การตั้งรับ 'ไวรัส' ของรัฐบาล


เพิ่มเพื่อน    

    เรื่องไวรัส "โคโรนา" หรือไวรัส "อู่ฮั่น" นี่
    ตื่นมากไปก็ไม่ดี 
    ตื่นน้อยไปก็ไม่ดี
    เอาพอดีๆ แบบมีสติคุม จะดีที่สุด!
    ในบ้านเรา กระทรวงสาธารณสุข ถือว่า "ตั้งรับ" ได้สมความเป็นมืออาชีพที่ประสบการณ์โชนโชก ในรอบ ๒๐ ปี
    แต่จะดีกว่านี้........
    ถ้าปรับจาก "ตั้งรับ" เป็น "ตั้งรุก" ในยุคที่ "ไวรัส" น่ากลัวน้อยกว่า "ไวรัล"!
    กระทรวง ได้แค่ "ตั้งรับ"
    วันนี้ ต้องรัฐบาล โดยนายกฯ แล้วล่ะ ประกาศ "ตั้งรุก" อย่างที่เรียก "วอร์รูม" เป็นศูนย์บัญชาการในภาวะ "ภัยพิบัติ"
    เพื่อสะดวกและทันการณ์ ต่อคำว่า "ไวรัส ล้างโลก"
    มัว "รอเสนอ-รออนุมัติ" ตามขั้นตอนระเบียบราชการตามปกติอยู่ละก็
    รัฐบาลถูกฝังทั้งเป็นแน่!
    และถ้าตั้งศูนย์บัญชาการ "กรอบปฏิบัติ" ก็ไม่ควรจำกัดอยู่เฉพาะบ้านเรา
    ในความที่ไทยเป็นศูนย์กลางภูมิภาค เป็นตลาดใหญ่ทางการท่องเที่ยว เป็นศูนย์เชื่อมต่อการบินในภูมิภาค
    โลกยุคนี้ เป็นโลก "ไร้พรมแดน"
    ดังนั้น "โรค" หรือเจ้า "ไวรัสอู่ฮั่น" มันก็ไร้พรมแดนด้วย
    ดังนั้น ควรประสาน ๑๐ ประเทศอาเซียน 
    หรือแคบที่สุด ก็ประเทศเพื่อนบ้านที่หัวบันไดชนกัน อย่าง มาเลย์-สิงคโปร์-เวียดนาม-พม่า-ลาว-เขมร
    เชื่อมโยงข่าวสารและความร่วมมือ "รวมศูนย์" เพื่อละลายความหลากหลายข่าวสารที่มา คนละทิศ-ละทาง จริงบ้าง ลวงบ้าง รังแต่จะทำให้คนสับสนและตื่นกลัว
    การแพทย์-การสาธารณสุขไทย มีศักยภาพน่าเชื่อถือระดับโลก 
    ก็อยู่ที่ว่า รัฐบาลจะนำศักยภาพนี้ ไปบริหารให้เกิดศักยภาพยิ่งๆ ขึ้นในทางปฏิบัติได้ในรูปแบบไหนเท่านั้น
    ไวรัสอู่ฮั่น พูดกันจริงๆ สำหรับบ้านเรา
    ยังถือว่า "เอาอยู่"
    คืออยู่ในวงจำกัด ไม่กระจายออกไปถึงขั้นอันตรายที่ต้องตื่นตระหนก
    แต่มันเกี่ยวกับแอคชั่นในการรับมือของผู้นำ ในด้านสร้างความเชื่อมั่น 
    ถ้า "รุก" จะทำให้คนเชื่อมั่น
    ถ้า "รับ" กำแพงเชื่อมั่นจะถูกทำลาย!
    อย่างที่บอก ไวรัสอู่ฮั่น ถึงน่ากลัว แต่ไม่น่ากลัวเท่าไวรัล คือขบวนการสร้างข่าว ปล่อยข่าว พูดกันไป ลือกันมา "ปากต่อปาก"
    "หัตถาครองภพ" นั่นละคร 
    "โซเชียลมีเดียครองโลก" นี่แหละ ชีวิตจริง 
    "ไวรัล" มันจึงร้ายและอันตรายกว่า "ไวรัส" เป็นล้านเท่า!
    ฉะนั้น จะปล่อยให้แต่ละหน่วยงาน "ต่างคน-ต่างทำ" และต่างคน-ต่างพูด-ต่างแถลง อย่างที่เป็นอยู่ 
    มันก็ได้.......
    แต่ลงท้าย คนละทิศ-ละทาง ไม่รู้จะเชื่อใคร "ตายยกพวง"!
    ต้องด้วย "วอร์รูม" นี่แหละ 
    เรียกทุกฝ่ายมารวมศูนย์ รวมข้อมูล รวมปฏิบัติการ ภายใต้ "คำสั่งเดียว"
    แถลงข่าวเป็นระยะ สื่อทั้งหลาย ต้องยึดถือข่าวจากศูนย์หรือข่าวที่ผ่านการกรองจากศูนย์และให้เผยแพร่ได้เท่านั้น
    กระทรวงดิจิทัล กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 
    ต้องเฮี้ยบ เบอร์ ๑๐๐
    เห็นข่าวปล่อย ข่าวลวง ข่าวสร้าง ข่าวบิดเบือน ตามโซเชียล ตามสื่อไหนๆ ปุ๊บ 
    ต้องลากคอมา แล้วเชือดปั๊บทันที!
    สภาวการณ์อย่างนี้ ต้องเด็ดขาด จริงจัง และรวดเร็ว ไม่อย่างนั้น สยบพวกข่าวลือ-ข่าวปล่อย ที่หวังสอยรัฐบาลไม่ได้
    ไอ้พวกอ้างสิทธิเสรีภาพ อ้างสิทธิมนุษยชน แล้วปั่นข่าวเขย่าสังคมด้วยเรื่องไวรัสนี่
    มัน "ลองของ".......
    ต้องให้มัน "เจอของ" จริงๆ ซะที จะได้รู้กันไป!
    เห็นมีคนเสนอ "ห้ามนักท่องเที่ยวจีนเข้าประเทศ"
    เสนออย่างนี้ พูดอย่างนี้ สักแต่ว่ามี "กะโหลก-มีปาก" มันน่า....จริงๆ!
    คิดมุมกลับซิ........
    สมมุติไวรัสตัวนี้ ต้นตอจากไทยแล้วระบาดออกไป แล้วประเทศโน้น-ประเทศนี้ พูดว่า "ห้ามคนไทยเข้าประเทศ" เขา
    เรารู้สึกอย่างไรกับประเทศนั้น?
    เรารังเกียจเขา แล้วไม่นึกหรือว่า เขาจะไม่รังเกียจเรา และสักวันหนึ่ง ยามเรามีปัญหา แล้วเขาจะมาอินังขังขอบเรามั้ย?
    ยิ่งมองในด้านมนุษยชาติ.........
    ยามเพื่อนประเทศมีทุกข์ แทนจะเห็นใจหรือช่วยเหลือเขา กลับประกาศตัดญาติ-ตัดมิตร
    ไอ้คนอย่างนี้ "คบได้มั้ย?"
    ฉะนั้น จะพูด จะจาอะไร อย่าทำเป็นปากทำลายมิตร รานน้ำใจซึ่งกันและกันแบบนั้น
    ตอนบ้านเราจะตาย.......
    ก็ไปตะกายขอให้เขาส่งคนมาท่องเที่ยว พอเขามีทุกข์-มีภัย ก็ผลักไส "ปิดประตู" ใส่หน้าเขา มันใช่หรือ?
    และอย่าลืม ไวรัสอู่ฮั่น ใช่ว่าจะเกิดเฉพาะคนจากอู่ฮั่น หรือกับคนจีนเท่านั้น
    ในโลกหลังคาเดียวกันทุกวันนี้ ไม่ว่าคนจีนหรือคนชาติไหน ไปไหน-มาไหน ไปติดหรือไม่ติดไวรัสมา ไม่มีใครรู้
    ถึงห้ามคนจีนมาเที่ยวไทย ก็ใช่ว่าสกัดไวรัสไม่ให้เข้ามาในไทยได้
    เพราะเที่ยวบินหนึ่งๆ มีคนมาจากไหน-ต่อไหนก็ไม่รู้ ดังนั้น นอกจากน่าขยะแขยงกับคิดคับแคบแบบนั้นแล้ว ยังบ่งบอกถึงความบ้องตื้นของผู้นั้นอีกด้วย
    การ "ตั้งรุก" ตามสนามบินสำคัญๆ เช่น สุวรรณภูมิ ดอนเมือง กระบี่ ภูเก็ต เชียงใหม่ และตามด่านชายแดน 
    นี่...จะแปลงวิกฤติเป็นโอกาส........
    ให้นักเดินทางแต่ละคนเห็น และนำไปพูด ไปโพสต์ ถึงมาตรการที่ประเทศไทยพรักพร้อม ตรวจเข้ม มีประสิทธิภาพ ทั้งสกัด ทั้งกรอง ทั้งป้องกัน 
    การประชาสัมพันธ์ "เป็นธรรมชาติ" ที่มีประสิทธิภาพ ปากต่อปากเช่นนี้แหละ จะสร้างความเชื่อมั่นในมาตรการป้องกัน ให้คนมาเที่ยวไทยมากยิ่งขึ้น
    โรงแรมต่างๆ บริษัททัวร์นำเที่ยวต่างๆ ห้างสรรพสินค้าต่างๆ แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ
    รัฐบาลเชิญมา "รวมศูนย์-รวมข้อมูล" ให้นำมาตรการและข่าวสารด้านเตือน ด้านปฏิบัติเพื่อป้องกันไปแจก ไปเตือน    
    เอาให้เห็นว่ารัฐบาลเอาใจใส่และคัดกรองจริงจัง
    มาตรการที่จริงจังจากปฏิบัติการ "ตั้งรุก" การแพทย์-การสาธารณสุขไทยแบบนี้แหละ
    จะ "เป็นภาพ-เป็นข่าว" ที่สร้างเครดิตให้การท่องเที่ยวภูมิภาคนี้
    อย่าลืม ยุคสื่อสารครองโลก จนเป็นรูปธรรมด้าน "โลกไร้พรมแดน" ประเทศใด-ประเทศหนึ่ง จะดีคนเดียว ปลอดภัยคนเดียวไม่ได้
    เพราะเที่ยวที ก็เที่ยวต่อเนื่องกันไป มาไทย ต่อไปเขมร ไปพม่า ไปลาว 
    ฉะนั้น ต้องทำให้ทั้งภูมิภาคเป็น "ความมั่นใจ" ร่วมกัน ในหมู่นักเดินทางท่องเที่ยว
    "โรคระบาด" มันมาเป็นรอบๆ อย่างไวรัสอู่ฮั่น ไอ้พวกเสียชาติเกิด จับประเด็นไประบายสี ..    ประเทศไทยระบาดเป็นอันดับ ๒ 
    ถามว่า อันดับ ๒ น่ะเท่าไหร่?
    ๕ ราย
    มีตายมั้ย?
    ไม่มีเลย มีแต่แพทย์ไทยนำไปรักษา..หายสบายดี แล้วส่งกลับบ้านเรียบร้อย!
    เนี่ย.........
    หยิบตัวเลขแค่ ๕ แค่ ๖ ไปโหมประโคม ลักษณะว่า มันมาแล้ว มันมาระบาดในไทย มากอันดับ ๒  ของโลก รองจากจีน
    อย่างนี้ ทำเพื่ออะไร มันสนุกนักหรือ ที่คอยพลิกแพลงตะแคงเงี่ยงทิ่มตำประเทศ
    พวกนี้ ต้องไปลากคอมาประจาน ก่อนเชือด!
    จะเล่นอะไร ก็เล่น แต่เอาเรื่องโรคระบาดมาเล่นชาติบ้านเมืองให้คนเห็นเป็นร้าย ปล่อยเอาไว้ไม่ได้ ไอ้พวกเสียชาติเกิด
    ทำไมไม่พลิกมุมพูดให้เป็นทางบวกบ้างล่ะว่า... 
    ที่พบนักท่องเที่ยวจีนมาป่วยในไทยตั้ง ๕-๖ ราย มากเป็นอันดับ ๒ นั้น แสดงว่า 
    ทุกประเทศในโลก มีแต่ประเทศไทยเท่านั้น ที่พี่น้องจีน ผูกสมัครรักใคร่ นิยมชมชื่นไปหา-มาสู่ มากที่สุด
    และเราก็ดูแลเอาใจใส่ดีที่สุด...........
    การแพทย์ไทยเก่ง ควบคุมและรักษาให้หายได้ ไม่มีเสียชีวิตแม้แต่รายเดียว!
    หยิบมุมเก่งของแพทย์ไทย มุมไทยไม่ทอดทิ้งใคร ขึ้นมาพูด มาโพสต์ มาแชร์กัน อย่างน้อย มันก็ยังได้บ้าง 
    ไม่ใช่ เอะอะ ก็เหยียบย่ำ-ซ้ำกระทืบ แต่บ้านเมืองตัวเอง
    ด่านายกฯ ไล่นายกฯ ก็เห็นลากทุกเรื่องมาเป็นประเด็นด่า ประเด็นไล่ทุกวันอยู่แล้ว
    เรื่องอื่นๆ ยกเป็นเหตุไล่นายกฯ ก็ไม่ว่า
    แต่การยกเรื่อง "ไวรัสอู่ฮั่น" เป็นเหตุไล่ คนถูกไล่ไม่เท่าไหร่ แต่คนไล่นี่ซี
    "จัญไรชน" ไปนิด!


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"