'อาตี๋รักชาติ' เล่าประวัติครอบครัวแม่หอบเสื่อผืนหมอนใบจากเมืองจีนตั้งรกรากเมืองไทย


เพิ่มเพื่อน    

23 ม.ค.63 - พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และผู้ก่อตั้งองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน โพสต์เฟซบุ๊กว่า ต้นรัตนโกสินทร์จนถึงรัชกาลที่ 6 ก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 สยามประเทศเป็นประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดีมากๆ อาจจะดีที่สุดของเอเซียก็ว่าได้ ไม่แพ้ญี่ปุ่นแน่ๆ ในขณะที่จีนอดอยากยากแค้น ชาวจีนต้องอพยพมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาณอาศัยราชอาณาจักรไทยก่อร่างสร้างตัว

บรรพบุรุษสายพ่อของผม ทำการค้าไทย-จีนทางเรือสำเภาตั้งแต่รัชสมัยพระนั่งเกล้าฯ ส่วนบรรพบุรุษสายแม่ของผมอพยพเข้ามาในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ทำงานรับจ้างแบกหามจากเสื่อผืนหมอนใบที่ท่าเรือทรงวาดก่อร่างสร้างตัวจนมีเรือเอี้ยมจุ๊นขนส่งกระเทียมพริกระหว่างท่าเรือทรงวาดกับ อ.ดำเนินสะดวก ราชบุรี ...แม่ของผมเป็นลูกคนโตครับ เกิดเมื่อปี พ.ศ.2473 ปัจจุบันอายุ 90 แล้ว แม่เติบโตและช่วยตายายบนเรือเอี้ยมจุ๊นจนตายายเริ่มมีฐานะและมีบ้านซึ่งเช่าที่ดินริมคลองดำเนินสะดวกจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

ตั้งแต่รัชสมัยรัชกาลที่ 5 มีชาวจีนโพ้นทะเลอพยพเข้าไทยมาก ส่วนหนึ่งอาศัยอยู่ที่ อ.ดำเนินสะดวก ราชบุรี เมื่อตายาย(ผมเรียกอากงนะครับ) ก่อร่างสร้างตัวได้ก็ร่วมกันกับเพื่อนชาวจีนโพ้นทะเลก่อตั้งโรงเจและโรงเรียนขึ้น...พ่อของผมมาสมัครงานเป็นครูสอนหนังสือที่นี่ครับ

พ่อของผมเกิดเมื่อปี พ.ศ.2466 ที่ อ.พนัสนิคม ชลบุรี ปัจจุบันอายุ 97 ปีแล้ว แต่พ่อเติบโตที่ อ.สีคิ้ว นครราชสีมา นะครับ เรียนหนังสือจนจบชั้นมัธยมที่ รร.ประจำจังหวัดนครราชสีมา ปี พ.ศ.2484 หลังจากนั้นพ่อต้องนั่งรถไฟจากนครราชสีมา-หัวลำโพง-ลงใต้สุดเพื่อไปเป็นนักเรียนประจำ เรียนหนังสือในระดับไฮสคูลที่ รร.แองโกลไชนีสสคูล ปีนัง มาเลเซีย พ่อของผมจึงมีความรู้ภาษาอังกฤษและจีนเป็นอย่างดี หลังจากจบไฮสคูลแล้ว ปู่ย่า(ผมเรียกอากง-อาม่าเช่นกันครับ)ก็ส่งพ่อไปเรียนพาณิชยศาสตร์(Commerce) ที่จีน ซึ่งขณะนั้นทั้งมาเลเซียและจีนถูกญี่ปุ่นยึดครองในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว...พ่อของผมเป็นนักเรียนไทยมีหน้าที่เปิดไซเรนสัญญาณเมื่อสหรัฐบินทิ้งระเบิดในจีน

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง...จีนเริ่มความขัดแย้งรอบใหม่ภายในประเทศระหว่าง จอมพลเจียงไคเช็ก และ เหมาเจอตุง ...พ่อตัดสินใจเลิกเรียนต่อ ทั้งๆที่ตั้งใจจะเรียนต่อที่ปักกิ่ง พ่อเดินทางกลับไทยในยุคที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ...พ่อถูกสันติบาลควบคุมตัว เนื่องจากยุคนั้นราชอาณาจักรไทยก็เริ่มเข้าสู่สถานการณ์ภัยคุกคามจากคอมมิวนิสต์ในอินโดจีนแล้ว แต่พ่อเป็นคนไทย เกิดพนัสนิคม ชลบุรี จบ รร.ประจำจังหวัดนครราชสีมา จึงได้รับการปล่อยตัว

พ่อของผมมีความสามารถทั้งพูดฟังอ่านเขียนได้ทั้งภาษาอังกฤษ จีน ...สันติบาลในยุคนั้นเสนอให้พ่อของผมเป็นตำรวจทำงานให้สันติบาลในยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ครับ...แต่พ่อขอกลับบ้านทำการค้ากับปู่ย่าที่ อ.สีคิ้ว นครราชสีมา

พ่อกลับถึงบ้านที่ อ.สีคิ้ว ...ปู่ย่ายากจนมาก แต่เดิมก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ปู่ย่าของผมเป็นผู้มีฐานะดี บรรพบุรุษสายพ่อของผมมีฐานะร่ำรวยจากการค้าไทย-จีน ตั้งแต่รัชสมัยพระนั่งเกล้าจนเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศตกต่ำจากผลพวงของสงครามโลก เกิดปัญหาข้าวยากหมากแพงในประเทศ...พ่อจึงไปสมัครงานเป็นครูสอนหนังสือที่ รร.ที่ อ.ดำเนินสะดวก ที่ตายายเป็นผู้ก่อตั้ง...พ่อจึงได้พบแม่ของผม...ให้กำเนิดลูกคนที่ 8...สุดซ่าส์..."เหลี่ยงทง ไอ้ตี๋หัวลำโพง" ไงล่ะครับ

หมายเหตุ สัปดาห์หน้า ผมขอลา FC ทุกท่านไปยุโรปติดต่อธุรกิจ 1 สัปดาห์ครับ...หวังว่าคงไม่มีใครมาป่วนว่าผมเป็นโหลนจีนขายชาตินะครับ


คนร่วมชุมนุม "ม็อบสามสัส" ระยะหลังดูจะออกอาการเซ็งๆ เห็นโพสต์บ่น....ไรวะ"เย็นนัดชุมนุม-ค่ำให้กลับไปกินนมนอน"!แบบนี้ มันคงจบหรอกนะ ที่ "รุ่นเรา" น่ะมันน่าจะไปจบที่ "คุก" ซะก่อนมากกว่า!

ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'