‘โคโรนาพันธุ์ใหม่’เขย่าโลก WHOประกาศภาวะฉุกเฉิน


เพิ่มเพื่อน    

 

จีนยืนยันไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่แพร่จากคนสู่คนได้ ผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มเป็น 6 คน ยอดติดเชื้อในจีนพุ่งเป็นเกือบ 300 ราย ออสเตรเลียและฟิลิปปินส์รอผลตรวจผู้ต้องสงสัยติดเชื้อในประเทศ องค์การอนามัยโลกประชุมวันพุธหารือประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ
    เจ้าหน้าที่ทางการจีนเปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่อยู่ในวงศ์เดียวกับโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) ที่เคยระบาดคร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกเกือบ 800 ราย ระหว่างปี 2545-2546 ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนและฮ่องกง โดยสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีนรายงานเมื่อคืนวันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2563 อ้างคำกล่าวของ จง หนานซาน หัวหน้าคณะผู้เชี่ยวชาญของคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งจีน ยืนยันว่าไวรัสชนิดนี้สามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ โดยพบผู้ป่วยหลายรายติดเชื้อแม้ว่าจะไม่เคยเดินทางไปเมืองอู่ฮั่น แต่เขายังเชื่อมั่นว่าจะไม่เกิดการแพร่ระบาดแบบเดียวกับซาร์สหากมีมาตรการป้องกัน
    ก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ชี้ว่าแหล่งปฐมภูมิของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่น่ามาจากสัตว์ แต่ก็เตือนว่าอาจมีการแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้แบบจำกัด ดับเบิลยูเอชโอเรียกประชุมคณะกรรมการฉุกเฉินในวันพุธนี้ เพื่อลงความเห็นว่าจะประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศหรือไม่ ที่ผ่านมาดับเบิลยูเอชโอประกาศภาวะฉุกเฉินแบบนี้เพียงไม่กี่ครั้ง ซึ่งรวมถึงระหว่างการแพร่ระบาดของไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และการแพร่ระบาดของอีโบลาในประเทศแถบแอฟริกาตะวันตกช่วงปี 2557-2559
    คำแถลงของคณะกรรมการสาธารณสุขอู่ฮั่น ซึ่งเคยระบุว่าต้นตอของไวรัสน่าจะมาจากตลาดส่งขายอาหารทะเลในเมืองนี้ ยืนยันว่ามีผู้ป่วยเสียชีวิตเป็นคนที่ 4 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม ผู้ป่วยรายนี้เป็นชายอายุ 89 ปี และมีปัญหาสุขภาพอยู่ก่อน รวมถึงโรคหลอดเลือดหัวใจ เขาเริ่มมีอาการป่วยวันที่ 13 มกราคม แต่เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล 5 วันหลังจากนั้น คำแถลงยังเปิดเผยด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่แพทย์ติดเชื้อด้วยแล้ว 15 ราย
    ต่อมา โจว เซียนหวัง นายกเทศมนตรีอู่ฮั่น กล่าวกับซีซีทีวีในวันอังคารว่า มีผู้ป่วยที่อู่ฮั่นเสียชีวิตเพิ่มเป็น 6 รายแล้ว และผู้ติดเชื้อในเมืองนี้ 258 ราย ยังรับการรักษา 227 ราย
    จีนยังพบผู้ติดเชื้อในหลายเมืองนอกเหนือจากอู่ฮั่น โดยเมื่อวันอังคาร นครเซี่ยงไฮ้ยืนยันพบผู้ติดเชื้อรายที่ 2 เป็นชายวัย 35 ปีที่เดินทางไปอู่ฮั่นเมื่อต้นเดือนนี้ และกำลังเฝ้าสังเกตอาการ 4 ราย วันก่อนหน้านี้กรุงปักกิ่งยืนยันมีผู้ติดเชื้อ 5 ราย ที่มณฑลกวางตุ้งมีผู้ติดเชื้อ 14 ราย 
    คณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติของจีนแถลงล่าสุดเมื่อวันอังคารว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสคล้ายซาร์สในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 291 รายแล้ว โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ผ่านการตรวจยืนยันอีกเกือบ 80 ราย และมีผู้ที่ถูกเฝ้าสังเกตอาการอีกมากกว่า 900 ราย ในจำนวนกลุ่มที่ต้องสงสัยนี้มีกว่า 50 รายที่ถูกเฝ้าสังเกตอาการใน 14 มณฑลและเขตทั่วจีน รวมถึงมณฑลจี๋หลินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, เจ้อเจียงในภาคตะวันออก และไห่หนานในภาคใต้
    ภายนอกจีน ไทยเป็นประเทศแรกที่พบนักท่องเที่ยวชาวจีนติดเชื้อ 2 ราย ตามด้วยญี่ปุ่น 1 รายไม่ระบุสัญชาติ และเกาหลีใต้มีหญิงชาวจีนติดเชื้อ 1 ราย ทั้งหมดมีประวัติมาจากอู่ฮั่นหรือเคยเดินทางไปอู่ฮั่น ข่าวเอเอฟพีรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของออสเตรเลียกำลังรอผลการตรวจชายคนหนึ่งที่แสดงอาการของโรคนี้ เขาเคยเดินทางไปอู่ฮั่นและกำลังถูกแยกกักกันโรค วันเดียวกันฟิลิปปินส์ก็รายงานว่าอาจพบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศ เป็นเด็กอายุ 5 ขวบเดินทางจากอู่ฮั่นมาถึงฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 12 มกราคม และเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการไข้หวัด
    เอเอฟพีรายงานด้วยว่า ไต้หวันยืนยันว่าพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสชนิดนี้รายแรก เป็นหญิงชาวไต้หวันอายุราว 50 ปีเศษ อาศัยอยู่ที่เมืองอู่ฮั่น เพิ่งเดินทางกลับถึงไต้หวันเมื่อวันจันทร์พร้อมกับอาการไข้ ไอและเจ็บคอ เธอยืนยันว่าไม่เคยไปตลาดสดหรือสัมผัสสัตว์ปีกหรือสัตว์ในธรรมชาติขณะอยู่ที่อู่ฮั่น
    ไวรัสชนิดนี้ก่ออาการคล้ายกับโรคซาร์สและโรคหวัดจากไวรัสในวงศ์เดียวกัน โดยผู้ป่วยอาจมีอาการปอดอักเสบ มีไข้ และหายใจลำบาก
    การยืนยันว่าไวรัสนี้แพร่จากคนสู่คนได้ เพิ่มความวิตกว่าสถานการณ์แพร่ระบาดจะรุนแรงขึ้นเนื่องจากใกล้ช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ชาวจีนหลายร้อยล้านคนจะออกเดินทางกลับภูมิลำเนา ทั้งด้วยเครื่องบิน, รถไฟและรถโดยสาร หรือเดินทางออกต่างประเทศ สนามบินของฮ่องกงและไต้หวันที่คาดว่าจะต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมาก และสนามบินของหลายประเทศ ได้วางมาตรการคัดกรองผู้โดยสาร โดยเฉพาะจากเมืองอู่ฮั่น เช่น ออสเตรเลีย, บังกลาเทศ, เนปาล, สิงคโปร์, สหรัฐ และไทย
    เมื่อวันอังคาร รัฐบาลจีนประกาศด้วยว่าได้จัดให้การแพร่ระบาดครั้งนี้อยู่ในหมวดเดียวกับโรคซาร์ส ซึ่งจะบังคับการแยกผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ และอาจรวมถึงการใช้มาตรการกักกันโรค 
    วันก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวถึงการระบาดเป็นครั้งแรก ย้ำว่าจะต้องควบคุมการแพร่ของไวรัสนี้ให้ได้อย่างเด็ดขาด และต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างทันท่วงที
    รัฐบาลจีนเคยถูกตำหนิที่ปกปิดการแพร่ระบาดของโรคซาร์สเมื่อปี 2546 แต่ครั้งนี้จีนได้รับคำชมเชยจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศที่เปิดเผยข้อมูลได้เร็ว ภายหลังพบผู้ป่วยปอดอักเสบลึกลับครั้งแรกเมื่อปลายปี กระทั่งระบุได้เมื่อต้นเดือนนี้ว่าเกิดจากไวรัสสายพันธุ์ใหม่
    ข่าวการแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ของไวรัสชนิดนี้เพิ่มความกังวลว่าสถานการณ์จะเป็นเหมือนโรคซาร์ส โดยเฉพาะเกิดการแพร่ระบาดใกล้เทศกาลตรุษจีน และส่งผลให้ราคาหุ้นในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและสายการบินของตลาดหุ้นทั่วเอเชียดิ่งลง ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนสกุลหยวนอ่อนค่าลงเกือบ 0.5% เป็นสถิติแย่สุดในรอบ 1 เดือน.


"รุ้ง" ศิษย์เอก "สามสัส" นี่.....สมที่ "สำนักข่าว BBC" ยกเป็น ๑ ใน ๑๐๐ หญิงผู้ทรงอิทธิพลของโลก"คำเดียว" แท้ๆ ทำให้เธอทรงอิทธิพลคือ ให้ "....." ประธานรัฐสภา!

สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก