กสศ.-กยส.แชร์ข้อมูล ไม่ให้เกิด"การให้ทุนซ้ำซ้อน"


เพิ่มเพื่อน    


29ม.ค.63-ที่กระทรวงการคลัง - นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคการศึกษา (กสศ.) พร้อมด้วยนายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการและการดำเนินงานร่วมกันระหว่าง กสศ.กับ กยศ. โดยนายสุภกร กล่าวว่า กยศ.และ กสศ. เป็นองค์กรที่ให้โอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา แต่มีลักษณะและแนวทางการดำเนินงานแตกต่างกัน กยศ. มีลักษณะเป็นกองทุนหมุนเวียนขนาดใหญ่ มีภารกิจมุ่งเน้นให้กู้ยืมเงินแก่นักศึกษารายคนเพื่อเป็นค่าเล่าเรียน ขณะที่ กสศ. มีวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษาและเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู โดยอาจจำแนกภารกิจได้ 2 ลักษณะ ได้แก่ 1.การช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ กสศ. โดยวิธีการสนับสนุนเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข (Conditional Cash Transfer: CCT) และ 2.ภารกิจ “แล็ปปฏิรูป” จัดการค้นคว้าศึกษาวิจัย ทดลอง แนวทางการปฏิรูปการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พัฒนาตัวแบบนำไปสู่การขยายผล และเสนอเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง กสศ. จะใช้วิธีการสนับสนุนงบประมาณในรูปแบบโครงการให้แก่หน่วยงาน (Project-based Program) และ กสศ.จะมีการทดลองกับกลุ่มประชากรยากจนด้อยโอกาสจำนวนไม่มากนัก เช่น ทุนการศึกษาต่อสายอาชีพปีละ 2,500 คน ทุนเรียนครูที่ผูกมัดต้องไปปฏิบัติงานในโรงเรียนชนบทห่างไกลปีละ 300 คน เป็นต้น

นายสุภกร กล่าวต่อว่า แม้ กยศ. และ กสศ. จะเป็นหน่วยงานที่ให้โอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา แต่เยาวชนจะไม่สามารถรับการสนับสนุนทุนการศึกษาจาก กสศ. ไปพร้อมๆ กับการกู้ยืมเงินจาก กยศ. เพื่อใช้ในระหว่างการศึกษาในช่วงเวลาเดียวกันได้ ซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนได้มากขึ้น และลดปัญหาการให้ทุนการศึกษาซ้ำซ้อนกัน เพราะได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน โดยอาจมีการส่งต่อการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายต่อไป และยังเกิดความร่วมมือทางวิชาการ การเผยแพร่ แลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการ งานวิจัย การพัฒนาองค์ความรู้ การศึกษาอบรม การฝึกอบรม การประชุม การสัมมนา และงานวิชาการอื่น ๆ ระหว่างหน่วยงาน อย่างไรก็ตาม กยศ. และ กสศ. ต่างดำเนินงานเพื่อผลักดันยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมและด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ความร่วมมือ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์กันจะช่วยทำให้การดำเนินงานในภาพรวมเกิดความเชื่อมโยงและเป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นรูปธรรม

นายชัยณรงค์ กล่าวว่า การแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้กู้ยืม กยศ. กับผู้รับทุน กสศ. ดังกล่าว จะทำให้เยาวชนไทยมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง ไม่เกิดความซ้ำซ้อนในการได้รับ โอกาสทางการศึกษา และเป็นการใช้งบประมาณของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดในด้านการศึกษาต่อไป สำหรับเรื่องข้อมูลถือเป็นประเด็นสำคัญในอนาคต เพราะเด็กกลุ่มไหนที่เคยได้รับโอกาสจาก กสศ.แล้ว ก็แสดงว่าเป็นคนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ดังนั้น กยศ.จะมีข้อมูลกลุ่มที่ กสศ.เคยดูแล้ว และเราก็สามารถจะดูแลต่อได้เลย โดยที่เราไม่ต้องวิเคราะห์ว่าเด็กกลุ่มนี้มีฐานะยากจนจริงหรือเปล่า และ กยศ.จะไม่ปิดกั้นหากเข้าตามเกณฑ์เงื่อนไขของ กยศ.ทั้งหมด โดย กยศ.มีงบประมาณให้กู้ประมาณปีละ 26,000 ล้านบาท


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.