จ่ออพยพพลเมือง! นานาชาติเตรียมหนี'อู่ฮั่น' 'จีน'สั่งห้ามค้าขายสัตว์ป่า


เพิ่มเพื่อน    


    จีนเพิ่มมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสมรณะอู่ฮั่นที่คร่าชีวิตผู้ป่วยแล้ว 56 คน ติดเชื้อทั่วโลกมากกว่า 2,000 คน รัฐบาลสั่งห้ามค้าขายสัตว์ป่าที่เชื่อว่าเป็นต้นตอของไวรัสแล้ว สหรัฐ-ญี่ปุ่น-ฝรั่งเศสเตรียมอพยพพลเมืองออกจากอู่ฮั่น ไทยนัดประชุมด่วนที่กระทรวงการต่างประเทศ จ่อส่งซี 130 ไปรับคนไทย เผยไทยพบคนไข้รายที่ 8 แล้ว
    ทางจีนแถลงยืนยันเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2563 ว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แล้ว 1,975 ราย นับข้อมูลถึงวันเสาร์ที่ 25 มกราคม โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 15 ราย รวมเป็น 56 รายจากทั่วประเทศ โดยนครเซี่ยงไฮ้พบผู้เสียชีวิตรายแรก เป็นชายอายุ 88 ปีที่มีปัญหาสุขภาพอยู่ก่อน
    วันเดียวกันนี้ กระทรวงเกษตร, สำนักงานบริหารจัดการกฎระเบียบตลาดแห่งรัฐ และสำนักงานป่าไม้และทุ่งหญ้าแห่งชาติจีน ออกคำสั่งห้ามการเพาะเลี้ยง, ขนย้ายและขายสัตว์ป่าเป็นการชั่วคราว นับแต่วันอาทิตย์เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของประเทศจะยุติ โดยคำสั่งนี้มีผลครอบคลุมธุรกิจทุกชนิดและการค้าสัตว์ป่าทุกรูปแบบ ไม่ว่าในตลาด, ร้านอาหาร และการค้าผ่านระบบอีคอมเมิร์ซ เช่นร้าน Taobao ของอาลีบาบา ที่มีประกาศขายสัตว์ป่า เช่น งู, นกยูง และจระเข้
    นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสัตว์ป่าเป็นแหล่งฟักเชื้อไวรัสชนิดนี้ที่กลายพันธุ์จนสามารถแพร่สู่มนุษย์ได้ เช่นเดียวกับไวรัสซาร์สที่คร่าชีวิตชาวจีนและฮ่องกงราว 650 คนเมื่อปี 2545-2546 ซึ่งเชื่อว่ามีต้นตอมาจากค้างคาวและส่งผ่านมายังมนุษย์ผ่านการกินเนื้อชะมด อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านสาธารณสุขของจีนกล่าวว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ยังไม่ทรงอานุภาพเท่าซาร์ส แต่ศักยภาพในการแพร่เชื้อของมันกำลังแข็งแรงขึ้น
    การแพร่ระบาดของไวรัสก่อโรคปอดอักเสบ ซึ่งเชื่อว่ามีต้นกำเนิดจากตลาดขายอาหารทะเลที่ลักลอบขายสัตว์ป่า ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ภาคกลางของจีนเมื่อปลายปีที่แล้ว ส่งผลให้ทางการจีนสั่งปิดเมืองที่มีประชากร 11 ล้านคนแห่งหนึ่ง เพื่อตัดขาดการคมนาคมกับภายนอกอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และเมื่อวันเสาร์ ทางการอู่ฮั่นยังได้ห้ามยานพาหนะวิ่งภายในเมืองนี้ยกเว้นเฉพาะรถฉุกเฉิน ทำให้สภาพภายในเมืองไม่ต่างจากเมืองร้าง แม้จะเป็นช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองตรุษจีน ท่ามกลางความเงียบมีเสียงประกาศผ่านเครื่องกระจายเสียงเตือนประชาชนว่าอย่าเชื่อข่าวลือและอย่าแพร่ข่าวลือ ผู้ที่รู้สึกไม่ค่อยสบายให้รีบไปโรงพยาบาล
