ศาลรับวินิจฉัยเสียบบัตรแทนกัน


เพิ่มเพื่อน    

 ศาล รธน.รับวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 63 สั่งเลขาธิการสภาฯ-3 ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน ยื่นคำชี้แจงภายใน 4 ก.พ.นี้ "วิษณุ" ยุสภาสอบ ส.ส.เสียบบัตรแทนแล้วฟ้องเอาผิดด้วย   ส.ส.พัทลุง ปชป.แฉอีก ส.ส.พัทลุง ภท.ไม่อยู่ห้องประชุมวันพิจารณางบฯ "สุภรณ์" ขู่ พท.อภิปรายนอกประเด็นจะตั้งโต๊ะแฉกลับเรื่องลับ "เพื่อไทย" จัดทีมอภิปราย แก๊งดาวสภามาครบ  ห่วงก๊วนนักเทศน์ทำอภิปรายจืด ยอมหมอบไม่ส่งคนลงแข่งสนามกำแพงเพชร ขอพุ่งเป้าเลือกซ่อมสมุทรปราการ "พีระวิทย์" คัมแบ็กอยู่ฝั่งรัฐบาลลุงตู่

    เมื่อวันที่ 29 มกราคม ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาพิจารณาคดีกรณีประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) จำนวน 3 คำร้อง ว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีปรากฏคลิปภาพ ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน โดยคำร้องทั้ง 3 ฉบับ เป็นความเห็นของนายวิรัช  รัตนเศรษฐ ส.ส.และคณะ มี ส.ส.เข้าชื่อจำนวน 109 คน, ความเห็นของนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.และคณะ จำนวน 84 คน และความเห็นของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส และคณะ จำนวน 77 คน
    ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า คำร้องตามความเห็นของนายวิรัตน์และนายสมพงษ์มีประเด็นต้องพิจารณาเป็นประเด็นเดียวกัน จึงให้รวมทั้ง 2 เรื่องเข้าด้วยกัน ซึ่งทั้ง 2 คำร้องเป็นกรณี ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของสองสภาเห็นว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จึงเข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานสภาฯ ส่งความเห็นนั้นมายังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) กรณีจึงต้องด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ ศาลจึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้วินิจฉัยพร้อมแจ้งให้ผู้ร้องและผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง เขต 2 พรรคภูมิใจไทย, น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ และนายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ยื่นคำชี้แจงเป็นหนังสือพร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 4 ก.พ.นี้
    ส่วนคำร้องตามความเห็นของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เมื่อตรวจสอบคำร้องและเอกสารประกอบแล้วเห็นว่า ประเด็นที่ขอให้ศาลวินิจฉัยเป็นประเด็นเดียวกันกับคำร้องตามความเห็นของนายสมพงษ์ โดยมีรายชื่อของผู้เสนอความเห็นซ้ำกันจำนวน 30 คน จึงทำให้จำนวน ส.ส.ที่เข้าชื่อไม่ถึง 1 ใน 10 ซึ่งไม่เข้าหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ศาลจึงไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย   
    ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติรับคำร้องที่ขอให้วินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ชอบหรือไม่ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมการทางออกเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณไว้อยู่แล้ว ส่วนจะเป็นอย่างไรตนไม่ควรพูด เพราะฝ่ายค้านออกมาเตือนอยู่ว่าไม่ให้พูดชี้นำ แต่ตนได้ให้แนวทางกับสำนักงบประมาณและรายงานนายกฯ ไปแล้วว่าถ้าศาลรับเรื่องระหว่างการพิจารณาจะนานเท่าไหร่ก็ตาม รัฐบาลเองต้องใช้เวลาดังกล่าวให้เป็นประโยชน์ในการเตรียมการ ซึ่งทางออกมาตรการรองรับ เราคิดไว้หลายทาง ซึ่งมากกว่า 3 ทาง และไม่ว่าอย่างไรงบประจำของข้าราชการสามารถใช้ได้ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 141 ระบุหากงบประมาณปีใหม่ออกไม่ทัน ให้ใช้งบประมาณของปีเก่าไปพลางก่อน 
