ไม่ไว้วางใจ6รมต.เน้นเป้าโจมตีบิ๊กตู่


เพิ่มเพื่อน    

  ฝ่ายค้าน 6 พรรคยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อประธานสภาฯ แล้ว ล็อกเป้าซักฟอก 6 รมต. โวมีหมัดน็อก รับเสียงน้อยล้มรัฐบาลไม่ได้หวังประชาชนช่วยล้มแทน  "สมพงษ์" ไม่ติดใจเศรษฐกิจใหม่ถอนตัว "เสรีฯ" ไม่จบขุดปมถวายสัตย์ฯ ต่อ เปิดญัตติซักฟอก "บิ๊กตู่" โดนกล่าวหาล้มล้างรัฐธรรมนูญ บริหารล้มเหลว ปล่อยไว้ประเทศล่มจม "ป้อม" ร่ำรวยผิดปกติ "ดอน" เอื้อบริษัทข้ามชาติ "ธรรมนัส" เป็นผู้มีอิทธิพล ขณะที่นายกฯ หายป่วยเข้าทำเนียบฯ สั่ง ครม.เศรษฐกิจเตรียมข้อมูลชี้แจง  

    ที่รัฐสภา เวลา 11.13 น. วันที่ 31 มกราคม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยแกนนำ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบด้วย นายสมพงษ์, นายสุทิน คลังแสง จากพรรคเพื่อไทย, นายปิยบุตร แสงกนกกุล จากพรรคอนาคตใหม่, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา จากพรรคประชาชาติ, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ จากพรรคเพื่อชาติ, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส จากพรรคเสรีรวมไทย และนายนิคม บุญวิเศษ จากพรรคพลังปวงชนไทย ได้ยื่นญัตติเพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ 
    สำหรับการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ขาดพรรคเศรษฐกิจใหม่ เนื่องจากนายสุภดิช อากาศฤกษ์ รักษาการหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ได้ส่งหนังสือถึงนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ แจ้งมติของกรรมการบริหารพรรค เมื่อ 30 ม.ค. พรรคมีมติถอนตัวจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อทำงานในนามอิสระตามแนวทางของพรรค
    นายสมพงษ์กล่าวว่า ขอเสนอญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 151 ตามรายนามดังต่อไปนี้ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม 2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ 3.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ 4.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย 5.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ และ 6.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ โดยมีพฤติการณ์ซึ่งคงจะกราบเรียนต่อท่านประธานในวันอภิปราย
    ด้านนายชวนกล่าวว่า จะรับไปตรวจสอบความถูกต้องตามข้อบังคับ ถ้ามีอะไรที่ขาดตกบกพร่องก็ต้องแจ้งไปยังผู้เสนอภายใน 7 วัน และเมื่อเห็นว่าถูกต้องแล้วก็จะบรรจุเป็นวาระด่วน แต่ก่อนที่จะกำหนดวันประชุมเป็นวันไหนนั้น ต้องหารือกับทั้ง 2 ฝ่ายถึงความพร้อมก่อน และจากนี้ไปกฎหมายรัฐบาลไม่สามารถยุบสภาได้ ส่วนการปรับ ครม.เป็นคนละเรื่องกัน
    จากนั้นนายสมพงษ์ให้สัมภาษณ์ว่า รายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย พรรคร่วมฝ่ายค้านพิจารณาร่วมกันถ่องแท้ มีการตรวจสอบข้อมูลแล้วนำมายื่นกระทั่งก่อนแถลงข่าว 5 นาที วันอภิปรายคงต้องรอให้ประธานสภาฯ เป็นผู้กำหนด แต่กรอบเวลาฝ่ายค้านอยากได้ 3-4 วัน ชนะแพ้อยู่ที่มือเรา ไม่ได้หวังคว่ำรัฐบาลในสภา เพียงแต่อยากถ่ายทอดให้ประชาชนได้เข้าใจ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน เราล้มรัฐบาลไม่ได้ แต่ประชาชนที่ฟังอยู่มีสิทธิที่จะล้ม
    ผู้สื่อข่าวถามกรณีมีกระแสข่าวการดีลกันก่อนที่จะมีการสรุปรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย นายสมพงษ์กล่าวว่า ได้ตรวจสอบดูแล้วเกี่ยวกับข้อมูลที่มีการดีล ไม่มี ถ้าดีลตนคงต้องคุยกับรองนายกฯ ทั้งหมด ส่วนกระแสข่าวที่ระบุถึงตนไปดีล รมว.คมนาคม ก็ไม่มี เคยคุยกันเพื่อสอบถามเรื่องนายชัย ชิดชอบ ว่ายังสบายดีหรือ จะไปขอเยี่ยม แต่ยังไม่ทันจะเยี่ยมท่านก็กลับบุรีรัมย์ไปเสียก่อน
ฟุ้งมีหมัดน็อกแน่
    เมื่อถามถึงกรณีพรรคเศรษฐกิจใหม่ถอนตัวจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ผู้นำฝ่ายค้านบอกว่า ได้รับแจ้งจากหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ว่าได้ยึดมั่นมติของกรรมการบริหารพรรค เพราะหาก กก.บห.มีมติสิ่งหนึ่งสิ่งใด ถ้าไม่เห็นด้วยกับฝ่ายค้านก็ไปลงมติให้กับพรรคฝ่ายรัฐบาล อาจทำให้เกิดความสับสน หัวหน้าพรรคจึงได้ส่งหนังสือมาถึงตน ไม่ได้ตำหนิติเตียน ให้กำลังใจโดยตลอด ส่วนนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ จะร่วมอภิปรายในโควตาพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือไม่ กำลังจัดสรรเวลาและผู้อภิปราย ทั้งนี้ ส.ส.มีโอกาสอภิปรายได้ทุกคน หาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลอยากอภิปรายด้วยตนก็ยินดี ส่วนใบเสร็จมัดน็อก ไปฟังเอาตอนอภิปรายดีกว่า ซึ่งมีแน่นอน
    นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง กว่าจะตัดสินใจอภิปรายท่านใดได้ตรวจสอบข้อมูลชัดเจน คนที่ไม่ถูกอภิปรายรอบนี้ข้อมูลอาจเทาๆ อยู่ แต่ในรอบต่อไปหากเรามีข้อมูลชัดเจนก็จะอภิปรายแน่  ตอนนี้เอาสีที่เข้มๆ ก่อนนายกฯ อาจอภิปรายกันทุกพรรค เพราะปฏิบัติไม่ตามกฎหมาย ส่วนรัฐมนตรีคนที่มีข้อมูลเยอะอภิปรายคนเดียวหรือสองคนก็น็อกแล้ว 
    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ตนจะอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯโดยตรง หมัดเด็ดคือเรื่องการถวายสัตย์ฯ ที่หลายคนมองว่าจบไปแล้ว แต่ในความเป็นจริงจะจบได้อย่างไร ในเมื่อเป็นเรื่องที่ทำผิดกฎหมาย 
    นายปิยบุตรกล่าวว่า เป็นครั้งแรกของพรรคอนาคตใหม่ แต่เรามั่นใจในการทำการบ้านที่ได้ค้นคว้าข้อมูลอย่างเต็มที่
    นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า กรอบวันอภิปราย สิ่งที่เรากังวลคือรัฐบาลจะไปบรรจุญัตติท้ายๆ ก่อนปิดสมัยประชุม ขอฝากรัฐบาลและประธานสภาฯ ถ้าทำอย่างนั้นประชาชนจะผิดหวังมากๆ จากการหารือกับประธานวิปรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่าควรอภิปราย 19-21 ก.พ. ลงมติ 22 ก.พ. เป็นความเหมาะสม เพราะรัฐบาลนี้ไม่ได้ถูกอภิปรายมานาน ถือเป็นการตรวจสอบในรอบเกือบ 7 ปี
    สำหรับญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล มีจำนวน 3 หน้า โดยบรรยายพฤติกรรมของรัฐมนตรีทั้ง 6 คน ดังนี้ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้ไม่ยึดมั่นและศรัทธาต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ล้มล้างรัฐธรรมนูญ กระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เป็นผู้นำประเทศที่กร่าง เถื่อน มองคนเห็นต่างเป็นศัตรู ปิดปากผู้ที่มีความเห็นต่าง ชอบก่นด่าเมื่อถูกซักถาม เมื่อได้อำนาจมาโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญก็สร้างกลไกในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อมุ่งสืบทอดอำนาจของตนเอง ปล่อยให้มีการทุจริตเต็มบ้านเต็มเมือง ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับตนเอง บริวารและพวกพ้องเข้าข้างคนชั่วที่เป็นพวกโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ
ปล่อยไว้ประเทศล่มจม
