมืองอู่ฮั่นแล้ว 1,723 ราย นับถึงวันเสาร์ที่ 12 มกราคม

    ตลาดขายส่งอาหารทะเลในเมืองอู่ฮั่นถูกระบุว่าเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาด แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกล่าวว่า ผู้ป่วยหลายรายไม่เคยมีประวัติไปที่ตลาดแห่งนี้ เมื่อวันจันทร์ องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เผยผ่านทวิตเตอร์ว่า มีความเป็นไปได้มากที่สัตว์จะเป็นแหล่งกำเนิดปฐมภูมิของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ โดยพบการแพร่เชื้อจากคนสู่คนอย่างจำกัดในกลุ่มผู้ที่สัมผัสหรือใกล้ชิดกัน

    สนามบินของหลายประเทศในเอเชีย รวมถึงสนามบินหลายแห่งในสหรัฐที่มีเที่ยวบินตรงจากอู่ฮั่น ได้ใช้มาตรการคัดกรองวัดอุณหภูมิร่างกายของผู้โดยสารจากอู่ฮั่น ส่วนภายในจีน ทางการอู่ฮั่นได้ติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรดที่สนามบิน, สถานีรถไฟ และรถบัสโดยสารทั่วเมือง ผู้โดยสารที่มีไข้จะได้รับการขึ้นทะเบียน, แจกหน้ากากอนามัย และส่งตัวไปยังสถานรักษาพยาบาล

    สถานการณ์การแพร่ระบาดที่รุนแรงขึ้นส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทเภสัชกรรมและหน้ากากอนามัยในจีนพากันปรับเพิ่มขึ้นเมื่อวันจันทร์

    บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ โกลบอลไทมส์ สื่อแนวชาตินิยมของพีเพิลส์เดลี กระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนและอย่าทำผิดพลาดซ้ำรอยการแพร่ระบาดของโรคซาร์ส คราวนั้นเจ้าหน้าที่ปิดข่าวการแพร่ระบาดนานหลายสัปดาห์ จนกระทั่งมีคนเสียชีวิตมากขึ้นและข่าวลือแพร่สะพัด "การปกปิดจะส่งผลกระทบอย่างร้ายต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาลและอาจกระตุ้นความแตกตื่นทางสังคมมากขึ้น"

    กระทรวงการต่างประเทศของจีนแถลงยืนยันว่า จีนแจ้งข้อมูลต่อดับเบิลยูเอชโอและประเทศต่างๆ เกี่ยวกับไวรัสชนิดนี้ในเวลาอันเหมาะสมแล้ว.


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน