WHOประกาศภาวะฉุกเฉิน/ยอดดับพุ่ง213


เพิ่มเพื่อน    

อนามัยโลกประกาศให้การระบาดของไวรัสโคโรนาอู่ฮั่นเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศแล้ว จีนดับเพิ่มเป็น 213 ศพ ติดเชื้อเกือบหมื่น สหรัฐออกคำเตือนทันควันห้ามเดินทางไปแดนมังกร อังกฤษพบผู้ติดเชื้อ 2 รายแรก อิตาลีตื่นตูมหนักประกาศภาวะฉุกเฉินหลังพบผู้ติดเชื้อ หลายประเทศทยอยอพยพคนกลับ 

    คำแถลงของทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ที่นครเจนีวาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม 2563 แม้จะกล่าวชื่นชมความพยายามควบคุมการแพร่ระบาดของจีน แต่ก็ยอมรับว่า ดับเบิลยูเอชโอจำเป็นต้องประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศเนื่องจากมีความห่วงกังวลอย่างยิ่งถึงความเป็นไปได้ที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จะแพร่ระบาดในประเทศที่ระบบสาธารณสุขอ่อนแอ 
    "ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันเพื่อจำกัดการแพร่ระบาดเพิ่มเติม เราจะหยุดยั้งมันได้ก็ด้วยความร่วมมือกันเท่านั้น" ผู้อำนวยการใหญ่ดับเบิลยูเอชโอกล่าว หลังจากเดินทางกลับจากเยือนจีนเมื่อกลางสัปดาห์แล้วเรียกประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญรอบใหม่ทันทีเมื่อวันพฤหัสบดี 
    ที่ผ่านมา ดับเบิลยูเอชโอเคยประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศเพียง 5 ครั้งนับแต่เริ่มใช้วิธีการนี้ครั้งแรกเมื่อปี 2550 ได้แก่ สถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 (ไข้หวัดหมู), โปลิโอ, ไวรัสซิกา และการระบาดของอีโบลา 2 ครั้ง สัปดาห์ก่อนหน้านี้คณะผู้เชี่ยวชาญของดับเบิลยูเอชโอปฏิเสธที่จะออกคำประกาศดังกล่าว จนถูกตำหนิว่าดูเบาสถานการณ์ทั้งที่มีรายงานการเสียชีวิตและติดเชื้อเพิ่มขึ้นไม่หยุดทั้งในจีนและต่างประเทศ คำประกาศภาวะฉุกเฉินนี้จะอนุญาตให้องค์กรในสังกัดขององค์การสหประชาชาติแห่งนี้ออกคำแนะนำเป็นแนวทางให้ประชาคมระหว่างประเทศปฏิบัติตาม
    เมื่อวันศุกร์ที่ 31 มกราคม คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนเปิดเผยข้อมูลจำนวนผู้เสียชีวิตและติดเชื้อ นับถึงวันพฤหัสบดีว่า มีคนเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 43 คนจากวันก่อน ยอดรวมเพิ่มเป็น 213 คนแล้ว ผู้เสียชีวิตรายใหม่เกือบทั้งหมดอยู่ที่เมืองอู่ฮั่น ยกเว้นเพียง 1 คน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง 
    ส่วนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 1,982 ราย รวมถึง 9,692 ราย แซงหน้าจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสซาร์สทั่วโลกที่เคยมีรายงานระหว่างปี 2545-2546 ซึ่งอยู่ที่ 8,096 ราย อย่างไรก็ดี ซาร์สคร่าชีวิตผู้ป่วยจำนวนมากกว่ามาก หรือ 774 คน ส่วนใหญ่อยู่ในจีนและฮ่องกง นอกจากผู้ติดเชื้อที่ผ่านการตรวจยืนยันแล้ว จีนยังเฝ้าสังเกตอาการหรือรอผลตรวจของผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีกถึง 102,000 รายทั่วประเทศ
อังกฤษ-อิตาลีพบผู้ติดเชื้อรายแรก
    แม้ถึงขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อเสียชีวิตในต่างประเทศ แต่ยังคงมีรายงานการพบผู้ติดเชื้อในประเทศใหม่ๆ เพิ่มขึ้นรายวัน โดยยอดรวมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 131 รายใน 23 ประเทศและดินแดนภายนอกจีน ล่าสุดรัฐบาลอังกฤษประกาศว่าผลตรวจยืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาอู่ฮั่น 2 ราย เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ส่วนอิตาลียืนยันว่าพบนักท่องเที่ยวสามีภรรยาชาวจีนติดเชื้อไวรัสนี้ และรัสเซียรายงานเมื่อวันศุกร์ว่าพบพลเมืองจีน 2 คนติดเชื้อเป็นครั้งแรกในประเทศที่เขตไซบีเรีย 
    ดับเบิลยูเอชโอยังรายงานพบการแพร่เชื้อจากคนสู่คนภายนอกจีนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 8 รายแล้ว ใน 4 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, เยอรมนี, ญี่ปุ่น และเวียดนาม คำประกาศยังไม่นับรวมไทยที่มีรายงานว่าคนขับแท็กซี่ติดเชื้อไวรัสจากคนสู่คน
    แม้ข้อมูลของดับเบิลยูเอชโอจะชี้ว่า แต่ละปีมีชาวโลกเสียชีวิตเพราะไข้หวัดใหญ่จำนวนนับแสนคน แต่การระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ชนิดนี้สร้างความตื่นตระหนกอย่างกว้างขวาง เพราะนักวิทยาศาสตร์ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดว่าอัตราการแพร่เชื้อและอัตราการเสียชีวิตมีเท่าใด และยังไม่มีวัคซีนป้องกันด้วย สถิติของทางการจีนระบุว่า ถึงขณะนี้ผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตมีเพียง 2% เศษเท่านั้น
 อเมริกายกระดับเตือนภัยสูงสุด
    แม้ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอจะย้ำว่าไม่มีความจำเป็นต้องออกมาตรการจำกัดการเดินทางและการค้ากับจีน แต่หลายประเทศเลือกใช้มาตรการป้องกันของตนเองในระดับต่างๆ กัน นำร่องโดยสหรัฐซึ่งยกระดับการเตือนภัยด้านการเดินทางไปจีนขึ้นสู่ขั้นสูงสุด เทียบเท่ากับอัฟกานิสถานและอิรัก หลังคำประกาศของดับเบิลยูเอชโอไม่กี่ชั่วโมง "อย่าเดินทางไปจีน เนื่องจากพบไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่ที่อู่ฮั่นเป็นแห่งแรก" คำแนะนำของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเมื่อวันศุกร์กล่าว พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้ที่อยู่ในจีนเดินทางออกมาด้วย
    นายกฯ ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันศุกร์ว่า รัฐบาลของเขาตัดสินใจยกระดับคำแนะนำโรคติดต่อ และแนะนำพลเมืองเลี่ยงการเดินทางไปจีนหากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ส่วนเมืองอู่ฮั่นนั้น รัฐบาลญี่ปุ่นแนะนำพลเมืองไม่ให้เดินทางไปเลย
    หลายวันก่อนหน้านี้ รัฐบาลเยอรมนี, อังกฤษ และอีกหลายชาติมีคำเตือนคล้ายกันให้พลเมืองของตนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปจีน ขณะเดียวกันก็มีหลายประเทศออกคำสั่งห้ามชาวจีนเดินทางเข้าประเทศ ในวันศุกร์ สิงคโปร์, เวียดนาม และมองโกเลีย เป็น 3 ชาติล่าสุดที่ไม่อนุญาตให้ชาวจีนเข้าประเทศ ในส่วนของมองโกเลียและเวียดนามยังเหมารวมถึงชาวต่างชาติที่เดินทางผ่านจีนด้วย และห้ามพลเมืองเดินทางเข้าจีน เริ่มแต่วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 2 มีนาคม วันก่อนหน้านี้มองโกเลียและรัสเซียก็ประกาศปิดพรมแดนของตน ไม่ให้มีการสัญจรผ่านจีน
    ที่เมียนมา แม้จะยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ แต่เมื่อวันศุกร์ทางการเมียนมาส่งเครื่องบินโดยสารของไชน่าเซาเทิร์นแอร์ไลน์จากกว่างโจวกลับจีนโดยไม่อนุญาตให้ผู้โดยสาร 79 คนลงจากเครื่อง ยกเว้นชาวเมียนมา 2 คน และชาวจีน 1 คนที่แสดงอาการป่วย ถูกส่งเข้าตรวจที่โรงพยาบาล ผู้โดยสารบนเครื่องบินลำนี้มีชาวอเมริกัน 2 ราย, ฝรั่งเศส 2 ราย, โคลอมเบีย 1 ราย ที่เหลือเป็นชาวจีน
    สายการบินรายใหญ่ทั่วโลกเริ่มระงับเที่ยวบินหรือจำกัดเที่ยวบินไปจีนตั้งแต่หลายวันก่อน อาทิ แอร์ฟรานซ์, บริติชแอร์เวย์, ลุฟต์ฮันซา, และเวอร์จินแอตแลนติก และมีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า สหภาพนักบินในสหรัฐยื่นฟ้องสายการบินของอเมริกันเพื่อเรียกร้องให้ระงับเที่ยวบินไปจีนทั้งหมด ขณะเดียวกันทางการอิสราเอลออกคำสั่งห้ามเที่ยวบินที่เชื่อมต่อกับจีนทุกเที่ยวบินเข้าประเทศ
