สอบวินัยร้ายแรง เซ่น4นักโทษตาย


เพิ่มเพื่อน    


    ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ผบ.คุกพิษณุโลก แม้ผลชันสูตรไม่ชี้ชัด ละเลยไม่ดูแลแก้ไขสถานการณ์ใกล้ชิด เป็นเหตุนักโทษตาย 4 ราย ตรวจรับอาหารดิบไม่รัดกุม มีท่อไทรอยด์-เครื่องในสัตว์ปะปนเพิ่มน้ำหนักเนื้อสัตว์ สั่งเรือนจำทั่วประเทศห้ามขายผงปรุงรส เหตุนักโทษนำมาคลุกข้าวกินทุกมื้อจนเกิดภาวะโพแทสเซียมต่ำ
    เมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการเกิดโรคไทรอยด์เป็นพิษในเรือนจำจังหวัดพิษณุโลกว่า ผลการตรวจชิ้นเนื้อและการชันสูตรพลิกศพยังไม่สมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะไม่ใช่การตายจากการได้รับสารพิษ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากการกินอาหารชนิดใด เพราะมีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะโพแทสเซียมต่ำ เพียงแต่สันนิษฐานเบื้องต้นว่าวัตถุดิบอาจปนเปื้อนสารหรือยาเร่งไทรอยด์ ซึ่งเป็นผลมาจากขั้นตอนการตรวจรับวัตถุดิบที่ไม่รัดกุม จนมีต่อมและท่อไทรอยด์หรือเครื่องในสัตว์ปะปนมากับเนื้อ เพื่อทำให้วัตถุดิบมีน้ำหนักตรงกับปริมาณในการตรวจรับ หรือมีความเป็นไปได้ที่ผู้ต้องขังนำผงปรุงรส ที่มีผงชูรสเป็นส่วนประกอบหลักมาคลุกกินกับข้าว
    “ก่อนหน้านี้ผมมีคำสั่งย้ายผู้บัญชาเรือนจำจังหวัดพิษณุโลกให้มาปฏิบัติหน้าที่ที่กรมราชทัณฑ์ และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งผลการสอบสวนชี้มูลว่าน่าจะผิดวินัยร้ายแรง จึงตั้งกรรมการสอบสวนความผิดวินัยร้ายแรง เนื่องจากอาจเข้าข่ายละเลยไม่ดูแล ไม่แก้ไขสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หรือไม่นำผู้ป่วยส่งรักษาโรงพยาบาลภายนอก จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในเรือนจำด้วยโรคเดียวกันและในเวลาใกล้เคียงกัน 4 ราย รวมถึงการตรวจรับอาหารดิบที่ไม่รัดกุม จนส่งผลเสียหายต่อทางราชการ” พ.ต.อ.ณรัชต์กล่าว
    ส่วนกรณีญาติของผู้เสียชีวิตจากโรคระบาดในเรือนจำจังหวัดพิษณุโลกเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิต พ.ต.อ.ณรัชต์กล่าวว่า หากมีหนังสือเชิญให้ไปชี้แจง ตนก็พร้อมชี้แจง ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้ชี้แจงกับคณะกรรมาธิการหลายคณะแล้ว
    รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว พบว่าเรือนจำมีระบบเก็บรักษาอาหารสดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่การเจ็บป่วยของผู้ต้องขังจำนวนมาก เพราะเป็นการโอนย้ายผู้ต้องขังที่มีอาการเจ็บป่วยจากเรือนจำใกล้เคียงมาที่เรือนจำจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีแดนพยาบาลและยังสามารถนำตัวผู้ต้องขังออกไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลภายนอกได้ จึงทำให้เรือนจำจังหวัดพิษณุโลกมีแดนหนึ่งที่เป็นศูนย์รวมของนักโทษที่ป่วยกว่า 100 คน
    ส่วนกรณีเจ็บป่วยจนเสียชีวิต พบว่าเกิดจากการกินอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ ทำให้มีปริมาณโพแทสเซียมในเลือดสูง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมการกินอาหารของผู้ต้องขังที่นิยมนำผงปรุงรสสำเร็จรูป ซึ่งคนภายนอกใช้ทำน้ำซุป แกงจืด หรือต้มยำ แต่ผู้ต้องขังในเรือนจำใช้คลุกข้าวกิน โดยการกินสะสมทุกมื้อและทุกวันเป็นผลให้ร่างกายขาดสารอาหาร ขณะนี้กรมราชทัณฑ์เตรียมสั่งการไปยังเรือนจำทั่วประเทศห้ามร้านค้าสวัสดิการเรือนจำสั่งผงปรุงรสเข้ามาจำหน่ายโดยเด็ดขาด
    ส่วนการเยียวยาผู้เสียชีวิต 4 ราย ทางกรมราชทัณฑ์ได้ช่วยเหลือเงินตามมนุษยธรรมให้กับทางญาติผู้เสียชีวิตแล้ว แต่กระทรวงยุติธรรมไม่สามารถจ่ายเงินเยียวยาได้ เพราะผลการชันสูตรเหตุชีวิตเกิดจากการเจ็บป่วย.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"