‘โจ๊ก’ลาไปบวชในอินเดีย ตั้งจเรตำรวจสอบวิระชัย


เพิ่มเพื่อน    

 "บิ๊กโจ๊ก" บินไปบวชวัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย 9 วัน ระบุวางแผนลางานล่วงหน้านับเดือน ตั้งใจทดแทนคุณพ่อแม่ บอกไม่เกี่ยวชะล้างสิ่งไม่ดี "วิษณุ" ระบุเป็นสิทธิ ขรก.ลาบวชได้ "ปลัดสำนักนายกฯ" ยืนยันลาถูกต้องตามระเบียบตั้งแต่ 27 ม.ค. - 9 ก.พ. "จักรทิพย์" ตั้ง "จเรตำรวจแห่งชาติ" สอบ "วิระชัย" เหตุคลิปเสียงสนทนาหลุด แถมไม่จำกัดเวลาสอบเสร็จ "ศาล" สั่ง ตร.ส่งข้อมูลแจงย้าย "พ.ต.อ.ไพรัตน์"

    ที่สนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 27 ม.ค. เวลา 12.00 น. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (อดีต ผบช.สตม.) พร้อมด้วยมารดา ภรรยา และญาติ รวม 12 คน ออกเดินทางด้วยเครื่องบินสายการบินไทยไปยังพุทธคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เพื่อเข้าพิธีอุปสมบทที่วัดไทยพุทธคยาเป็นเวลา 9 วัน ซึ่งตามกำหนดจะเดินทางถึงประเทศอินเดียในเวลาประมาณ 16.00 น.
    มีรายงานว่า เมื่อเดินทางถึงอินเดีย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์จะเข้าประกอบพิธีปลงผมนาคที่ลานโพธิ์ 935  ที่วัดไทยพุทธคยา รวมทั้งซ้อมขานนาค จากนั้นวันที่ 28 ม.ค. เวลา 07.45 น.จะมีพิธีแห่นาคไปยังต้นพระศรีมหาโพธิ์เพื่อประกอบพิธีบรรพชาเป็นสามเณร ตามด้วยช่วงบ่ายจะประกอบพิธีอุปสมบทที่พระอุโบสถ โดยจะบวชพระเป็นเวลา 9 วัน
    พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เป็นความตั้งใจที่ต้องการบวชให้ตัวเอง บวชทดแทนคุณบิดามารดา เพราะไม่เคยบวชเรียนมาก่อน ไม่ใช่การบวชเพื่อชะล้างสิ่งไม่ดี ส่วนที่ผู้บังคับบัญชามีคำสั่งกำชับมาเรื่องระเบียบวินัย ตนก็ต้องปฏิบัติตาม
    "ผมวางแผนไปบวชที่อินเดียมาก่อน และได้ลางานล่วงหน้ากับต้นสังกัดมานับเดือนแล้ว โดยตั้งใจจะเดินทางเมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่บิดาป่วยหนักต้องผ่าตัดใหญ่ในวันดังกล่าวพอดี จึงเลื่อนมาเป็นวันนี้" พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าว
    แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ยืนยันว่า การอุปสมบทในครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองและเรื่องงาน เป็นการบวชทดแทนพระคุณบิดาและมารดา เนื่องจากยังไม่เคยบวชทดแทนพระคุณมาตั้งแต่เด็ก จึงถือโอกาสลาบวชในช่วงนี้
    "ที่ผ่านมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ก็ไม่เคยให้ข่าวในทางร้ายหรือไม่เคยประพฤติเสื่อมเสีย นับแต่ถูกย้ายมาประจำที่สำนักนายกรัฐมนตรีได้เก็บตัวมาตลอด แต่เมื่อถูกยิงถล่มรถจึงออกมาเปิดเผยความจริงว่าสาเหตุมาจากการเปิดโปงการซื้อไบโอเมทริกซ์ของ สตช. ที่มีการร้อง ป.ป.ช.ว่าซื้อราคาแพงและไม่มีคุณภาพ เครื่องบางตัวใช้การไม่ได้ ในฐานะอดีต ผบช.สตม.จึงถูกกันให้เป็นพยานไปให้ปากคำต่อ  ป.ป.ช. โดยการให้ข้อมูลดังกล่าวมีการพาดพิงถึงบิ๊กตำรวจใน สตช. จึงเป็นสาเหตุที่ถูกคำสั่ง เชื่อว่าประชาชนจะเสียโอกาสไม่ได้รับทราบความจริง" แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ระบุ
    ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ลาไปอุปสมบทที่ประเทศอินเดียว่า ปลัดสำนักนายกฯ ในฐานะผู้บังคับบัญชาได้รายงานมาให้ตนทราบว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ลาพักผ่อนเพื่อไปอินเดีย แต่ไม่ได้ระบุว่าไปบวชหรือไปทำอะไร ถือเป็นการใช้สิทธิ์ของเขา
    "เขาจะทำอะไรก็ได้ แต่ถือเป็นคนละเรื่องกับการลาบวช เพราะลาบวชมีหลักเกณฑ์ว่าข้าราชการ 1  คนสามารถลาได้ 1 ครั้งเพียงเท่านั้น และเข้าใจว่าเขาไม่ได้ใช้สิทธิ์ลาบวช ซึ่งการลาพักผ่อนมีสิทธิ์ลาได้ปีละ 10 วัน และเก็บสะสมได้ แต่หากจะใช้ช่วงเวลาดังกล่าวไปบวชก็ไม่ผิด เพราะเมื่อลาแล้วจะไปทำอะไรก็ได้ ทั้งนี้ผมไม่ทราบว่าเขาไปบวชจนกระทั่งสื่อมาบอก โดยการลาครั้งนี้จะไม่กระทบกับการทำงานที่ได้รับมอบหมายอยู่ เพราะตามคำสั่งสำนักนายกฯ ระบุไว้ชัดว่าในระยะนี้ไม่ให้รับผิดชอบงานสำคัญ" นายวิษณุกล่าว 
    ถามถึงกรณี พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.ที่มาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวิษณุกล่าวว่า ตนทราบเพียงว่าเขามารายงานตัวกับปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ไม่ทราบว่าเขาได้รับมอบหมายงานอะไร สำหรับการมาช่วยงานราชการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร มีมาตั้งแต่ในอดีต อดีตผบ.ตร.ก็เคยมี บางส่วนได้กลับไปบ้าง
