เมื่อฝุ่นจิ๋วเป็น“ภัยคุกคาม” แนวคิดของเสืออากาศ24/7


เพิ่มเพื่อน    

                แม้จะหลุดกรอบจากเรื่อง “ม้ง” ไปบ้าง ในการแสดงความเห็นเรื่อง “ชาติพันธุ์” จนกลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง แต่ในหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเด็นความมั่นคง และปัญหาในภาพรวมของประเทศแล้ว “เสืออากาศ 24/7” ก็มีแนวคิด ทิศทางที่น่าสนใจ แต่ก็ย้ำว่าเนื้อหาที่มีการนำเสนอนั้น เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้ใช้นามปากกา เสืออากาศ 24/7 เท่านั้น

                โดยเขาเสนอให้กองทัพกำหนด “ฝุ่นควัน” เป็นภัยคุกคาม ทหารร่วมทุกส่วนราชการแก้ปัญหา โดยเขียนบทความ เรื่อง “ฝุ่นควัน” ระบุว่า นักการเมืองไทย นักปกครองไทย ข้าราชการไทย ต้องกำหนดนโยบายและสร้างกลไกพัฒนา สร้างกลไกแก้ปัญหา โดยเฉพาะกลไกด้านการวิจัยพัฒนาที่สร้างและใช้ปัญญาไทย กลไกกฎหมาย กลไกด้านงบประมาณสนับสนุน

                กระทรวงกรม ต้องกล้าใช้อำนาจรัฐอย่างบูรณาการ เป็นระบบในการพัฒนา แก้ปัญหาขาดแคลนปัญญาอันก่อให้เกิดฝุ่นควันในท้ายที่สุด และสถาบันการศึกษาต้องยื่นมือเข้ามาทำการคิดค้นวิจัยทดลองทดสอบผลิตสร้างรับรองการใช้งานบรรดาองค์ความรู้ภูมิปัญญา เทคโนโลยี นวัตกรรม  สำหรับสร้างปัญญาเพื่อพัฒนาประเทศชาติอย่างถูกวิธี กับอันส่งผลไปถึงการแก้ปัญหาฝุ่นควันทั้งระบบ

                กองทัพ หากกำหนดว่า “ฝุ่นควัน” เป็น “ภัยคุกคาม”  ทหารโดยกองทัพต้องร่วมกันยื่นมือเข้าไปพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับเข้าไปเผชิญหน้า แก้ไขปัญหาโดยใช้วิธีการ เฝ้าตรวจการเผาป่า เฝ้าตรวจยานยนต์ เครื่องยนต์เก่า ใช้เครื่องตรวจจับ Sensor ทางอากาศภาคพื้น ตรวจสอบทุกปริมาตรอากาศในทุกตารางเมตรของพื้นที่ที่เกิดการเผาป่า ใช้เครื่องตรวจจับขีดสมรรถนะในการเผาไหม้ของยานยนต์ทุกคัน  พื้นที่ทุกตารางเมตร ทั้งพื้นที่การเกษตรในครอบครองของบุคคล กับพื้นที่ป่าเขาจะถูกขึ้นทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ เครื่องยนต์ทุกคันทุกเครื่องจะถูกขึ้นทะเบียน (อิเล็กทรอนิกส์) และติดตั้ง RFID (หากพบว่ามีปัญหาการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ หรืออายุเกินกำหนดใช้งาน)

                ทหารอากาศต้องสนับสนุนภาพถ่ายดาวเทียมหาจุด Hotspot ที่เกิดขึ้นแล้วนำภาพถ่ายดาวเทียมย้อนกลับ (6-24 ชม.) มาหาพิกัด (Location) เพื่อพิสูจน์ทราบว่า พื้นที่ที่ดิน ณ จุดที่เกิดการเผานั้นเป็นที่ดินในครอบครองของผู้ใด หรือเป็นที่ดินสาธารณะ (ป่าเขา) ที่ถูกแอบเผาโดยใครคนใดคนหนึ่ง (สร้าง History) และออกปฏิบัติการทางอากาศ ทำการตรวจสอบการเผาแบบ Real-time โดยอากาศยานและหรือดาวเทียมพิเศษในทันที หรือเมื่อได้รับรายงาน

