‘เสรีพิศุทธ์’ลามซัดศาลเป๋ สมชัยปูด17ส.ส.เสียบบัตร


เพิ่มเพื่อน    

  ส.ส.พลังท้องถิ่นไทจนมุมเสียบบัตรแทน รูดซิปปากบัตรปริศนา 2 ใบในมือเจ้าของเป็นใคร ด้าน "สมชัย" ชี้เป้าเพิ่มอื้ออาจมีถึง 17 คน จี้สภาเก็บให้ครบ ด้าน "เสรีพิศุทธ์" โวยศาลวินิจฉัยเป๋หลังยกคำร้องลงชื่อซ้ำ ขณะที่ "วิษณุ" ยันไร้อุปสรรค พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่ติดหล่ม แง้มรัฐบาลมีทางออกหลายช่อง 

    เมื่อวันศุกร์ ที่รัฐสภา นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท แถลงภายหลังมีคลิปวิดีโอเผยแพร่เจ้าตัวมีพฤติกรรมลักษณะลงมติให้ ส.ส.คนอื่นในระหว่างการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำงบประมาณ พ.ศ.2563 ว่า ยินดีที่จะให้ข้อมูลกับคณะ กมธ.วิสามัญเพื่อตรวจสอบกรณีเสียบบัตรแทน เพราะเชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบของสภา รวมไปถึงการตรวจสอบจริยธรรมของนักการเมืองด้วย อยากให้รอกระบวนการตรวจสอบ
     ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่านายโกวิทย์เสียบบัตรแทนคนอื่นจริงหรือไม่ นายโกวิทย์ตอบบ่ายเบี่ยงว่า ขอให้รอกระบวนการตรวจสอบ เมื่อถามย้ำว่านอกจากบัตรตัวเอง 1 บัตรที่ถือไว้ อีก 2 ใบที่เหลือคือของใคร นายโกวิทย์กล่าวเพียงสั้นๆ และย้ำคำตอบเดิมว่า ตนเองถือบัตรของตัวเองอยู่จริง ที่เหลือไม่ขอตอบ แต่ขอให้รอกระบวนการตรวจสอบเท่านั้น
    ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “สมชัย ศรีสุทธิยากร” กรณี ส.ส.ในสภาเสียบบัตรแทนกันในการลงมติ พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่น่าจะจบแค่ 8 คนที่ถูกเปิดเผยชื่อออกมา แต่เมื่อมีผู้เสียบแทน ย่อมมีผู้ให้เสียบแทน หรือหากพบว่ามีผู้ยอมให้เสียบแทน ก็ต้องสอบสวนไปให้เจอผู้ที่ไปเสียบแทน ซึ่งไม่ยาก การตรวจสอบเวลาในการเสียบบัตรที่มีปัญหา และชื่อผู้เสียบบัตรในลำดับก่อนและหลัง ซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาน่าจะมีอยู่ และสอบสวนบุคคลดังกล่าวและบุคคลที่เสียบบัตรในช่องใกล้เคียงถึงพฤติกรรมผิดปกติที่เขาเห็น
    "ภูมิใจไทยมี 3 คนให้คนอื่นเสียบ และ 1 คนเสียบแทนคนอื่น ดังนั้นอย่างน้อยต้อง +1 ถึง +4 จำเลยที่เกี่ยวข้องพลังประชารัฐ มี 1 คนที่เสียบให้คนอื่น และ 1 คนที่ไม่อยู่ แต่มีคนอื่นเสียบบัตรแทน ก็อาจ +0 จนถึง +2 ประชาธิปัตย์ เสียบให้คนอื่นอีก 1 ดังนั้น จำเลย +1 แน่นอนเช่นเดียวกับพลังท้องถิ่นไท เสียบให้คนอื่นอีก 2 ดังนั้น +2 จำนวนคนที่เกี่ยวข้องเมื่อคิดสองทาง คือผู้ใช้และผู้กระทำ จะอย่างน้อยก็ +4 ไปจนถึงมากสุดถึง +9
 ตัวเลขคนที่กระทำผิด จึงแปรผันอยู่ที่ 8+4 คือ 12 คน ถึง 8+9 คือ 17 คน ท่านประธานชวน อย่าลืมบอกท่าน เลขาธิการรัฐสภา เก็บ spare ให้ครบถ้วนด้วยครับ” นายสมชัยระบุ 
    วันเดียวกัน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย แถลงถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่รับคำร้องปมเสียบบัตรแทนกันของพรรคเสรีรวมไทยว่า สาเหตุที่ไม่รับคำร้องเพราะพบว่า ส.ส.ที่ลงชื่อท้ายคำร้องไปซ้ำกับคำร้องของพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนเองไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยในครั้งนี้ เพราะไม่มีกฎหมายใดบัญญัติว่าจะลงชื่อท้ายคำร้องซ้ำกันไม่ได้ เพราะการยื่นคำร้องไม่เหมือนกับการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน และคำร้องของตนเองก็มีชื่อของนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และไม่แน่ใจว่าการที่ศาลไม่รับคำร้องเป็นเพราะในคำร้องของตนเองมีการแนบเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบของนายกฯ ซึ่งไม่เหมือนกับคำร้องของพรรคอื่น และเห็นว่าหากศาลวินิจฉัยอย่างนี้ ตนเองจะเอาชื่อของ ส.ส.ที่ไหนมาเพื่อไม่ให้ซ้ำ เพราะแต่ละคำร้องต้องใช้ ส.ส.ลงชื่อถึง 80 คน
    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวต่อว่า ตนเองเห็นว่าศาลวินิจฉัยเป๋ไปหมด จึงต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่งใหม่ว่าลงชื่อท้ายคำร้องซ้ำกันได้หรือไม่ ไม่ใช่ว่าศาลจะสั่งอย่างไรก็ได้ และได้ให้นายทะเบียนพรรคเสรีรวมไทยไปตรวจสอบทุกคำร้องว่ามีชื่อของส.ส.ที่ลงชื่อไปซ้ำกับคำร้องของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เนื่องจากตนเองจะยื่นคำร้องเพิ่มเติมกรณีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และ น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ที่ออกมาแถลงยอมรับว่าเสียบแทนกัน ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย เพราะเป็นการรับสารภาพแล้ว
    ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ต้องมีการตรวจสอบทุกกรณีที่ปรากฏการเสียบบัตรแทนกันขึ้นมา  ส่วนใครจะมีเจตนาอย่างไร ก็เป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนแนวทางในการป้องกันในอนาคตนั้น ที่ผ่านมามี ส.ส.เสนอแนวทางรูปแบบการลงคะแนนใหม่ แต่เราต้องดูความเป็นจริงว่าการลงทุนแบบนั้น หากมากเกินความจำเป็นก็ไม่มีประโยชน์ เพราะความจริงอยู่ที่หน้าที่ และความรับผิดชอบของ ส.ส.แต่ละคน แต่ก็ต้องยอมรับว่าห้องประชุมสภาที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ยังไม่มีความพร้อม เครื่องลงคะแนนไม่ครบตามจำนวน ส.ส. คาดว่าสมัยประชุมหน้าเดือนพฤษภาคม น่าจะลดปัญหาการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันได้
    ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ว่า เมื่อศาลรับคำร้องไปแล้วก็ว่าไปตามกระบวนการ รอให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงภายในวันที่ 4 ก.พ. ส่วนผลกระทบต่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ อาจมีบ้างเป็นธรรมดา แต่ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคใหญ่โตหรือเสียหายไม่ว่าคำวินิจฉัยจะออกมาในแนวทางไหน เพราะรัฐบาลเตรียมการในส่วนนี้เอาไว้แล้วทุกทาง
    นายวิษณุกล่าวว่า ในวันที่ 4 ก.พ. กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการรองรับการใช้งบประจำและงบทั่วไปเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีการหารือกับส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว ดังนั้น งบประจำและงบลงทุนที่ผูกพันงบประมาณจะไม่ได้รับผลกระทบ ส่วนโครงการใหม่ที่ยังไม่เคยผูกพันงบประมาณ สำนักงบประมาณได้เสนอไว้ก่อนแล้วให้เดินหน้าเจรจาเตรียมการไว้ก่อน อย่าเพิ่งลงนาม เมื่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ประกาศใช้ได้จะลงนามได้ทันที ทำให้การดำเนินการเร็วขึ้น ยืนยันจะไม่เกิดความเสียหายต่อผู้รับเหมาก่อสร้าง คนงาน ผู้ใช้แรงงาน หรืออะไรที่หวั่นเกรงกัน เรื่องงบประมาณล่าช้าเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ครั้งนี้ช้ามาแล้ว 4 เดือน หากจะช้าอีก 1-2 เดือนก็เป็นไปได้ ถือว่าครั้งนี้ช้ากว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
    ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเตรียมการในแง่ร้ายไว้แล้วหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า แง่ร้ายต่องบประมาณตนนึกไม่ออก แต่แง่ร้ายต่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ นึกได้ แต่ได้เตรียมการในส่วนนี้ไว้แล้ว สามารถทำให้รวดเร็วได้
    เมื่อถามว่า หากคำวินิจฉัยออกมาในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ นายวิษณุกล่าวว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ หากอยู่ในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ ครม.สามารถออกเป็นพระราชกฤษฎีกาขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญได้ในกรณีหากจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยสภา และใช้วิธีนี้ในการดำเนินการ แต่ไม่คิดถึงวิธีที่ไม่ต้องขอเปิดสภากันบ้างหรือ ส่วนมาตรา 143 ของรัฐธรรมนูญก็เป็นหนึ่งในหลายช่องทาง รวมถึงการออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ซึ่งคำร้องของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลได้ยื่นทุกเรื่องทุกประเด็น ถามไปแม้กระทั่งว่าถ้าไม่ได้แล้วจะให้ทำอย่างไร ตนก็นึกไม่ออกว่าถามแบบนี้จะให้ศาลตอบอย่างไร และหากไม่ออกมาในทางมาตรา 143 ก็ยังมีอีกหลายช่องทาง
    เมื่อถามว่า ในฐานะรัฐบาล ทางออกที่ดีที่สุดที่จะใช้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ คืออะไร นายวิษณุกล่าวว่า หากตอบแล้วคือชี้นำ แต่มีคิดไว้ในใจแล้วทุกเรื่อง มันไม่ใช่เรื่องการหาช่องว่างหรือช่องลอดอะไรทั้งสิ้น แต่ทางออกที่ดีที่สุดคือ ทางที่ศาลเป็นคนบอกแล้วรัฐบาลจะเดินไปทางนั้นอย่างรวดเร็ว มันจะจบได้ด้วยคำวินิจฉัยของศาล แล้วจะรู้ว่าต้องทำอย่างไร.  
    


วันนี้ "๑๓ เมษายน" เป็นวัน "มหาสงกรานต์" เรารู้ แบบชินว่า..... ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่สากล ส่วน ๑๓ เมษายน วันสงกรานต์ เป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย

หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่
ฤๅ "ฟ้าใส" จะล่มรัฐบาล?
'ศิษย์-อาจารย์' ในวันจักรี
ประยุทธ์-ปรีดีใน 'ดี-เลว'
'จูราสสิก ปาร์ก' ภาค OctDem