    ซักว่าหากมีการสอบสวนเสร็จแล้ว จะต้องให้กลับไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่าไม่ทราบ เพราะไม่ได้เกี่ยวโดยตรงกับการสอบสวน และการสอบสวนเป็นหน้าที่ของตำรวจ เพราะฉะนั้นต้องประสานกันเองว่าสอบสวนไปถึงไหนแล้ว การสอบนั้นเป็นเหตุหนึ่งที่ต้องออกคำสั่งให้มาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แต่จะกลับก่อนสอบสวนเสร็จหรือสอบสวนเสร็จแล้วค่อยกลับ หรืออะไรก็แล้วแต่ตนไม่ทราบ แล้วแต่นายกฯ ที่จะเปลี่ยนแปลงเมื่อไรก็ได้
    ด้านนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ได้ส่งหนังสือลาล่วงหน้ามาแจ้งก่อนที่จะมีคำสั่งสำนักนายกฯ ฉบับล่าสุด เพื่อแจ้งขอลากิจส่วนตัวตามกำหนดราชการที่สามารถกระทำได้โดยไม่ได้ระบุสาเหตุของการลาแต่อย่างใด
    รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ได้ส่งใบลาถึงปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้บังคับบัญชาโดยตรงเพื่อขอลาพักผ่อน และขอเดินทางไปต่างประเทศคือประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 27 ม.ค.- 9 ก.พ.63  ทั้งนี้หนังสือดังกล่าวลงวันที่ 23 ม.ค. โดยถูกต้องเป็นไปตามระเบียบราชการ
     ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี พล.ต.อ.วิระชัยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ 24/2563 โดยมี พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานสอบสวน เพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องข้อกล่าวหา โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ไม่ได้กำหนดกรอบการสอบสวนไว้ ให้จเรตำรวจแห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ
    "ผู้ที่ถูกตรวจสอบเป็นข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ จึงมีการออกคำสั่ง ซึ่งก็เป็นปกติ โดยในหนังสือการตั้งกรรมการสอบมีรายละเอียดเรื่องเหตุผลความจำเป็น การปฏิบัติ" รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าว
    วันเดียวกัน ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้อง คดีหมายเลขดำ อท.3/2563 ที่ พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ รอง ผบก.อก.บช.ภ.9 และอดีตรอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 กรณีใช้อำนาจแต่งตั้งโยกย้ายโดยมีมูลเหตุจูงใจด้านอื่น
    คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า ถูกนายตำรวจระดับรอง ผบ.ตร.นายหนึ่ง ให้เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานจเรตำรวจออกสุ่มตรวจทรงผมเมื่อประมาณกลางปี 2561 แต่ปรากฏหลักฐานว่า จากจำนวนข้าราชการตำรวจทั่วประเทศประมาณสองแสนกว่านาย เมื่อตรวจโจทก์ในฐานะเป้าหมาย ได้ตัดผมเรียบร้อยตามระเบียบ ก็มีการนำภาพถ่ายเก่ามาเป็นเหตุสั่งไปประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โจทก์ทำบันทึกกล่าวหานายตำรวจยศ พล.ต.อ.ดังกล่าวไปถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ จำเลย เมื่อ ส.ค.62  แต่ในคำสั่งที่ผ่านมา มีชื่อโจทก์ให้ย้ายจากรอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี ไปเป็นรอง ผบก.อก.บช.ภ.9 ซึ่งการโยกย้ายมีมูลเหตุจูงใจด้วยสาเหตุดังกล่าว ไม่ได้กระทำไปเพื่อประโยชน์ต่อทางราชการ แต่กระทำไปเพื่อมุ่งหวังให้เกิดความเสียหายแก่ตน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
    ในชั้นตรวจคำฟ้องนี้ ศาลพิจารณาแล้วเห็นควรให้มีหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้จัดส่งข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ดังนี้ กฎหมาย กฎระเบียบ ข้อกำหนด หรือคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ ผกก.และรอง ผบก.ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง (ถ้าหากมี) การดำเนินการโยกย้ายโจทก์ (พ.ต.อ.ไพรัตน์) ในวาระประจำปี 2562 จากตำแหน่งรอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี ไปดำรงตำแหน่งรอง ผบก.อก.ภ.9 ซึ่งถือเป็นการโยกย้ายข้ามภาค มีสาเหตุมาจากเรื่องใด และเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อกำหนด หรือคำสั่งใดหรือไม่อย่างไร ให้จัดส่งสำเนาคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 674/2562 ลงวันที่ 27 พ.ย.62 พร้อมบัญชีแนบท้ายคำสั่ง (ฉบับสมบูรณ์) ต่อศาล โดยให้จัดส่งข้อมูลและเอกสารดังกล่าวต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ภายใน 30 วันนับแต่ได้รับหนังสือ และให้นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาชั้นตรวจฟ้องอีกครั้งวันที่ 19 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น.
     


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"