                กระทรวงคมนาคม ตำรวจ ต้องใช้กล้องและโปรแกรมซอฟต์แวร์บันทึกป้ายทะเบียน กับ RFID (Radio Frequency Identification) หรือการระบุข้อมูลสิ่งต่างๆ โดยใช้คลื่นความถี่วิทยุติดตามการเคลื่อนไหว เคลื่อนที่ของยานยนต์ เครื่องยนต์ที่มีปัญหาการเผาไหม้ซึ่งต้องได้รับการติดตั้ง RFID กับยานยนต์ เครื่องยนต์ทุกคันทุกเครื่องเพื่อพิสูจน์ทราบว่ายานยนต์ เครื่องยนต์นั้นเป็นของผู้ใด หรือถูกนำไปใช้งาน (นอกเงื่อนไขข้อกำหนด) โดยใคร

                กองทัพ (อากาศ) ต้องสนับสนุนระบบบัญชาการทางอากาศ (C2-ISR : AI Big Data) เพื่อนำภาพถ่ายทางอากาศ ผลการตรวจจับ Hotspot แบบ Real-time (Observe) ที่ได้ไปเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์และทำการสังเคราะห์หาหนทางปฏิบัติ (Oriented) พร้อมกับตัดสินตกลงใจสั่งการ (Decision) ให้หน่วยต่างๆ ลงมือปฏิบัติการเผชิญเหตุ (Action) โดยทันทีต่อไป

                สถาบันการศึกษา (มหาวิทยาลัยทางด้านวิศวกรรม วิทยาลัยอาชีวศึกษา) ต้องร่วมมือกับกองทัพ (อากาศ กับกระทรวงคมนาคม ตำรวจ) ในการพัฒนาระบบบัญชาการ (แก้ปัญหาภัยพิบัติ) ทางพลเรือน (C2-ISR : AI Big Data) เชื่อมโยงการบัญชาการทางอากาศ (ของกองทัพอากาศ) เพื่อสร้างเครือข่ายชุมชน (การปกครองส่วนกลาง การปกครองส่วนภูมิภาค การปกครองส่วนท้องถิ่น) ต่อไป

                ตำรวจ กรมการขนส่งทางบก รวมถึงสถาบันการศึกษา (มหาวิทยาลัย วิทยาลัยอาชีวศึกษา) ต้องเร่งตรวจสอบฝุ่นละอองของยานยนต์ เครื่องยนต์ทั้งหมด (พร้อมๆ กับการตรวจสภาพยานยนต์) และติดตั้ง RFID ที่บอกถึงรายละเอียดว่ายานยนต์ เครื่องยนต์แต่ละคันนั้นปล่อยควันไอเสียออกมาคันละเท่าไร? ที่รอบเครื่องยนต์หมุนเท่าไร? ทั้งนี้  ความเร็วในการวิ่งของยานยนต์แต่ละคันที่ก่อฝุ่นนั้นสามารถที่จะแก้ไขได้ด้วยการกวาดล้างถนนในทุกๆ วัน

                ส่วนราชการ (กระทรวง กรม) จะต้องใช้ข้อมูล GIS (Location : Lat.-Long.-Time) ในการจัดทำบัญชีประชากร บุคคล กิจการ ผู้ประกอบกิจการบนที่ดิน ป่าเขา (ป่าสงวน ป่าอุทยาน ป่าเศรษฐกิจ...) ไว้เป็นฐานข้อมูล (Database)

                ส่วนราชการ (กระทรวง กรม) จะต้องใช้ข้อมูล ISR-Meta Data (ที่ได้รับจากระบบบัญชาการและควบคุมทางทหาร (อากาศ) กับที่ได้รับผ่านเครือข่ายระบบการบัญชาการทางพลเรือน (สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย) นำไปใช้ในการสืบ สอบทานความเป็นเจ้าของ บุคคล ผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจกรรม มีกิจการอยู่บนแปลงที่ดินที่ถูกพิสูจน์ว่าได้มี เคยมีการเผาพื้นที่เกษตรกรรม (ทั้งบนที่ดินทำกินและหรือในป่าเขา)