    นอกจากเมืองอู่ฮั่น ทางการจีนยังสั่งควบคุมการคมนาคมขนส่งในอีกมากกว่า 10 เมืองในมณฑลหูเป่ย์ และล่าสุด กรุงปักกิ่งและนครเซี่ยงไฮ้สั่งระงับบริการรถโดยสารทางไกลทั้งขาเข้าและขาออกเมืองตั้งแต่วันอาทิตย์เป็นต้นไป มาตรการคล้ายกันจะใช้กับ 2 เมืองใหญ่ของมณฑลชานตงในภาคตะวันออก ซึ่งมีประชากรราว 100 ล้านคนด้วย ส่วนมณฑลกวางตุ้งทางภาคใต้, เจียงซีในภาคกลาง และเมืองหนานจิงในภาคตะวันออก, หม่าอันเฉินในมณฑลอานฮุย และซินหยางในมณฑลเหอหนาน รัฐบาลท้องถิ่นออกกฎบังคับประชาชนสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ
    จีนห้ามกรุ๊ปทัวร์เดินทางออกนอกประเทศเริ่มมีผลตั้งแต่วันจันทร์ที่ 27 มกราคม ขณะที่การทัวร์ในประเทศสั่งระงับมาตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งถูกปิดตั้งแต่หลายวันก่อน เช่น พระราชวังต้องห้าม, กำแพงเมืองจีน และสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ในนครเซี่ยงไฮ้ที่ปิดเมื่อวันเสาร์ ส่วนดิสนีย์แลนด์ในฮ่องกง และสวนสนุกโอเชียนพาร์คเริ่มปิดเมื่อวันอาทิตย์ โดยรัฐบาลฮ่องกงประกาศภาวะฉุกเฉินมาตั้งแต่วันเสาร์ ฮ่องกงยืนยันพบผู้ติดเชื้อแล้ว 5 ราย
    ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวระหว่างประชุมกรมการเมืองเมื่อวันเสาร์ว่า จีนกำลังเผชิญสถานการณ์ร้ายแรงของการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสชนิดนี้ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเร่งดำเนินการป้องกัน
    กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐแถลงว่า จะจัดเที่ยวบินอพยพเจ้าหน้าที่ออกจากสถานกงสุลอู่ฮั่นกลับนครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐวันที่ 28 มกราคม โดยจะมีที่นั่งสำหรับพลเมืองอเมริกันในเมืองนี้อย่างจำกัดจำนวน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อของสหรัฐ (ซีดีซี) เพิ่งยืนยันเมื่อวันเสาร์ว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นรายที่ 3 ของสหรัฐ ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย เพิ่มเติมจาก 2 รายก่อนหน้านี้ที่นครชิคาโกและรัฐวอชิงตัน
    รัฐบาลฝรั่งเศสและบริษัทพีเอสเอ ผู้ผลิตรถยนต์ฝรั่งเศส ซึ่งมีบุคลากรอยู่ที่อู่ฮั่นมากพอสมควร กำลังเตรียมแผนอพยพเจ้าหน้าที่และครอบครัวกลับประเทศ โดยจะเคลื่อนย้ายไปยังเมืองในมณฑลใกล้เคียงเพื่อกักกันเชื้อโรคระยะหนึ่งก่อน ทางการฝรั่งเศสรายงานพบผู้ติดเชื้อรายแรกของยุโรปเมื่อวันศุกร์ เป็นชาวจีน 3 รายจากอู่ฮั่น ซึ่งมาถึงฝรั่งเศสโดยไม่ได้แสดงอาการป่วย และในวันอาทิตย์ แอนน์ อีดัลโก นายกเทศมนตรีกรุงปารีส ประกาศระงับการจัดขบวนพาเหรดฉลองวันตรุษจีนแล้ว เพื่อป้องกันไว้ก่อน
    เมื่อวันเสาร์ แคนาดาประกาศว่ามีผู้ติดเชื้อที่ค่อนข้างจะยืนยันได้แล้ว 1 ราย เป็นชายวัย 50 ปีเศษ เดินทางจากอู่ฮั่นกลับถึงแคนาดาวันที่ 22 มกราคม และเข้าโรงพยาบาลวันถัดมาด้วยอาการป่วยระบบทางเดินทางหายใจ ก่อนหน้านั้นวันเดียวกัน ออสเตรเลียก็ยืนยันพบผู้ติดเชื้อครั้งแรกจำนวน 4 ราย, มาเลเซียพบผู้ติดเชื้อแล้ว 4 รายเช่นกัน 
    เอเอฟพีรายงานด้วยว่า นายกฯ ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น แถลงเมื่อันอาทิตย์ว่า รัฐบาลตัดสินใจอพยพพลเมืองญี่ปุ่นทั้งหมดออกจากเมืองอู่ฮั่น และกำลังประสานงานกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนในทุกระดับเพื่อเร่งการอพยพ โดยจะพยายามทุกวิถีทาง รวมถึงการเช่าเที่ยวบินเหมาลำ ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นคาดว่ามีชาวญี่ปุ่นอยู่ที่อู่ฮั่น 430 คน
