
หนาวอีกระลอก แม่คะนิ้งขาวโพลนที่บ้านใหม่ร่องกล้า ใจกลางอุทยานฯ ภูหินร่องกล้า ท่ามกลางอุณหภูมิยอดหญ้า 0 องศา เผยเจอเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 วัน ที่สงขลา ลมทะเลหอบไอน้ำเค็มพัดเข้าหาฝั่ง กระสบต้นปาล์ม ต้นไม้อีกหลายชนิดในสวนสาธารณะจนใบเหี่ยวแห้งหมดความสวยงาม ด้านกรมอุตุฯ เผยฤดูร้อนเริ่มอย่างเป็นทางการในช่วงต้นสัปดาห์ที่ 4 เดือนกุมภาพันธ์
เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานหลังจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงกลับมาหนาวอีกระลอก ส่งผลให้ในช่วงเช้าได้เกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งยอดหญ้า หรือแม่คะนิ้งเกิดขึ้น ในพื้นที่บ้านใหม่ร่องกล้า เขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก หลังจากเมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา เกิดไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ด้วยสภาพอากาศหนาวเย็นจัดอีกรอบ อุณหภูมิทั่วไป 5 องศา อุณหภูมิยอดหญ้า 0 องศาเซลเซียส โดยพบว่าเกิดแม่คะนิ้งขาวโพลนไปทั่วทั้งยอดหญ้าและหลังคาบ้านของชาวบ้าน สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสัมผัสอากาศหนาวเป็นอย่างมาก โดยต่างพากันออกมาถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกกันอย่างสนุกสนาน
นายธนกร เฉลิมศรี ครูโรงเรียนบ้านห้วยน้ำไซ สาขาร่องกล้าวิทยา บอกว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา อุณหภูมิลดลงต่อเนื่อง ทำให้ในช่วงเช้าได้เกิดปรากฏการณ์แม่คะนิ้งไปทั่วบริเวณด้านหลังหมู่บ้าน ซึ่งบ้านใหม่ร่องกล้าเป็นหมู่บ้านที่หนาวที่สุดของภูหินร่องกล้า อุณหภูมิทั่วไปในตอนเช้าอยู่ที่ 5 องศา อุณหภูมิยอดหญ้า 0 องศา สำหรับหมู่บ้านบ้านใหม่ร่องกล้าเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมใจกลางอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ที่ระดับความสูง 1,400 เมตร หากสภาพอากาศหนาวเย็นจะทำให้บ้านใหม่ร่องกล้าเกิดแม่คะนิ้งเป็นประจำ เพราะอยู่ในที่สูงและตัวหมู่บ้านอยู่ในหุบเขา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสวนสาธารณะเมืองสงขลา ถนนชลาทัศน์ (ถนนเฉลิมพระเกียรติ) เขตเทศบาลนครสงขลา ซึ่งมีพื้นที่ติดชายทะเลฝั่งอ่าวไทย ในช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ 3 เดือนที่ผ่านมา ขณะนี้ก็ยังไม่ผ่านพ้น ยังคงมีคลื่นลมแรงพัดเข้าหาฝั่งอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มีฝนตก
โดยช่วงฤดูมรสุม คลื่นลมแรงได้พัดเอาไอน้ำเค็มจากทะเลเข้ามาปกคลุมบริเวณชายฝั่งอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะต้นไม้ ใบไม้ที่อยู่ใกล้ทะเลจะถูกไอน้ำเค็มมาเกาะติดตามใบไม้และต้นไม้ทุกวัน หากมีฝนตก น้ำฝนก็จะช่วยชะล้างไอน้ำเค็มออกได้ โดยสวนสาธารณะเมืองสงขลา ต้นไม้ในบริเวณสวนที่จัดตกแต่งไว้อย่างสวยงามก็ต้องเผชิญกับไอน้ำเค็มตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นปาล์มและต้นไม้อีกหลายชนิดในสวนหลายร้อยต้นโดนไอน้ำเค็มจากทะเลพัดเข้าหาฝั่งตลอดช่วงฤดูมรสุม จนเห็นสภาพใบแห้งกรอบหมดความสวยงาม
อีกทั้งในช่วงนี้ไม่มีฝนตก ไม่มีน้ำฝนที่จะมาช่วยชะล้างไอน้ำเค็มออก ทำให้ต้นไม้ได้รับความเสียหายตลอดแนวถนนชลาทัศน์ที่ติดทะเล ไม่เหลือความสวยงามไว้ให้ได้ชื่นชมเลย และศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกได้รายงานสภาพอากาศล่วงหน้า หลังเห็นภาพถ่ายจากดาวเทียมว่า ในวันที่ 31 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ 2563 จะมีความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นพัดเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ จะส่งผลทำให้ทะเลอ่าวไทยมีคลื่นลมแรงอีกครั้งในช่วง 2-3 วัน แต่ไม่มีฝน และจะมีไอน้ำเค็มเข้ามาปกคลุมชายฝั่งทะเลอีกครั้งหนึ่ง และหลังจากหมดฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว สวนสาธารณะเมืองสงขลาก็คงจะต้องเร่งฟื้นฟูต้นปาล์มและต้นไม้อีกหลายชนิดหลายร้อยต้นให้กลับฟื้นคืนสภาพโดยเร็วก่อนที่มันจะแห้งเฉาตาย
ทั้งนี้ สวนสาธารณะเมืองสงขลาเพื่อการท่องเที่ยว โดย อบจ.สงขลา ได้ขอใช้ที่ราชพัสดุบริเวณสนามกอล์ฟจังหวัดสงขลา ทำการปรับปรุงให้เป็นสวนสาธารณะ โดยมีเนื้อที่ประมาณ 90 ไร่ 3 งาน 38.80 ตารางวา เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน รวมทั้งเป็นการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้เป็นปอดของเมืองสงขลา และเป็นการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเพื่อการท่องเที่ยวแห่งใหม่ รองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศคาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย พ.ศ.2563 คาดว่าจะเริ่มช้ากว่าปกติเล็กน้อย (ประมาณต้นสัปดาห์ที่ 4 ของเดือนกุมภาพันธ์) และจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนพฤษภาคม ลักษณะอากาศจะร้อนอบอ้าวเกือบทั่วไป โดยบริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยสูงกว่าค่าปกติประมาณ 0.5 องศาเซลเซียส (ค่าปกติ 35.4 องศาเซลเซียส) อยู่ที่ประมาณ 36 องศาเซลเซียส และจะต่ำกว่าปีที่แล้ว (พ.ศ.2562 อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยช่วงฤดูร้อน 36.7 องศาเซลเซียส) ส่วนปริมาณฝนรวมเฉลี่ยจะน้อยกว่าค่าปกติ
ข้อควรระวัง ในช่วงฤดูร้อนมักจะเกิดพายุฤดูร้อนในหลายพื้นที่ โดยจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกในบางแห่ง ซึ่งสภาวะดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนผลผลิตทางการเกษตรได้ ส่วนปริมาณฝนที่ตกนั้นจะมีไม่เพียงพอกับความต้องการในหลายพื้นที่ ทั้งด้านอุปโภค บริโภค รวมทั้งด้านเกษตรกรรม โดยเฉพาะพื้นที่แล้งซ้ำซากนอกเขตชลประทาน ดังนั้นประชาชนจึงควรใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด และเตรียมการป้องกันสภาวะดังกล่าวด้วย
ขณะเดียวกันได้พยากรณ์อากาศในช่วงวันที่ 29 ม.ค.-1 ก.พ.63 บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับบริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 2-14 องศาเซลเซียส และมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นบริเวณยอดดอยในภาคเหนือ ส่วนบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น
ส่วนในช่วงวันที่ 2-4 ก.พ.63 บริเวณประเทศไทยตอนบนมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้าบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคใต้มีฝนลดลง สำหรับบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตรตลอดช่วง
ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 29 ม.ค.-1 ก.พ.63 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย ส่วนในช่วงวันที่ 2-4 ก.พ.63 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย สำหรับชาวเรือตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป ขอให้เดินเรือด้วยความระมัดระวังตลอดช่วง
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 29 ม.ค.-1 ก.พ.63 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นอีกระลอกจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิลดลง ส่วนลมตะวันออกพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนในช่วงวันที่ 2-4 ก.พ.63 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังปานกลางตลอดช่วง
ภาคเหนือ ในวันที่ 30 ม.ค.-4 ก.พ.63 อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้าและมีหนอกหนาในบางพื้นที่ อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 9-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 2-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 30 ม.ค.-1 ก.พ.63 อากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-29 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 7-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ส่วนในวันที่ 2-4 ก.พ.63 อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 30 ม.ค.-1 ก.พ. 63 อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 17-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 2-4 ก.พ.63 อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 30-31 ม.ค.63 อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 1-4 ก.พ.63 อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 30 ม.ค.-1 ก.พ.63 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 2-4 ก.พ.63 มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตรตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 30 ม.ค.-2 ก.พ.63 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 3-4 ก.พ.63 มีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 30 ม.ค.-2 ก.พ.63 อากาศเย็นในตอนเช้ากับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 3-4 ก.พ.63 มีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
|
เมื่อวานคุยเล่น เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |
| เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?" |