ยุสภาฟัน สส.เสียบบัตร
     ส่วนความผิดของ ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน นายวิษณุกล่าวว่า ใครก็ตามที่เป็นต้นเหตุที่จะต้องรับผิดชอบ ซึ่งจนถึงขณะนี้เราไม่เคยรู้เลยว่าสภาสอบกันไปแล้วอย่างไร ได้ความอย่างไร และยังต้องสอบจนกระทั่งได้ความ ซึ่งบางทีอาจจะช้า เห็นหรือไม่จากคดีที่เราชอบอ้างกันเมื่อปี 56-57 ที่เสียบบัตรคนหนึ่งหลายใบมาถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้ยินข่าวเรื่องการลงโทษกี่ปีมาแล้วล่ะ ยืนยันคนเสียบบัตรแทนกันนั้นผิด และเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นต้องเป็นความรับผิดชอบอีกหลายเท่า ขณะเดียวกันต้องเตรียมมาตรการต่อไปด้วยว่าหากเกิดเหตุอย่างนี้ขึ้นในอนาคตอีก ฉะนั้นต้องระวัง เดี๋ยวจะเกิดเหตุอย่างนี้กับกฎหมายอื่นอีก และเมื่อมีผลออกมาอย่างไรจะต้องดำเนินการฟ้อง 
     "สภาจะต้องดำเนินการสอบให้จบ แล้วส่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการต่อไป เรื่องนี้อาจจะต้องฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือจะเป็นคดีอาญาธรรมดา ซึ่งขณะนี้คุณศรีสุวรรณก็ได้ไปยื่นร้องต่อ ป.ป.ช.แล้ว นั่นก็เป็นช่องทางหนึ่ง และไม่ว่าใครที่เกี่ยวข้อง สมรู้ร่วมคิด วางแผน" นายวิษณุ กล่าว
    นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา หรือวิปวุฒิฯ แถลงว่า ที่ประชุมได้มีการหารือปัญหา ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 63 โดยพิจารณาแล้วเห็นว่าโดยหลักการแล้วการออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ถือเป็นเครื่องมือในการแสดงออกซึ่งเจตจำนงของ ส.ว.แต่ละท่านตามที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติให้มีการลงมติในเรื่องใดๆ หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็น "บัตรแห่งอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ" ดังนั้นจึงควรมอบบัตรออกเสียงลงคะแนนให้สมาชิกทุกท่านเป็นผู้รับผิดชอบบัตรของตนเอง และควรให้สมาชิกทุกคนนำบัตรออกเสียงลงคะแนนของตนเองออกจากเครื่องลงคะแนนทุกครั้งที่ออกจากห้องประชุม เพื่อป้องกันการใช้บัตรลงคะแนนโดยมิชอบ 
     ขณะที่ น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะตัวแทนประชาชน แถลงข่าวนำหลักฐานเปิดเผยถึงการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส.พัทลุง เขต 1 พรรคภูมิใจไทย(ภท.) ว่า ส.ส.คนดังกล่าวไม่ได้อยู่ในห้องประชุมสภา ในวันที่ 10 ม.ค.2563 ในระหว่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 63 โดยตนได้ไปตรวจสอบพบว่า ส.ส.คนดังกล่าวมีไฟลต์บินระหว่างเวลา 20.50-22.15 น. ของสายการบินนกแอร์ ซึ่งเดินทางจากสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังสนามบินหาดใหญ่ จ.สงขลา จึงขอให้สภามีการตรวจสอบการทำหน้าที่ เพราะ ส.ส.ทำงานอยู่บนภาษีของประชาชน
    เมื่อถามว่า การออกมาครั้งนี้จะยิ่งทำให้พรรคประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทยยิ่งร้าวขึ้นหรือไม่ น.ส.สุพัชรีกล่าวว่า ตนไม่ได้มาในนามพรรค แต่มาในนามส่วนตัว ตามที่ประชาชนร้องเรียนมา
    ทั้งนี้ นายภูมิศิษฏ์ คงมี เป็น ส.ส.พัทลุง เขต 1 พรรคภูมิใจไทย
    ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ตนขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนถ้าเป็นเรื่องจริงก็จะต้องดำเนินการเช่นเดียวกันกับกรณีนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง เขต 2 พรรคภูมิใจไทย และนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย
พท.จี้นายกฯ รับผิดชอบ
    นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม แถลงถึงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปภาพระบุเป็นการเสียบบัตรแทนกันของตนเองว่า ที่นั่งที่ตนใช้ลงคะแนนเป็นที่นั่งประจำของนายประกอบ รัตนพันธ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์  ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าที่นั่งห้องประชุมจันทรามีที่นั่งเพียง 250 ที่นั่ง จุดที่เสียบบัตรก็มีไม่เพียงพอ วันนั้นนายประกอบไม่ได้นั่งอยู่ในที่นั่ง แต่มีบัตรเสียบอยู่ จะเห็นได้ว่าระหว่างที่ตนดึงบัตรออกนั้น ตนได้เสียบบัตรของตนเองเข้าไปเพื่อลงคะแนนตามปกติ ซึ่งนายประกอบก็เดินเข้ามาพอดี จะเห็นได้ว่าไม่ได้เป็นการลงคะแนนให้นายประกอบหรือให้ใคร  เมื่อตนไม่ได้ทำ ใครที่เอาข้อมูลไปขยายผลก็จะกลายเป็นการหมิ่นประมาท และหากมีการนำไปเผยแพร่ในระบบคอมพิวเตอร์ ก็ถือว่าผิด พ.ร.บ.คอมพ์ มีโทษถึง 5 ปี 
      น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความล่าช้าของ พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 เกิดขึ้นจากปัญหาการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่การเล่นการเมืองของฝ่ายค้านที่นำเรื่องดังกล่าวมาตรวจสอบอย่างที่มีความพยายามบิดเบือนกัน ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้นำรัฐบาล หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ที่ลูกพรรคตัวเองเสียบบัตรแทนกัน จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ โดยจะต้องตรวจสอบและมีมาตรการลงโทษขั้นเด็ดขาดกับ ส.ส.ที่โดดประชุมและทิ้งบัตรไว้ให้คนอื่นลงคะแนนแทนจนกลายเป็นการชัตดาวน์งบ 63 อยู่ในขณะนี้
     “ถ้าเรื่องแค่นี้ผู้นำทั้ง 2 พรรคตรวจสอบไม่ได้ว่าใครเป็นคนเสียบบัตรแทน ส.ส.ที่โดดประชุม อาจหมายถึงการสมรู้ร่วมคิดหรือเข้าข่ายช่วยกันปกปิดความจริง แล้วอย่างนี้ประชาชนจะไว้ใจให้บริหารประเทศต่อไปได้อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ควรแสดงภาวะผู้นำในการตรวจสอบและแก้ไขเรื่องนี้อย่างจริงจัง หากงบปี 63 จะต้องล่าช้าออกไปอีก 2-3 เดือน รัฐบาลก็ควรเปิดเผยแผนสำรองออกมาให้ชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงบลงทุน หากไม่มีงบลงทุนใหม่ ก็จะกระทบกับแผนการลงทุน" น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว 
    นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า รัฐบาลพร้อมที่จะชี้แจง และมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์สามารถชี้แจงได้อย่างแน่นอน ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย กล่าวหารัฐบาลว่าสีเทา ไม่แปลกใจ และชินกับพฤติกรรมชอบข่มขู่ของร.ต.อ.เฉลิม รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลของประชาชนทุกคน ไม่ได้เป็นรัฐบาลสีเทา รัฐบาลจึงไม่หายนะแน่ ไม่เหมือนรัฐบาลในอดีตที่มีการทุจริตคอร์รัปชันจนต้องหายนะ มีรัฐมนตรีต้องติดคุก บางคนก็หนีไปคนละทิศละทาง เท่าที่ติดตามข่าวข้อมูลการอภิปรายในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเก่าที่ประชาชนทราบอยู่แล้ว ยังไม่มีอะไรใหม่ ร.ต.อ.เฉลิมคงอุบไว้เป็นความลับ เพราะท่านโหมโรงไว้เยอะ แต่ระวังว่าจะเผลอลืมเสียเอง มั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์เปรียบเสมือนทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟลน
แรมโบ้ขู่แฉกลับเพื่อแม้ว
    นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ “แรมโบ้อีสาน” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเป็นคนที่รู้ข้อมูลพรรคเพื่อไทยมากที่สุด ตนอยู่ตั้งแต่เป็นพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนถึงพรรคเพื่อไทย ถ้าถามว่าวันนี้จะอภิปรายรัฐบาล ตนจะอาสาอภิปรายนอกสภาคนในพรรคเพื่อไทย คนเป็นผู้ใหญ่บริหารในพรรคเพื่อไทยได้ทำอะไรในบ้านเมืองนี้ไว้ ตนสามารถอภิปรายมีข้อมูลมีเนื้อหามากกว่าที่คนในพรรคเพื่อไทยจะอภิปรายรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์อีกด้วยซ้ำไป ดังนั้นถ้าพรรคเพื่อไทยยังเล่นการเมืองแบบวิชามาร ยังเล่นการเมืองแบบไปรื้อฟื้นฝอยหาตะเข็บ ไปรื้อฟื้นของ พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นมา ตนอาจจะตั้งโต๊ะอภิปรายนอกสภา
     "ประชันกับฝ่ายค้านกันเลยว่าใครจะมีข้อมูลทีเด็ดมากกว่ากัน แสดงว่ารัฐบาลมีทั้งองครักษ์ทั้งในสภาและนอกสภาด้วยแน่นอน ถ้าเป็นการอภิปรายที่เป็นเนื้อหาที่สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน หรือมีรัฐมนตรีท่านใดท่านหนึ่งมีการทุจริตคอร์รัปชันเราไม่ว่ากัน แต่วันนี้เท่าที่ฟังดูยังไม่มีการเปิดประเด็นเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐมนตรีที่มีข่าวว่าจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมได้จัดทีมวอร์รูมขึ้นมาเป็นอดีต ส.ส.ที่เคยอยู่กับพรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน ที่มาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ จะติดตามข้อมูลว่าการอภิปรายครั้งนี้อยู่ในประเด็นหรือไม่ และเราจะเปิดเวทีตอบโต้เหมือนกัน" 
    นายสุภรณ์กล่าวอีกว่า ถ้ายังใช้วิชามารนอกกติกา ความวิบัติที่คุณเฉลิมพูดนั้นไม่ได้ตกอยู่ที่ท่านนายกฯ ไม่ได้ตกอยู่ที่รัฐบาล แต่ตกอยู่ที่ผู้นำของพรรคเพื่อไทยแน่นอน สิ่งสำคัญก็คือว่าอย่าสร้างหลักฐานเท็จ อย่าใช้ข้อมูลที่เป็นเท็จ และอย่าใช้ข้อมูลที่นอกญัตติเท่านั้นเอง ถ้าไม่อย่างนั้นตนก็จะแฉเหมือนกัน 
     นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อสภาว่า พรรคฝ่ายค้านจะยื่นญัตติภายในวันที่ 31 ม.ค.นี้ โดยเลื่อนจากวันนี้ไปก่อน เพราะมีข้อมูลสำคัญที่ไม่อยากให้ตกหล่นไป ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยรับหรือไม่รับคำร้อง กรณีการเสียบบัตรแทนกันระหว่างการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ หรือไม่ เพื่อให้หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านได้หารือร่วมกันอีกครั้งในการกำหนดประเด็นเพิ่มและบุคคลที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ
         นายสุทินกล่าวว่า ฝ่ายค้านต้องการให้การอภิปรายเกิดขึ้นก่อนเลือกตั้งซ่อมที่ จ.กำแพงเพชร วันที่ 23 ก.พ.นี้ จะได้ไม่ทำงานอย่างกดดัน ซึ่งตนไม่ต้องการให้รัฐบาลใช้วิธีเช่นครั้งอภิปรายทั่วไปกรณีครม.ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนก่อนปิดสมัยประชุมสภา 29 ก.พ.นี้ โดยการอภิปรายฝ่ายค้านตั้งใจไว้ว่าไม่น้อยกว่า 3 วัน
พท.ห่วงซักฟอกจืด
    รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า สำหรับการคัดเลือกบุคคลที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีในรัฐบาลประยุทธ์ เบื้องต้นมีการจัดวางบุคคลที่จะอภิปรายใกล้แล้วเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์ ที่หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านแต่ละพรรคจองกฐินอภิปราย โดยประเด็นมีทั้งคุณสมบัติความไม่เหมาะสม การใช้อำนาจหน้าที่เอื้อให้กับกลุ่มทุนและพวกพ้อง ประเด็นที่ดินย่านบางบอน 3 ใน กทม.และพื้นที่อื่น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ จะมีทั้งประเด็นความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และประเด็นอีอีซี พรรคเพื่อไทย วางให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่, น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด เป็นผู้อภิปราย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เรื่องการก่อสร้างโรงกำจัดขยะไฟฟ้าจะมีนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย, นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม., นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ, นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ที่จะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นการเอื้อประโยชน์ให้บริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ ซึ่งจะจัดวางขุนพลในทีมกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทยเป็นผู้อภิปราย
        สำหรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ประเด็นการจัดซื้ออาวุธของกองทัพ การเอื้อประโยชน์ให้บางบริษัทได้รับงานประชาสัมพันธ์ จะมีนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ นำอภิปราย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ มีทั้งประเด็นความไม่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรี การใช้อำนาจช่วยเหลือพวกพ้องในพรรคเดียวกัน มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นผู้นำอภิปราย
     ส่วนบุคคลหลักที่จะอภิปรายในพรรคเพื่อไทยคนอื่นๆ ส่วนใหญ่เป็นนักพูดในสภา ซึ่งจะประกอบด้วย นายสุทิน คลังแสง, นายจิรายุ ห่วงทรัพย์, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, นายนิยม เวชกามา, นายสมคิด เชื้อคง, นายขจิตร ชัยนิคม, น.ส.จิราพร สินธุไพร, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ และนายชวลิต วิชยสุทธิ์ เป็นต้น ซึ่งเป็นส่วนผสมของทีมรุ่นใหม่ รุ่นกลางที่บางคนเป็นนักพูด มีลีลาการนำเสนอน่าสนใจ แต่ก็มีบางคนที่กังวลว่าแม้จะเตรียมตัวมีข้อมูลดีแค่ไหน แต่ถ้าเน้นเชิงวิชาการมากเกินไป ประกอบกับสไตล์การพูดไม่ดึงดูด ใช้น้ำเสียงราบเรียบ อาจทำให้การพูดจืดชืด อาจทำให้ไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนเท่าที่ควร ขณะที่บุคคลที่มีลีลาการนำเสนออย่างมีเอกลักษณ์ เช่น นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ กลับไม่ถูกคัดเลือกให้อยู่ในทีมอภิปราย
    มีรายงานว่า การเลือกตั้งซ่อมเขต 2 กำแพงเพชร ที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 23 ก.พ. พรรคเพื่อไทยจะไม่ส่งผู้สมัคร เนื่องจากมองว่าไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือจะต้องนำมาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ เพราะเป็นการเลือกตั้งซ่อมที่ไม่ได้เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชัน จึงมองว่าเอาเวลาไปเตรียมพร้อมทวงพื้นที่คืนในการเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จ.สมุทรปราการ ที่จะมีผลต่อจำนวน ส.ส.ในทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ และยังจะส่งผลต่อผลการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยหากมีการเลือกตั้งก่อนวันที่ 24 มี.ค.
     ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอพรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร นายธวัธชัย เทอดเผ่าไทย กรรมการการเลือกตั้งได้ไปดูแลการสมัคร ส.ส.เขต 2 แทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยมีนายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ให้การต้อนรับ และในช่วงเช้ามีนายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ จากพรรคพลังประชารัฐ มาสมัครเพียงคนเดียว และได้เบอร์ 1 โดยมีนายวราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรีหลายสมัยได้มาให้กำลังใจในครั้งนี้
"พีระวิทย์" หนุนลุงตู่
    ที่รัฐสภา นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนไปรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถึงการได้เข้ามาเป็น ส.ส.อีกครั้ง หลังจากได้เป็นส.ส.เพียง 3 วันว่า รู้สึกตื่นเต้นและดีใจอย่างยิ่งที่ได้กลับมาเป็นส.ส.อีกครั้ง จากการที่หยุดไป 7-8 เดือน ตนไม่ได้หยุดทำหน้าที่ของ ส.ส. โดยลงพื้นที่ตลอด เพราะว่าวันหนึ่งจะได้กลับมาเป็นส.ส. และวันนี้ก็ได้กลับมาแล้ว โดยตนได้ไปบนที่วัดสะตือ จังหวัดสระบุรี เพื่อให้ได้กลับมาจริงๆ ซึ่งจะต้องนำคณะกลองยาวไปถวายแก้บน
         นายพีระวิทย์กล่าวว่า เบื้องต้นจะอยู่กับกลุ่มกิจสังคมใหม่ เพราะที่ผ่านมากลุ่มนี้ไม่เคยทอดทิ้ง และในช่วงบ่ายวันนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ จะมาแสดงความยินดีในฐานะที่ตนเป็นน้องชาย ยืนยันจะอยู่ในฝั่งรัฐบาลและสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ และอยากเข้าไปร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะประเด็นคำนวณสัดส่วน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพราะตนได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้โดยตรง และมั่นใจว่าจะไม่หลุดจากตำแหน่ง ส.ส.อีกอย่างแน่นอน 
    นายชัยธวัช ตุลาธน รองเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า กรณีที่มีการแจกใบดำอดีตผู้สมัคร ส.ส.จันทบุรี เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์นั้น ตาม พ.ร.ป.การเลือกตั้งฯ มาตรา 131 วรรค 2 กำหนดให้ "ดำเนินการคำนวณเพื่อหาจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองใหม่ โดยมิให้นำคะแนนที่ผู้สมัครดังกล่าวได้รับไปรวมคำนวณด้วย" แต่วันก่อนในข่าวแจก กกต.ประกาศเพียงแต่ว่าพรรคประชาธิปัตย์มี ส.ส.บัญชีรายชื่อลดลง 1 คน และพรรคไทยรักธรรม มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คนเท่านั้น ไม่ได้ดำเนินการตามที่ พ.ร.ป.การเลือกตั้งฯ กำหนดไว้ นั่นคือต้องประกาศจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองทั้งหมดใหม่ ซึ่งถ้าคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อบนฐานของวันที่ 28 พ.ค.2562 ตามที่ กกต.ระบุ พรรคพลังประชาชนปฏิรูปควรจะต้องได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน คำถามคือในเมื่อปัจจุบันพรรคนี้ได้ยุบตัวเองไปแล้ว ส.ส. 1 คนดังกล่าวจะจัดสรรไปให้พรรคไหนด้วยหลักเกณฑ์อะไร กกต.ต้องชี้แจงให้ชัดเจน จะโอนให้พรรคพลังประชารัฐโดยพลการไม่ได้
    "อีกข้อสังเกตหนึ่ง เป็นไปได้ที่ กกต.จะคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ บนฐานของจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขต ที่แต่ละพรรคได้รับเมื่อวันที่ 28 พ.ค.2562 ไม่ได้คิดอยู่บนฐาน ส.ส.เขตที่พรรคการเมืองมี ณ ปัจจุบันจริงๆ นั่นหมายความว่าแม้พรรคพลังประชารัฐจะดูด ส.ส.งูเห่าจากพรรคอนาคตใหม่เข้าไปแล้ว ซึ่งทำให้มีจำนวน ส.ส.เกินจำนวน ส.ส.พึงมีอยู่ในปัจจุบัน แต่ไม่ต้องลดจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อลง" นายชัยธวัชกล่าว.
    


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก