แนะส.ส.เสียบบัตรสารภาพ


เพิ่มเพื่อน    


    "นิพิฏฐ์" แนะทางออก ส.ส.กดบัตรลงคะแนนแทนกันต้องสารภาพต่อศาล รธน. มาตราไหนบ้าง ไม่ได้กดเอง ไม่เช่นนั้นยากที่ศาลจะไม่วินิจฉัยให้ พ.ร.บ.งบฯ ปี 63 ตกทั้งฉบับ พปชร.ยันกำชับ ส.ส.ห้ามฝากเสียบบัตรแทนกันไม่ว่ามีข้อจำกัดอะไร โพลหนุนซักฟอก ครม.ทั้งคณะ ไม่เชื่อ พปชร.ซูเอี๋ย พท.แต่ไม่ต้องการเปลี่ยนรัฐบาล อนค.จ่อแจ้งจับ "ณฐพร" ข้อหาแจ้งเท็จต่อ กกต. ลั่นนับจากนี้จะไม่นิ่งเฉยต่อข้อกล่าวหา
    เมื่อวันที่ 26 มกราคม นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว แนะทางออกปัญหา ส.ส.กดบัตรแทนกัน ระบุว่า คืนของกลาง 3.2 ล้านล้านบาทให้แก่ประชาชนเถอะครับ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 จำนวน 3.2 ล้านล้านบาท จะตกเป็นโมฆะ เพราะ ส.ส.กดบัตรแทนกันหรือไม่ เป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง ผมไม่มีความปรารถนาแม้แต่น้อยให้ตกเป็นโมฆะ เพราะหากตกเป็นโมฆะประชาชนทั้งประเทศจะไม่ได้ใช้งบประมาณตามเวลาที่ควรจะเป็น เดือดร้อนแน่ ไม่ว่ามากหรือน้อย
    "ผมว่า ส.ส.ที่คนอื่นกดบัตรแทนนั่นแหละที่จะทำให้เป็นโมฆะหรือไม่ อย่างน้อยมี ส.ส. 2 ท่าน ที่คนอื่นกดบัตรแทน ส่วนท่านส.ส.จะรู้เห็นเป็นใจด้วยหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ท่านอาจไม่รู้เห็นเป็นใจก็ได้ ผมมีความเห็นทางกฎหมายว่า ท่าน ส.ส.ต้องรับสารภาพต่อศาลรัฐธรรมนูญว่ามาตราไหนบ้างที่ท่านไม่ได้กดเอง เพื่อทำมาตราเหล่านั้นให้สมบูรณ์ แต่หากท่านไม่ให้ความจริงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ผมว่ายากที่ศาลจะวินิจฉัยไปอย่างอื่น นอกจากวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ต้องตกไปทั้งฉบับตามนัยคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3-4/2557"
    นายนิพิฏฐ์ระบุอีกว่า งบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท จึงอยู่ในมือของท่านแล้ว อยู่ที่ว่าท่านจะให้ตกไปหรือท่านจะคืนให้แก่ประชาชน ผมเห็นข่าวโจรปล้นทองคำหนัก 28 บาท เมื่อตำรวจจับได้ ก็คืนของกลางที่ซ่อนไว้ให้แก่เจ้าของ เปรียบเหมือนงบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาทที่อยู่ในมือของท่าน ส.ส. เมื่อเขาจับได้แล้วว่ามีการกดบัตรแทนกัน ผมว่าท่านคืนของกลาง 3.2 ล้านล้านบาทให้แก่ประชาชนเถอะครับ
     นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า เราไม่ได้นิ่งนอนใจในปัญหาเหล่านี้ มีการตรวจสอบเชิงลึกว่าภาพข่าวที่ปรากฏนั้นเกิดขึ้นเมื่อไร อย่างไร ช่วงไหน และได้เชิญ ส.ส.คนดังกล่าวของพรรคเข้ามาสอบถามและตรวจสอบแล้วพบว่ามาจากข้อจำกัดเรื่องช่องเสียบบัตร และยืนยันว่าในวันนั้น ส.ส.ของพรรคที่ถูกกล่าวอ้างทั้งหมดอยู่ในห้องประชุมสภา แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่กำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่ เราได้มีการชี้แจงทำความเข้าใจกับ ส.ส.ของพรรคแล้วว่าแม้ช่องเสียบบัตรจะไม่เพียงพอ แต่จะต้องดำเนินการตามระเบียบ และกรณีที่เกิดขึ้นพรรค พปชร.ไม่ได้ละเลย
    ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวปฏิบัติต่อไปของพรรคคือไม่สามารถฝากให้คนอื่นลงคะแนนให้แม้ตัวอยู่ในห้องประชุมก็ตามใช่หรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ ไม่ว่าจะมีข้อจำกัดอย่างไรก็ตาม ทุกคนจะต้องเสียบบัตรเอง และในการประชุมพรรควันที่ 28 ม.ค. จะมีหยิบยกมาชี้แจงซ้ำกับ ส.ส.ของพรรคอีกครั้ง
    นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยจะเพิ่มนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง และหัวหน้าพรรคพปชร.เข้าไปด้วย ในประเด็น ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน ซึ่งจะส่งผลให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 เกิดความล่าช้า ว่านายอุตตมไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร เพราะเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ทั้งนี้ การยื่นบัตรให้คนอื่นเสียบแทนนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ แม้มีข้อจำกัดในเรื่องของเครื่องเสียบบัตรก็ตาม ส.ส.ต้องปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของการประชุมพรรค ก็ได้มีการกำชับให้ ส.ส.ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัดมาตลอด เท่าที่ทราบ ส.ส.คนดังกล่าวก็ไม่ได้มีเจตนา เป็นเรื่องเฉพาะตัว คงไม่ทำให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ต้องเป็นโมฆะ
อุ้ม"อุตตม"ไม่เกี่ยวสส.เสียบบัตร
       "การที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะนำมาเป็นประเด็นในการอภิปรายนายอุตตมนั้น ไม่ค่อยสมเหตุสมผล และไม่เป็นธรรม เพราะนายอุตตมไม่ทราบเรื่อง และไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำดังกล่าว ที่ผ่านมานายอุตตมก็ได้กำชับ ส.ส.ให้ปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัด อีกทั้ง ส.ส.ก็ทำไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่มีเจตนาพิเศษอะไร อยากให้พรรคร่วมฝ่ายค้านได้เข้าใจ เพราะหากอภิปรายในประเด็นที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนแล้วประชาชนอาจเบื่อหน่าย ไม่ว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายอะไร มั่นใจว่ารัฐบาลจะสามารถชี้แจงได้ โดยเฉพาะนายอุตตมที่ทำงานด้วยความตั้งใจ ทุ่มเท เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก โปร่งใส ตรวจสอบได้ ผมเชื่อมั่นในตัวนายอุตตมว่าท่านไม่ได้ทำผิดอะไร" นายธนกรกล่าว
    พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การป้องกันระงับยับยั้งสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโคโรนาขณะนี้เป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงการขาดความฉับไว ไร้ความสามารถในการจัดการของรัฐบาล เพราะสิ่งที่รัฐบาลพึงกระทำเวลานี้คือต้องจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจขึ้นมาบูรณาการ และอำนวยการอย่างมีเอกภาพเพื่อพร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้ แต่สิ่งที่เห็นก็ยังมัวงุ่มง่ามอยู่ จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมพรรคร่วมฝ่ายค้านต้องยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตัวผู้นำสืบทอดอำนาจและพวกพ้อง ซึ่งมีจำนวนรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ว่าจะมี 7 คนบวกนั้น คงต้องลุ้นกันต่อว่าเมื่อบวกรวมเพิ่มแล้วจะเป็นจำนวนเลขตัวเดียวหรือสองหลัก
     "พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติในวันพุธที่ 29 ม.ค.นี้ หลังจบเทศกาลตรุษจีน เพื่อประชาชนได้มีส่วนร่วมรับฟังการอภิปรายกันอย่างเต็มที่ และจะได้เห็นรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจชัดๆ ยืนยันว่ารายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายนั้น จะโดนใจพี่น้องประชาชนแน่ๆ และปลายทางของการอภิปราย จะต้องนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงให้ตัวผู้นำสืบทอดอำนาจจะต้องหลุดจากตำแหน่งไปภายในไม่ช้าแน่นอน" พล.ท.ภราดรกล่าว 
    นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่จะมีการหารือและรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้เอาผิดกับนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะผู้ร้องให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 101 วรรคหนึ่ง ทั้งนี้ เราเห็นว่าการกระทำของนายณฐพรเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุเป็นอย่างยิ่ง เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยไม่ยุบพรรคอนาคตใหม่ไปแล้ว โดยมีเหตุผลหนึ่งคือ ข้อกล่าวหาของผู้ร้องยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงเพียงพอ แต่ปรากฏว่านายณฐพรยังจะพยายามมากล่าวหาพรรคอนาคตใหม่อีกด้วย การยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นยุบพรรคอนาคตใหม่ตามมาตรา 92 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 
    "การกระทำของคุณณฐพร มีเจตนาที่ชัดเจนและสร้างผลเสียหายให้กับพรรคอนาคตใหม่ ดังนั้น ส.ส.ในฐานะผู้เสียหาย หากมีการยุบพรรคเกิดขึ้นจริง จึงเตรียมที่จะดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน หลังจากที่ผ่านมาถูกกระทำฝ่ายเดียวมาตลอด" นายคารม กล่าว
    นายคารมกล่าวด้วยว่า พรรคอนาคตใหม่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแน่วแน่ แต่กลับมีกลุ่มคนบางพวกมากล่าวหาพรรคอนาคตใหม่ให้เกิดความเสียหาย โดยเฉพาะการสร้างวาทกรรมชังชาติ ดังนั้น นับจากนี้ไป พรรคอนาคตใหม่จะไม่นิ่งเฉยกับข้อกล่าวหาดังกล่าว และพร้อมใช้ช่องทางตามกฎหมายเพื่อรักษาสิทธิของพรรคและเพื่อให้อีกฝ่ายได้รับการตรวจสอบเช่นกันต่อไป
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรา 101 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ผู้ใดแจ้งหรือกล่าวหาพรรคการเมืองหรือบุคคลใดว่ากระทําความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ต่อคณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น
หนุนซักฟอกครม.ทั้งคณะ
    วันเดียวกัน “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจประชาชนเรื่อง “การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล” ระหว่างวันที่ 22-23 มกราคม 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค จำนวน 1,252 หน่วยตัวอย่าง  พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 42.57 ระบุว่าควรขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ทั้งคณะ (ทั้งคณะรัฐมนตรี) รองลงมา ร้อยละ 35.54 ระบุว่าควรขอเปิดอภิปรายฯ รายบุคคล (เฉพาะรัฐมนตรีบางคน),  ร้อยละ 13.82 ระบุว่ายังไม่ถึงเวลาขอเปิดอภิปรายฯ, ร้อยละ 5.35 ระบุว่าไม่ควรขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเลย 
    ด้านความเชื่อมั่นของประชาชนต่อข้อมูลเด็ดของฝ่ายค้านที่จะมัด ครม.หรือรัฐมนตรีผู้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจจนดิ้นไม่หลุด พบว่า ร้อยละ 20.76 ระบุว่าเชื่อมั่นมาก เพราะฝ่ายค้านน่าจะมีข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจนพอสมควรต่อการอภิปรายฯ, ร้อยละ 32.99 ระบุว่าค่อนข้างเชื่อมั่น เพราะฝ่ายค้านน่าจะมีข้อมูลในการอภิปรายฯ มากพอสมควร, ร้อยละ 28.51 ระบุว่าไม่ค่อยเชื่อมั่น เพราะเรื่องที่ฝ่ายค้านจะนำมาอภิปรายยังถือเป็นเรื่องธรรมดา ส่วนใหญ่เป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่านโยบาย และหลักฐานยังไม่ชัดเจนพอ, ร้อยละ 15.26 ระบุว่าไม่เชื่อมั่นเลย เพราะฝ่ายค้านยังไม่มีข้อมูลหรือประเด็นอะไรที่ทำให้รัฐบาลเสียหาย มองเป็นแค่เกมการเมืองเท่านั้น ขณะที่บางส่วนระบุว่าอยากให้รัฐบาลทำงานให้มากกว่านี้ก่อนถึงค่อยมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 
    ส่วนความเชื่อของประชาชนต่อกระแสข่าวที่ว่าพรรคเพื่อไทยมีข้อตกลงพิเศษกับพรรครัฐบาลในการตัดชื่อรัฐมนตรีบางรายออกจากญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ พบว่า ร้อยละ 5.35 ระบุว่าเชื่อมาก เพราะจากประวัติการทำงานของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง คณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย น่าจะมีข้อตกลงพิเศษกับทางพรรครัฐบาลจริง, ร้อยละ 16.85 ระบุว่าค่อนข้างเชื่อ เพราะเป็นเกมการเมืองอย่างหนึ่งสามารถพลิกสถานการณ์ได้ตลอดเวลา และมี ส.ส.จำนวนหนึ่งจากพรรคเพื่อไทยเข้าอยู่ร่วมกับรัฐบาล,  ร้อยละ 32.91 ระบุว่าไม่ค่อยเชื่อ เพราะจุดยืนของทั้ง 2 ฝ่ายแตกต่างกันอย่างชัดเจน เป็นไปไม่ได้ที่จะมีข้อตกลงพิเศษร่วมกัน และเป็นเพียงเกมการเมืองเท่านั้น, ร้อยละ 33.79 ระบุว่าไม่เชื่อเลย เพราะจุดยืนของพรรคเพื่อไทยมีความชัดเจนอยู่แล้วในการที่จะไม่สนับสนุนรัฐบาล และอาจเป็นเฟกนิวส์เพื่อเป็นการสร้างกระแสข่าวเท่านั้น 
    นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง อะไรที่ประชาชนคิดว่าต้องเร่งด่วน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 22- 25 มกราคม 2563 เมื่อสอบถามถึงความสุขต่อการเมืองหลังพรรคอนาคตใหม่ไม่ถูกยุบ เมื่อคะแนนเต็ม 10 คะแนน พบว่า กลุ่มคนสนับสนุนรัฐบาลกลับมีค่าเฉลี่ยความสุขสูงกว่ากลุ่มอื่นคือ 6.6 คะแนน เหตุผลส่วนหนึ่งคือคนกลุ่มนี้จำนวนไม่น้อยสนับสนุนรัฐบาล ไม่ใช่เพราะรัฐบาลมีผลงานประทับใจ แต่เป็นเพราะไม่อยากเห็นบ้านเมืองวุ่นวาย แต่ถ้ามีใครเป็นรัฐบาลที่ดีกว่าก็พร้อมเปลี่ยนใจ ดังนั้นเมื่อพรรคอนาคตใหม่ไม่ถูกยุบจึงมีความสุข เพราะคิดว่าบ้านเมืองจะสงบสุข ซึ่งเป็นลักษณะของกลุ่มคนที่ใกล้เคียงกับกลุ่มพลังเงียบที่มีค่าเฉลี่ยความสุขอยู่ที่ 5.7 คะแนน และกลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลได้ 4.7 คะแนน ตามลำดับ
    ที่น่าเป็นห่วงคือความในใจของประชาชน เมื่อนึกถึงเงินในกระเป๋าวันนี้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 55.6 ระบุแค่ประคองตัวพออยู่ได้ แต่เกือบ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 30.7 เป็นทุกข์ เครียด นอนไม่หลับ ในขณะที่เพียงร้อยละ 13.7 เท่านั้นที่มีความสุขมาก เมื่อนึกถึงเงินในกระเป๋าของตัวเอง
    ที่น่าพิจารณาคือ อะไรที่คิดว่าต้องการเร่งด่วน พบว่าร้อยละ 61.9 ระบุต้องการเร่งแก้ความเดือดร้อน ทำมาหากินขัดสน ค่าครองชีพสูง แต่ร้อยละ 38.1 ระบุไม่เร่งด่วน และเกินครึ่งหรือร้อยละ 53.5 ระบุเร่งแก้ไขนักการเมืองแย่ๆ ไม่ยอมทำอะไรมัวแต่ทะเลาะกัน แต่ร้อยละ 46.5 ระบุไม่เร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.1 ระบุไม่ต้องเร่งด่วนในการปรับ ครม. และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.3 ระบุไม่ต้องเร่งด่วนเปลี่ยนรัฐบาล.