    กงสุลเกาหลีใต้ในเมืองอู่ฮั่นกล่าวว่า พวกเขากำลังทำแบบสำรวจทางออนไลน์ถามพลเมืองเกาหลีใต้ในอู่ฮั่นเพื่อสำรวจความต้องการในการเช่าเหมาลำเครื่องบิน
เล็งส่งซี 130 รับคนไทยในอู่ฮั่น
    สำหรับความเคลื่อนไหวในไทยนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับคนไทยอย่างดีที่สุด โดยรัฐบาลได้เตรียมแผนการช่วยเหลือคนไทย และนักศึกษา ที่เมืองอู่ฮั่นประเทศจีน
    น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) จะจัดการประชุมคณะทำงานศูนย์ประสานงานฉุกเฉิน (อาร์อาร์ซี) เพื่อเตรียมแผนเผชิญเหตุเพื่อช่วยเหลือคนไทยในจีน กรณีโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาในวันจันทร์ที่ 27 ม.ค.2563 เวลา 15.00 น. ที่ กต. โดยจะเชิญผู้แทนหน่วยราชการ และทุกหน่วยในอาร์อาร์ซีเข้าร่วมประชุม รวมทั้งผู้แทนของสถานเอกอัครราชทูตไทย และสถานกงสุลใหญ่ที่ประจำอยู่ทุกแห่งในประเทศจีน ผ่านระบบสื่อสารผ่านทางไกล หรือเทเลคอนเฟอเรนซ์ เพื่อสอบถามสถานการณ์ภาพรวมของโรค และจำนวนคนไทยที่อาศัยอยู่ที่เมืองอู่ฮั่น
    มีรายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมแจ้งว่า ในการประชุมวันที่ 27 ม.ค.นี้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) รวมทั้งฝ่ายความมั่นคงจะเข้าร่วมประชุมด้วย โดยหากคณะทำงานประชุมและสรุปผลว่าสถานการณ์โรคในเมืองอู่ฮั่นมีความรุนแรง รัฐบาลไทยอาจมอบหมายให้กองทัพนำเครื่องบินทหาร ซี 130 บินเข้าไปรับคนไทยที่มีอยู่ในเมืองอู่ฮั่นประมาณ 100 คนกลับไทยทันที เนื่องจากการบินไทยซึ่งเป็นสายการบินพาณิชย์ไม่สามารถทำการบินได้ เพราะรัฐบาลจีนได้สั่งปิดสนามบินอู่ฮั่น
    ขณะที่ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวว่า ทอ.ได้เตรียมเครื่องบินซี 130 จำนวน 3-4 ลำ และทีมแพทย์ 2-3 ชุดปฏิบัติการ เดินทางไปให้การช่วยเหลือ หากได้รับมอบหมายจากรัฐบาล หรือนายกฯ โดยต้องรอความชัดเจนจากทาง กต.ในการสำรวจยอดจำนวนคนไทย 
    นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวเช่นกันว่า หากรัฐบาลประสานมายังกระทรวงเพื่อให้นำเครื่องบินของการบินไทยไปรับคนไทยในจีนก็พร้อม แต่คงต้องหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมมาตรการรองรับ​ โดยเฉพาะต้องมีสถานที่และบุคลากรแพทย์ เพื่อให้คนไทยที่กลับมาพักเพื่อเฝ้าระวังและสังเกตอาการ 
    ด้านนายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่​ บริษัท การบินไทยฯ กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากผู้บริหารสายการบินไทยสมายล์ว่า ได้รับการประสานงานจาก กต.ให้เตรียมพร้อม อาจต้องทำการบินไปรับคนไทยที่ตกค้างที่เมืองอู่ฮั่น​ ซึ่งขนาดของเครื่องบินไทยสมายล์มีความเหมาะสมที่จะทำการบินในภารกิจดังกล่าว
    “ยังไม่ได้มีการยืนยันชัดเจนว่าไทยสมายล์​ หรือ​การบินไทยจะทำภารกิจดังกล่าว​ หรือเป็นภารกิจของกองทัพอากาศ เนื่องจากการจะทำการบินไปรับคนไทยนั้น ต้องประสานงานทางการจีนเพื่อให้ได้สล็อต​การบินที่ชัดเจน​ทั้งเที่ยวบินขาไปและขากลับ​ เพื่อให้เกิดความราบรื่นในการปฏิบัติภารกิจ” นายสุเมธกล่าว
    นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า ได้กำชับสถานเอกอัครราชทูตไทยในจีนให้ติดตามสถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรนาระบาดอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นพบนักศึกษาไทยในเมืองอู่ฮั่น 54 คน และคนทำงาน 10 คน ยังปลอดภัยดี ส่วนเรื่องการอพยพนั้นต้องรอดูอีกระยะหนึ่ง
ที่กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ยืนยันว่า ในทางปฏิบัติถือว่ายังควบคุมสถานการณ์ได้ แม้จะพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อ แต่สามารถรักษาให้หาย หลายรายกลับภูมิลำเนาแล้ว ซึ่งการประชุมเพื่อจัดทำมาตรการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ตั้งคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อบริหารจัดการ และอาจยกระดับเป็นสถานการณ์ที่รัฐบาลต้องช่วยกัน และมีอำนาจพิเศษในการบริหารสถานการณ์ 
ล่าสุดไทยมีผู้ติดเชื้อ 8 ราย
    "การหามาตรการต้องไม่ใช่แบบกำปั้นทุบดิน ต้องคิดอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนมาเมืองไทยมาก หากเราเจอแค่นี้แล้วปิดกั้นเลย ปิดประเทศไปเลย ก็อาจเป็นการตัดสินใจที่รวดเร็วเกินไป และสถานการณ์ยังไม่ถึงจุดนั้น ส่วนที่จีนปิดเมืองและห้ามการเดินทางได้ในหลายเมือง ขณะที่ฮ่องกงและไต้หวันมีมาตรการหยุดเรียน ห้ามคนเข้าจีน แต่ละประเทศมีเงื่อนไขและวิธีการรับมือแตกต่างกันไป ซึ่งไทยมีประสบการณ์ในการรับมือความเป็นไปได้ในการระบาดของโรคแบบข้ามประเทศมาหลายครั้งและทำได้อย่างดี ดังนั้นขอให้มั่นใจ” นายอนุทินกล่าว
    ต่อมานายอนุทินได้แถลงถึงผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาในไทยว่า ข้อมูลล่าสุดไทยมีผู้ติดเชื้อ 8 ราย ซึ่งได้รับเชื้อขณะอยู่ต่างประเทศ และส่งตัวกลับบ้านไปแล้ว 5 ราย และอีก 3 ราย กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลของกระทรวง ซึ่งอาการดีขึ้นตามลำดับ ยืนยันว่าไม่มีผู้ป่วยรายใดรับเชื้อขณะอยู่ที่ไทย ส่วนมาตรการควบคุมโรคใน 5 สนามบินนั้น ได้ทำการตรวจคนเข้าประเทศสะสมมาตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค.ถึงปัจจุบัน ทั้งหมด 21,522 ราย ซึ่งได้แจกการ์ดคำแนะนำในเรื่องการดูแลสุขภาพให้กับผู้โดยสารทุกคนมาโดยตลอด
    “ขณะนี้จุดคัดกรองมีความพร้อม 100% จึงขอประชาชนอย่าวิตกกังวล เนื่องจากทุกรายที่ได้รับการรักษาอาการดีขึ้นและหายเป็นปกติ หากเมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้มาตรการใดที่เหมาะสมต่อสถานการณ์ในแต่ละวัน ทางกระทรวงสาธารณสุขจะไม่รอ หากจะต้องใช้มาตรการรุนแรงก็พร้อมดำเนินการทันที เนื่องจากกระทรวงเห็นความสำคัญของสุขภาพประชาชนเป็นอันดับแรก” นายอนุทินกล่าว และว่า ได้มอบหมายให้กรมควบคุมโรคจัดการแถลงข่าว เพื่อเป็นข้อมูลอัพเดตให้ประชาชนได้รับทราบถึงสถานการณ์ความเป็นจริง 
    ด้าน ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ปัจจุบันไทยมีนักศึกษาจากจีนเดินทางมาศึกษายังไทยกว่า 5,000 คน ส่วนใหญ่ศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏ โดยเรียนแยกห้องกับนักศึกษาไทยประมาณ 80% ที่เหลือเรียนร่วมกับนักศึกษาไทย ส่วนมหาวิทยาเอกชนมีนักศึกษาชาวจีนทั้งระบบอีกกว่า 7,500 คน โดยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาและความไม่ประมาท อว.จึงมีประกาศให้ดำเนินการตามมาตรการ ดังนี้ 1.นักศึกษาจีนที่เดินทางกลับบ้านที่จีนในช่วงตรุษจีนและยังไม่ได้เดินทางกลับไทย ขอให้มหาวิทยาลัยติดต่อกับนักศึกษาพำนักอยู่ในจีนต่อไปเป็นอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนแจ้งกำหนดการที่เหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป 2.นักศึกษาจีนที่พำนักในไทยและไม่ได้เดินทางกลับจีนในช่วงตรุษจีนนั้น ขอให้มหาวิทยาลัยประสานกับนักศึกษาเพื่อหลีกเลี่ยงการพบปะกับคนที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากจีน  
    3.นักศึกษาที่มีไข้ หรือมีอาการผิดปกติทางระบบทางเดินหายใจ ต้องรายงานพาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล ไม่ควรรักษาตัวเอง 4.กิจกรรมที่มีการชุมนุมนักศึกษาจำนวนมาก และอาจมีนักศึกษาต่างชาติร่วมด้วย ควรพิจารณาทบทวน 5.ขอให้สถาบันวิจัย และมหาวิทยาลัยช่วยเก็บข้อมูลนักศึกษาและเฝ้าระวังตามหลักระบาดวิทยา และ 6.อว.จะติดต่อขอความร่วมมือจาก สธ.เพื่อคัดกรองโรค และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อไป ที่สำคัญ ขอให้สถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยรายงานข้อมูลหรือเหตุการณ์ผิดปกติมายัง อว.ด้วย
    ก่อนหน้านี้ น.ส.ไตรศุลีได้แถลงประชาสัมพันธ์ว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ขอรับสมัครล่ามภาษาจีนเพื่อคัดกรองผู้เดินทางที่ท่าอากาศยานนานาชาติ บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และสนามบินอู่ตะเภา โดยช่วงเวลาปฏิบัติงานจะแบ่งเป็น 2 กะ ระหว่างเวลา 08.00-20.00 น. และ 20.00-08.00 น. ซึ่งคุณสมบัติของล่ามไม่จำกัดเพศ มีอายุระหว่าง 20-45 ปี สามารถเข้าใจศัพท์ทางการแพทย์และสาธารณสุขเบื้องต้น โดยมีค่าตอบแบบเหมาวันละ 5,000 บาท หรือแบบรายชั่วโมง 400-600 บาท 
    ล่าสุด เพจกรมควบคุมโรคแจ้งว่า กรมควบคุมโรคขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจและติดต่อเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ขณะนี้ได้ล่ามเต็มจำนวนที่เปิดรับในรอบแรกแล้ว 
    นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ระบุว่า ได้ลงนามคำสั่งด่วนที่สุดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ไปถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต ให้เฝ้าระวังการแพร่ระบาดและป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาในโรงเรียนตามที่ สธ.แจ้ง และหากพบผู้มีภาวะเสี่ยงต่อโรคให้ประสานและส่งต่อหน่วยงานด้านสาธารณสุขทันที และหากจำเป็นต้องปิดโรงเรียนให้อยู่ในดุลพินิจของผู้อำนวยการโรงเรียน.


เห็นเขาล่ารายชื่อ....... คัดค้าน "ยุบอนาคตใหม่" กันครึกโครมตามโซเชียลมีเดีย ผมก็พลอยคึกตามไปด้วย

จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์
"ออมสิน" ในปริศนา "เสี่ยสั่ง"
เรือสำราญ 'อย่าเป็นม้าอารี'
อย่าหลง 'รบอยู่กับคลื่น'
'โคราช' สะท้อน 'บทบาท สส.'
ได้อะไร 'ในเสีย' ที่โคราช?