    บริหารราชการแผ่นดินโดยขาดความรู้ความสามารถผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ขาดคุณธรรม จริยธรรม แทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำและองค์กรในกระบวนการยุติธรรม กระทำอันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่รักษาวินัยการเงินการคลัง ใช้งบประมาณของรัฐสร้างคะแนนนิยมให้กับตนเองและพรรคการเมือง ลุแก่อำนาจ ขาดภาวะผู้นำ ไม่เสริมสร้างให้ทุกภาคส่วนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรม ผาสุก และสามัคคีปรองดองกัน กลับสร้างความขัดแย้งให้ขยายวงกว้าง ล้มเหลวและไร้ประสิทธิภาพในการดูแลด้านเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดสภาพ "รวยกระจุก จนกระจาย" ให้ความสำคัญกับการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มากกว่าปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน  ล้มเหลวในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลอกลวงประชาชนไม่ทำตามนโยบายที่พรรคการเมืองที่สนับสนุนตนหาเสียงไว้ ทั้งเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ ราคาพืชผลทางการเกษตร และลดภาษีเงินได้ เป็นยุคที่ทุจริตเฟื่องฟู น้ำกำลังจะหมดเขื่อน มวลอากาศเป็นพิษเต็มเมือง เศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง หากปล่อยให้บริหารราชการแผ่นดินต่อไป จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงจนประเทศถึงแก่ความล่มจมได้
    2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่มีความชื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ แสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองและพวกพ้อง ใช้งบประมาณของรัฐเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับตนเอง มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
    3.นายวิษณุ เครืองาม ใช้ตำแหน่งหน้าที่เข้าไปก้าวก่าย แทรกแซง การปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรในกระบวนการยุติธรรม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ตนเองและผู้อื่น เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายด้านการเงินแก่รัฐจำนวนมาก บังคับใช้และตีความกฎหมายโดยไม่ยึดหลักการและบรรทัดฐานที่ถูกต้อง จนทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นเรื่องของอภินิหาร เพื่อช่วยเหลือและเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง 
    4.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ขาดคุณธรรมและจริยธรรม มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ ฉ้อฉล ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเอง บริวารและพวกพ้อง กลั่นแกล้งข้าราชการประจำ ก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ประจำของข้าราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตและประพฤติมิชอบในหน่วยงานที่กำกับดูแลอย่างกว้างขวาง 
    5.นายดอน ปรมัตถ์วินัย บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ขาดคุณธรรมและจริยธรรม ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ประจำของราชการเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทข้ามชาติ ส่อว่าจงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย นำพาชาติเข้าสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และไม่มีความชื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
    6.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ขาดคุณธรรมและจริยธรรม ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เข้าสู่ตำแหน่งโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ปกป้องพวกพ้องโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ
นายกฯ สั่งเตรียมแจงซักฟอก
    มีรายงานข่าวจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเปิดเผยว่า สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เพิ่งจะลงตัวก่อนยื่นญัตติต่อประธานสภาไม่ถึง 10 นาทีเท่านั้น โดยนายสงคราม และนายปิยบุตรได้แจ้งต่อที่ประชุม มีข้อมูลสำคัญมากพอที่จะชี้ให้เห็นถึงพฤติการณ์หลายอย่างของ พล.อ.ประวิตร และได้เตรียมผู้อภิปรายไว้แล้ว เมื่อที่ประชุมรับฟัง จึงตัดสินใจให้เพิ่มชื่อ พล.อ.ประวิตรเข้าไปด้วย
    มีรายงานอีกว่า ในส่วนของผู้อภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลได้มีการแบ่งงานกันเอาไว้ เบื้องต้น พล.อ.ประยุทธ์ ที่หัวหน้าทุกพรรคจะเป็นผู้อภิปราย ยกเว้นพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากนายธนาธรพ้นสมาชิกภาพความเป็น ส.ส. พล.อ.ประวิตร มีพรรคเพื่อชาติและพรรคอนาคตใหม่เป็นแกนหลัก พล.อ.อนุพงษ์ มีพรรคเพื่อไทย พรรคนาคตใหม่ เป็นแกนหลัก นายวิษณุ มีทั้ง ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ นายดอน มีพรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าภาพ ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส มีพรรคเสรีรวมไทยและพรรคอนาคตใหม่เป็นเจ้าภาพหลัก
    ด้าน พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีที่ถูกฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า "มีชื่อก็มีชื่อ ก็ชี้แจงไป"
    นายวิษณุกล่าวถึงการชี้แจงอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า สุจริตคือเกราะบัง ศาสตร์พ้อง ปัญญาประดุจดังอาวุธ กุมสติต่างโล่ป้อง  อาจแกล้วกลางสนาม ในพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 5
    ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจภายในตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่ในช่วงเช้า หลังจากเมื่อวันที่ 30 ม.ค. มีอาการป่วยเป็นไข้หวัดเล็กน้อย จึงต้องงดภารกิจและไม่ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ทำให้เกิดข่าวลือต่างๆ จน พล.อ.ประยุทธ์ต้องออกมาโพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวยืนยันว่ามีอาการไข้หวัดเล็กน้อยเท่านั้น และต้องหยุดพักผ่อนตามคำสั่งแพทย์
    ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวก่อนเป็นประธานประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจว่า วันนี้ต้องคุยถึงเรื่องมาตรการด้านเศรษฐกิจ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการชี้แจงและการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย เนื่องจากฝ่ายค้านจะบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดี ดังนั้นเราทำอะไรไว้บ้าง และเชื่อว่าทุกคนจะเตรียมข้อมูลได้ โดยเราต้องการให้เขาทราบว่าเราได้ทำอะไร และเรื่องที่อยากให้เตรียมไว้ด้วยคือ มาตรการทางด้านเศรษฐกิจและในเรื่องของการค้าการลงทุน ทั้ง 2 เรื่องนี้ใช้เป็นข้อมูลในการรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะได้ชี้แจงให้ทุกคนได้ทราบ
    แหล่งข่าวใกล้ชิดนายกฯ เปิดเผยว่า ก่อนนายกฯ เข้าทำเนียบรัฐบาล ได้เข้าตรวจเอกซเรย์ปอดดูการเพาะเชื้อที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยผลตรวจพบเป็นไข้หวัดธรรมดาเท่านั้น สาเหตุเนื่องจากหลังเทศกาลตรุษจีนมานายกฯ พักผ่อนน้อย. 

    


จัดหนักจัดเต็มทั่วหน้า ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน อ่านบทความอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ใน www.thaipost.net วานนี้ มองเห็นหลายๆ เรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ชัดเจนขึ้น

"ทักษิณ" ท้ารบ "จตุพร"
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'