    อิตาลีก็ห้ามเที่ยวบินจากจีนเช่นกันเมื่อวันพฤหัสบดี ต่อมาในวันศุกร์ รัฐบาลอิตาลีประกาศภาวะฉุกเฉินนาน 6 เดือนภายหลังพบผู้ติดเชื้อ โดยอ้างว่าภาวะฉุกเฉินจะให้อำนาจพิเศษแก่เจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นและลดระเบียบขั้นตอนทางราชการ 
ทยอยรับพลเมืองกลับ
    สหรัฐและญี่ปุ่นเป็นสองชาติแรกที่เริ่มรับพลเมืองของตนจากอู่ฮั่นกลับประเทศเมื่อวันพุธที่ผ่านมา และหลายประเทศกำลังเร่งดำเนินการตาม ในวันศุกร์ฝรั่งเศสส่งเครื่องบินรับพลเมืองราว 200 คนกลับ ทั้งหมดจะถูกกักโรค 2 สัปดาห์ อังกฤษพาพลเมืองของตนและต่างชาติ 110 คนออกจากจีนแล้วเช่นกัน
    มีรายงานด้วยว่า ญี่ปุ่นซึ่งยืนยันพบผู้ติดเชื้อในประเทศ 14 รายแล้ว ยังตรวจพบผู้โดยสาร 3 คนจากเที่ยวบินอพยพเที่ยวบินแรก ติดเชื้อไวรัสโคโรนาด้วย โดย 2 คนไม่แสดงอาการ นอกจากนี้ทางการเกาหลีใต้เผยว่า ผู้โดยสาร 18 คนจาก 350 คนที่อพยพจากอู่ฮั่น แสดงอาการป่วยและถูกส่งเข้าโรงพยาบาล
    อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลจีนก็ส่งเครื่องบินมารับพลเมืองของตนที่ติดค้างอยู่ในต่างประเทศเช่นกัน ไชน่าเดลีรายงานว่าจีนจัด 2 เที่ยวบินมารับนักท่องเที่ยวชาวจีนในไทยและมาเลเซียกลับประเทศ
    ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 31 ม.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความห่วงใยไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน กรณีเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในนครอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ และพื้นที่อื่นๆ ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ความว่า "ฯพณฯ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ?กรุงปักกิ่ง ข้าพเจ้ารู้สึกกังวลและห่วงใยอย่างยิ่งจากการระบาดอย่างกว้างขวางและรุนแรงของไวรัสโคโรนาในนครอู่ฮั่น ซึ่งขณะนี้ได้แพร่กระจายไปสู่จังหวัดและมณฑลต่างๆ ทั่วประเทศ ประชาคมโลกย่อมเกิดความประทับใจในความพยายามและความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างเต็มที่ของทางการจีน รวมทั้งมาตรการรอบด้านที่นำมาใช้ต่อสู้กับโรคระบาด ซึ่งเป็นภัยคุกคามอย่างยิ่งต่อเราทุกคน ข้าพเจ้าและประชาชนชาวไทยขอยืนยันถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน กับประชาชนชาวจีนทั้งมวล ทั้งขออำนวยพรให้ท่านประสบความสำเร็จทุกประการในการต่อสู้ฟันฝ่าวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ด้วยความหวังว่าจะสามารถฟื้นฟูสถานการณ์ได้อย่างสมบูรณ์โดยเร็วที่สุด
    พร้อมกันนี้ ข้าพเจ้าในนามของประชาชนชาวไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังท่านประธานาธิบดีและประชาชนชาวจีน ทั้งขอแสดงความห่วงใยต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตที่ต้องประสบความทุกข์และความโศกเศร้าแสนสาหัสจากเหตุการณ์ร้ายแรงครั้งนี้"
    ?(พระปรมาภิไธย)  มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว.


เมื่อวาน (๗ เม.ย.๖๓)พอเดวิดเจียงสา'สุข "นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน" โฆษกโควิด แถลงว่าวันนี้ป่วยเพิ่มแค่ ๓๘ ราย"นายกฯ ลุงตู่" เงี้ย......ยิ้มมุมปากเป็นพระเอก "ชีพ ชูชัย" ไปเลย!

"ถอยเพื่อรุกในแนวรบโควิด"
ข่าวดี "ลุงยง" ถึงคนไทย
ประเทศไทย 'ยังไงๆ ต้องรอด'
เคอร์ฟิว "เซฟก่อนตายจริงๆ"
เมื่อ 5-12 เข้ามาแทน 7-11
"โรงหมอ-กระทรวง"ร่วมโรค