                โดยใช้กลไกการปกครอง (อำนาจ) ผ่านระบบการปกครองส่วนกลาง การปกครองส่วนภูมิภาค ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ ผู้ว่าราชการฯ การปกครองส่วนท้องถิ่น อบต. อบจ. เข้าไปบริหารจัดการเพื่อหาหนทางปฏิบัติในการจัดการบนการประกอบอาชีพ

                ส่วนราชการ (กระทรวง กรม) ร่วมกับสถาบันการศึกษา (มหาวิทยาลัยด้านวิศวกรรม ด้านสังคมศาสตร์ วิทยาลัยอาชีวศึกษา) จะต้องใช้ข้อมูล GIS ในการจัดทำบัญชี (อิเล็กทรอนิกส์) ระบุพืชพรรณทางการเกษตรในทุกแปลง (ทุกตารางเมตรที่เป็นที่ดินเกษตรกรรม) ซึ่งต้องมีการอนุญาตให้ทำการเผาได้ โดยกำหนดห้วงเวลาเผา (Range-Time) เพื่อทำการเผาเศษซากผลผลิตการเกษตรแต่ละรายการ (อ้อย มันสำปะหลัง ข้าว ข้าวโพด...เห็ด ผักหวาน...) เป็นรายบุคคล ในแต่ละพื้นที่ ในห้วงเวลา (ช่วงเวลากลางวัน กลางคืน) ในลักษณะหมุนเวียนกันไป มิให้เกิดการเผาในลักษณะไร้การควบคุม และหรือมีการเผาเกินความจำเป็นบนข้อพิจารณาที่ว่าพืชพรรณบางชนิดก็มิจำเป็นต้องมีการเผา แต่ใช้วิธีการริด ทอน บด ย่อย...แทน และการเผาแต่ละครั้งตามที่ได้รับอนุญาตนั้นต้องมีการเฝ้าตรวจติดตามด้วยเครื่องตรวจจับที่ติดตั้งบนอากาศยาน (เครื่องบิน UAV) และหรือบนดาวเทียมในทุกๆ ครั้งที่มีการเผา

                ส่วนราชการ (กระทรวง กรม) ร่วมกับสถาบันการศึกษา (มหาวิทยาลัย วิทยาลัยอาชีวศึกษา) จะต้องใช้ข้อมูล GIS ในการจัดทำบัญชี (อิเล็กทรอนิกส์) ระบุรายละเอียดความต้องการเครื่องมืออุปกรณ์สำหรับใช้ทำการเกษตรของเกษตรกรรายบุคคล ผู้ประกอบการแต่ละรายที่ทำกินบนที่ดินการเกษตรแต่ละแปลง รวมถึงที่ดินป่าเขาที่เกิดการบุกรุกเป็นประจำ เพื่อนำไปใช้ลดกระบวนการเผา เช่น เครื่องมืออุปกรณ์สำหรับ “ริด ทอน บด ย่อย” ให้เกิดเป็นปุ๋ย ธรรมชาติที่ไม่จำเป็นต้องเผาในการนี้ บรรดาเครื่องมือเหล่านี้ต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล (แปลงงบประมาณแก้ปัญหาฝุ่นควัน ไปเป็นงบประมาณสำหรับทำการคิดค้นวิจัยเครื่องมืออุปกรณ์ดังกล่าว)

                นั่นเป็นส่วนหนึ่งในแนวคิดของเสืออากาศ 24/7 ที่เขียนเป็นบทความนำเสนอไว้โดยมุ่งใช้เทคโนโลยีและระบบข้อมูลในการบริหารจัดการปัญหา แต่ทุกอย่างอยู่ที่การปฏิบัติของหน่วยงานในการบังคับใช้กฎหมาย กฎ ระเบียบ และจิตสำนึกของกลุ่มบุคคลและพื้นที่ต้นตอของการเกิด “ฝุ่น”  ว่า จะตระหนักในปัญหาที่กระทบต่อส่วนรวมหรือไม่ด้วย!.

 


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"