คลังลุยชงแพคเก็จกระตุ้นท่องเที่ยวฟุ้งชิมช้อปใช้คุ้มค่างบ1.9หมื่นล้าน


เพิ่มเพื่อน    

3 ม.ค. 2563 นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาชุดมาตรการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว หลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในช่วงที่ผ่านมา โดยได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเห็นตรงกันว่ามาตรการดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญในการดูแลภาคการท่องเที่ยวของไทยในขณะนี้ และจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะการจ้างงาน โดยชุดมาตรการดังกล่าวจะเน้นดูแล และการกระตุ้นให้เกิดการลงทุน ซึ่งเป็นการกระตุ้นทั้งด้านอุปสงค์และอุปทานในภาคการท่องเที่ยว เช่น หากบริษัท ห้างร้าน  โรงแรม รีสอร์ท หรือสถานท่องเที่ยวต่าง ๆ มีการปรับปรุงสถานที่ให้ดีขึ้น ก็สามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีได้ และจะมีสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำจากสถานบันการเงินให้กู้เพื่อปรับปรุงเพิ่มเติมด้วย โดยรายละเอียดต้องรอให้ผ่านการพิจารณาของ ครม. ก่อน

นอกจากนี้ อาจจะมีการเสนอให้ ครม. พิจารณาปรับลดอัตราภาษีน้ำมันเครื่องบินด้วย เพราะทราบว่าที่ผ่านมามีข้อเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาเรื่องนี้มาโดยตลอด ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบกำลังดูอยู่ แต่จากปัจจัยเสี่ยงเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ ที่กำลังส่งผลกระกับภาคการท่องเที่ยวและภาคเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องพิจารณาในส่วนนี้

สำหรับกรณีที่มีการประเมินว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยมีการเติบโตที่ถดถอยนั้น รมว.การคลัง ระบุว่า เรื่องผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวรัฐบาลมีการติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนการประเมินของสำนักต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องของแต่ละองค์กร แต่ประเด็นสำคัญคือ รัฐบาลดำเนินมาตรการต่าง ๆ ในการรับมือปัจจัยเสี่ยงได้ทันการ มีการพิจารณาถึงช่วงจังหวะที่เหมาะสมและมีการออกมาตรการดูแลออกมา พร้อมทั้งมีการขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน หารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เอกชน ผู้ประกอบการ สถาบันการเงิน และมีการติดตาม ประเมินผลมาโดยตลอด และดูว่าอะไรที่ควรดำเนินการก็เร่งทำทันที โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ไว้วางใจอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ประมาท

ส่วนกรณีที่มีข้อเรียกร้องให้ยกเลิกฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีนนั้น คงต้องไปถามไถ่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง แต่เท่าที่ทราบขณะนี้ยังไม่มีอะไรใหม่ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

สำหรับมาตรการชิมช้อปใช้ เฟส 4 นั้น ยังไม่มีแผนและยังไม่ได้กำหนดว่าจะเสนอ ครม. เมื่อไหร่ และจะเสนออย่างไร โดยขณะนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ระหว่างขึ้นตอนการพิจารณาถึงรูปแบบการดำเนินการที่เหมาะสม

“ถามว่าทำไมต้องมีชิมช้อปใช้ เฟส 4 ก็เพราะหลังจากที่ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งในระดับโลก และของไทย จะเห็นว่าแม้เศรษฐกิจโลกจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่การค้าขายของโลกก็ยังวางใจไม่ได้ ยังต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าความต้องการในระดับโลกจะกลับมา อีกทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงใหม่ คือ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรันสโคโรนา และความล่าช้าของงบประมาณปี 2563 ทั้งหมดนี้ชี้ถึงความจำเป็นของรัฐบาลที่จะต้องพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหมาะสมออกมาเพิ่มเติม โดยเรื่องชิมช้อปใช้ เฟส 4 ก็กำลังพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมอยู่” นายอุตตม กล่าว

ทั้งนี้ จากการประเมินผลของมาตรการชิมช้อปใช้ ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการใช้งบประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท เพราะสามารถช่วยดูแลเศรษฐกิจภายในประเทศให้หมุนเวียนได้ผ่านการกระตุ้นการใช้จ่าย ผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็กในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศสามารถเดินได้ และยังเป็นผลดีกับภาคการท่องเที่ยวด้วย อีกทั้งยังสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการด้วยว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังมีปัญหาและส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยนั้น รัฐบาลได้มีมาตรการที่เหมาะสมออกมาดูแล

“นอกจากจะบรรลุเป้าหมายในการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศแล้ว มาตรการชิมช้อปใช้ ยังเป็นการพัฒนาและต่อยอดโครงข่ายดิจิทัลทางการเงินของประเทศ ผ่านระบบพร้อมเพย์ให้กว้างขวางและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งรัฐบาลยังได้ข้อมูล จากผู้ที่เข้าร่วมมาตรการกว่า 12 ล้านคน ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ที่จะใช้ในการพิจารณาออกนโยบายและมาตรการที่ตอบโจทย์ประชาชนและผู้ประกอบการในระยะต่อไปได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย” นายอุตตม กล่าว

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า กระทรวงการคลังจะเสนอครม. พิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยจะเสนอให้มีการขยายการยืนแบบชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปี 2562 จากเดิมที่ต้องยื่นภาษีดังกล่าวภายในเดือน มี.ค.2563 ให้ขยายเวลาออกไปอีก 3 เดือน โดยสามารถชำระและยื่นแบบภาษีไปถึงวันที่ 30 มิ.ย.2563 เพื่อเป็นการบรรเทาให้กับผู้มีรายได้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และในช่วงนี้จะได้มีเงินเหลือในการใช้จ่ายเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ


"เคอร์ฟิว"! ตั้งแต่ ๔ ทุ่ม-ตี ๔ "ทั่วประเทศ" ตั้งแต่วันนี้ (๓ เม.ย.) เป็นต้นไป ไปถึงไหน? ถึงเมื่อ คณาจารย์แพทย์ บอกนายกฯ ว่า

เมื่อ 5-12 เข้ามาแทน 7-11
"โรงหมอ-กระทรวง"ร่วมโรค
ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'