จ่อกักในค่ายทหาร เริ่มแล้วปฏิบัติการพา64คนไทยออกจากอู่ฮั่นโดย3จนท.ฮีโร่


เพิ่มเพื่อน    


    เริ่มแล้วปฏิบัติการช่วย 64คนไทยกลับ สถานทูตไทยในปักกิ่งส่ง 3 เจ้าหน้าที่ฮีโร่ขับรถ 15 ชั่วโมงไปอู่ฮั่นรับกลับ‘‘อนุทิน’’ เผย 4 ก.พ.ทั้งหมดได้ขึ้นเครื่องโฆษกกระทรวงกลาโหมระบุเตรียมพื้นที่ของทหารเป็นที่กักตัว 14 วัน
    เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการเดินทางไปรับคนไทยกลับจากเมืองอู่ฮั่น ว่าได้คุยกับอุปทูตจีนประจำประเทศไทย โดยขณะนี้การเตรียมความพร้อมทางฝั่งไทยเรียบร้อยหมดแล้ว และทางการจีนกำลังประสานกับสถานทูตไทย ในการส่งเจ้าหน้าที่ไปที่เมืองอู่ฮั่น ตอนนี้กำหนดไว้บินรับคนไทยกลับมาเลยในวันที่ 4 ก.พ. ซึ่งถือว่าต้องพร้อมทั้งสองฝ่าย ถ้าไม่อย่างนั้นจะวุ่นวาย ถือเป็นการกำหนดในส่วนของเรา ขณะที่ทางการจีนก็บอกว่าพร้อม คุยกับอุปทูตจีนด้วยความเข้าใจหมดทุกอย่างแล้ว เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา
    เมื่อถามว่า มีผู้ใหญ่ท่านใดบ้างที่จะเดินทางไปรับ รมว.สาธารณสุขตอบว่า ขณะนี้การควบคุมมีอยู่หลายมาตรฐาน บางมาตรฐานบอกว่าตามอาการ แต่ถ้าเกิดตอนนี้หลังจากองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ประกาศยกระดับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นภาวะฉุกเฉินระดับโลก ซึ่งการควบคุมโรคจะต้องเข้มงวดและปูพรม และได้มีการพูดคุยกับทางกรมควบคุมโรค ได้ขอเช็กกฎระเบียบทุกอย่างก่อน  
    "เพราะถ้าเกิดกลับมาแล้ว ผมไปแล้วกลับมาต้องกักผมไว้ 14 วัน อย่างนี้ผมก็ไปไม่ได้แล้ว เพราะทำงานไม่ได้ ถ้าไปไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ซึ่งผมก็อยากไป ส่วนคนที่แจ้งความจำนงจะเดินทางกลับ ขณะนี้คนไทยอยู่ที่นั่น 160 คน เมื่อวันที่ 31 มกราคม แจ้งเจตจำนงไว้ 130-140 คน และใครกลับมาก็ต้องดูแลหมด ถ้าจำเป็นต้องกักตัวก็ต้องกัก"
    นายอนุทินเผยว่า สิ่งที่เราให้ความมั่นใจก็คือต้องทำตามมาตรฐานสากลทุกอย่าง ส่วนสถานที่ในการกักตัวหากกลับมาทั้งหมด 160 คน จะหารือในวันที่ 3 ก.พ.นี้กับนายกรัฐมนตรีในการประชุมสรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรนาที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อดูว่าหน่วยงานไหนจะสามารถเข้ามาช่วยดูในส่วนนี้ได้ แต่โดยเบื้องต้นถ้ามีการกักตามอาการ สถาบันบําราศนราดูรรับได้อยู่แล้ว และกระทรวงสาธารณสุขก็มีการบริการในส่วนนี้เยอะ มี 2-3 โรงพยาบาลที่รองรับในส่วนนี้ได้ และไม่ใช่กักตัวจนเขาทำอะไรไม่ได้  ดูโหดร้ายเกินไป ขณะที่ความเข้มข้นของแต่ละประเทศสถานการณ์แตกต่างกัน
    รองนายกฯ กล่าวว่า คอนเฟิร์ม จากการประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้งในและต่างประเทศ ทำอย่างไม่เป็นอันหลับอันนอน บอกว่าสิ่งที่เราทำอยู่ทำเกินหลักมาตรฐาน แต่ตนคงไม่มาพูดหรอก เราก็ทำดีที่สุด เป้าหมายให้คนไทยเกิดความปลอดภัยมากที่สุด ก็ขอให้เชื่อมั่น คนที่วิพากษ์วิจารณ์ก็อยู่วงนอก ขณะที่คนทำตามหลักวิชาการเทคนิค มาตรฐาน มีองค์ความรู้อยู่ทำงานกันอย่างเต็มที่ไม่มีเว้นตรงไหน ทั้งนโยบาย งบประมาณ พร้อมหมด
    นายอนุทินกล่าวว่า มาตรการป้องกันหลังพบว่าเชื้อมีการระบาดจากคนสู่คนในไทยแล้วนั้น คือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ตามหลักป้องกัน ทั้งนี้ เรื่องของโอกาสที่จะมีการติดเชื้อก็มีอยู่ แต่ก็ไม่ใช่ง่ายๆ เท่าไหร่ ถ้ารู้จักระมัดระวังตามหลักสุขอนามัย อย่างตอนนี้ถ้าไปแหล่งที่มีคนจีนทั้งนั้นก็ควรหลีกเลี่ยง แต่คนจีนอาจจะบอกว่าเขาผ่านการตรวจมาแล้ว ดังนั้นการจะทำอะไรต้องนึกถึงใจเขาใจเรา นึกถึงความสัมพันธ์ อย่างกรณีบอกว่าทำไมไม่ยกเลิกวีซ่า เราบอกว่าโอเคได้ พอยกเลิกก็มีการบอกว่าทำให้คนจีนหายไปแล้ว 80% ยกเลิกไปก็เท่านั้น จะกลายเป็นการไปซ้ำเติมความสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้องเปล่าๆ เพราะขณะนี้นักท่องเที่ยวจีนก็น้อยลงไปมากแล้ว และการตรวจสอบก็สามารถตรวจสอบหาเจอได้หมด
    ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศได้รายงานว่า วันที่ 1 กุมภาพันธ์ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง ได้จัดส่งข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง จำนวน 3 คน ได้แก่ นายนิรัตน์ กาญจนรจิต เลขานุการเอก, นายเมธัส ชัยพุฒิ เลขานุการเอก และนายอัคคณิต คามเกตุ เลขานุการโท เดินทางไปนครอู่ฮั่นเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการประสานงาน อำนวยความสะดวก และบริหารจัดการต่างๆ ในการเตรียมการเพื่อนำคนไทยออกจากพื้นที่ โดยข้าราชการทั้ง 3 คน เดินทางโดยรถยนต์จากกรุงปักกิ่งไปยังนครอู่ฮั่น ระยะทางกว่า 1,200 กิโลเมตร (ใช้เวลาขับ 14-15 ชั่วโมง) โดยคาดว่าจะถึงนครอู่ฮั่นในช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 และจะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ
    ทั้งนี้ เมื่อข้าราชการข้างต้นเดินทางกลับหลังจากปฏิบัติภารกิจเรียบร้อยแล้ว จะมีการดำเนินการตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดที่ทางการจีนกำหนดโดยเคร่งครัด ซึ่งรวมถึงการตรวจร่างกาย และการกักพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังอาการเป็นเวลา 14 วัน
    นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ทางสธ.ได้หารือกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมรับคนไทยที่เดินทางกลับจากเมืองอู่ฮั่น ตามมาตรฐานการเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมโรคสูงสุด หากพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ต้องเฝ้าระวัง จะแยกเข้ารับรักษาที่โรงพยาบาล 
    เขากล่าวว่า กลุ่มที่ไม่มีอาการป่วยจะติดตามอาการต่อเนื่องจนครบกำหนด 14 วัน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่แพร่โรคต่อ ซึ่งบางคนอาจจะมีเชื้อแต่ยังไม่แสดงอาการ อย่างไรก็ตาม เท่าที่กระทรวงต่างประเทศติดตามยังไม่มีใครที่มีอาการไข้
    พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเตรียมประสานไปยังรัฐบาลเพื่อขอใช้พื้นที่ทหารในการกักตัว 64 คนไทยในฮู่ฮั่นทันทีที่เดินทางกลับประเทศว่า เบื้องต้นเคยมีการพูดคุยกันไว้ว่าหากมีการระบาดและคนติดเชื้อเป็นจำนวนมาก ขอให้เตรียมพื้นที่เอาไว้เพื่อใช้ในการควบคุม แต่ปกติแล้วเมื่อเกิดโรคระบาดทางกระทรวงสาธารณสุขมีแผนภาวะฉุกเฉินเพื่อกำหนดระดับเหตุการณ์ไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจาย ทั้งพื้นที่ควบคุม  พื้นที่คัดกรอง หรือการส่งกลับประเทศ ซึ่งอาจขอใช้พื้นที่หน่วยทหาร แต่เบื้องต้นคือใช้กับคนไทยที่กำลังจะเดินทางกลับจากอู่ฮั่น ประเทศจีนก่อน
    ส่วนจะพื้นที่ทหารหน่วยไหนนั้น คงต้องพิจารณาถึงความเหมาะและความพร้อมของหน่วยทหารนั้นๆ ด้วย ยอมรับว่า จำนวนคนไทยเพียง 64 คนก็ไม่ได้มากมายอะไร
    ด้าน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า สำหรับสถานที่ดูแลผู้ที่กลับมาจากอู่ฮั่นนั้น คงต้องรอการพิจารณาจากทางรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงการหารือจากทุกๆ ฝ่าย ในความเหมาะสมและความพร้อมก่อน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการประสานมายังกองทัพบก เบื้องต้นกองทัพได้เตรียมสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุข โดยทางกรมแพทย์ททารบก กรมแพทย์ทหารเรือ และกรมแพทย์ทหารอากาศ ได้เตรียมชุดคัดกรอง ตรวจเช็ก 64 คนไทยทันทีที่เครื่องลงสนามบิน.


๒ เดือนกว่าๆ มานี่...... ไม่ได้คุยเรื่องของเรากันเลย! มัวแต่ตื่นเต้นไปกับการอุบัติขึ้นของ "เผ่าพันธุ์ใหม่" ในโลกมนุษย์ กึ่งมีชีวิต-ไม่มีชีวิต

เคอร์ฟิว "เซฟก่อนตายจริงๆ"
เมื่อ 5-12 เข้ามาแทน 7-11
"โรงหมอ-กระทรวง"ร่วมโรค
ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'