เรียนรู้จากอู่ฮั่น


เพิ่มเพื่อน    

        เยอะมากค่ะ...สำหรับข้อมูลข่าวสารอันว่าด้วยไวรัสโคโรนา ที่มีจุดเริ่มต้นจากเมืองอู่ฮั่น ในมณฑลหูเป่ย์ พื้นที่บริเวณภาคกลางของสาธารณรัฐประชาชนจีน

        จริงบ้างเท็จบ้าง ปั่นก็มาก ป่วนก็หลาย ..ราวกับโรคระบาดในโลกโซเชียล!!!

        ใครที่หูเบา เชื่อง่าย เจออะไรก็แชร์โดยไม่สนใจว่ามันชัวร์ไหม ขอร้องเลยว่าหาตุ้มถ่วงหู หรือไม่ก็ท่องมนต์บท..แชร์ช้าๆ จะได้พร้าเล่มงาม ..ดีกว่านะคะ เพราะเรื่องแบบนี้ ไม่ชัวร์ แล้วไปแชร์ จะกลายเป็นทำชั่วโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยทีเดียวจ้า

        สำหรับมนุษย์ป้า ยอมรับเลยว่า unfriend ไปหลายคนเลยทีเดียวกับสังคมเฟซบุ๊ก ในช่วงไวรัสโคโรนากลายเป็นไวรัสที่หลายคนก่นด่าว่ากล่าวแบบสะใจ เหมือนคนไร้หัวจิตหัวใจ ปราศจากความเมตตา

        การตั้งแง่รังเกียจกับชาวจีน ขึ้นเจ๊ก ขึ้นมึงมาพาโวย เพราะเขาเป็นประเทศแรกที่ถูกไวรัสโคโรนาโจมตี แล้วก็กลายเป็นพาหะนำโรคโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ..มันใช่ความเป็นมนุษย์ที่มีสติหรือไม่??? 

        ถามตัวเองก่อนดีไหมว่า อยากจะเป็นคนป่วย อยากจะเป็นคนถูกชี้หน้าว่าเป็นตัวเชื้อโรคไหม

      ถ้ามีคำตอบให้กับตัวเองล่ะก็  ย่อมจะต้องตระหนักรู้อยู่แก่ใจ ใช่ไหมว่า ไม่มีใครบนโลกใบนี้อยากจะเป็นโรคแน่นอน

        แต่เมื่อใครสักคนเกิดโชคร้าย ติดโรคแล้ว เขากลายเป็นคนชั่ว คนสารเลว คนที่ต้องถูกประณาม ตั้งข้อรังเกียจ จนหาความเป็นมนุษย์ไม่ได้...กระนั้นหรือ

        อยากจะบอกว่า โลกโซเชียลโดยเฉพาะในเฟซบุ๊กตอนนี้ มันเป็นสังคมบัดซบจริงๆ จากกรณีของอู่ฮั่น  เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งตั้งตัวเป็น "ศาลเตี้ย" พิพากษาคนนั้นคนนี้ โดยไม่สนใจเลยว่ามันมีข้อเท็จจริงมากน้อยเพียงใด

      มันน่าสมเพชกับคนบางกลุ่ม ที่แสดงตัวเป็น "ผู้รู้" โพสต์นั่นแชร์นี่ บวกกับความเห็นส่วนตัว สะท้อนความเป็นบัวใต้น้ำ แทนที่จะให้กำลังใจกับทุกฝ่ายที่กำลังหนักใจ เหนื่อยสายตัวแทบขาด เพื่อป้องกันมิให้เชื้อโรคแพร่กระจาย พวกคนกลุ่มนี้กลับสร้างเรื่องสร้างราวบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอย่างไรสาระสุดๆ

        อยากจะขอร้องว่า เรียนรู้สังคมความเห็นแก่ตัวจากกรณีอู่ฮั่น แล้วลองตรึกตรองดูสิว่า ในฐานะมนุษย์แล้ว เราควรระมัดระวังตัวเองอย่างไร ทั้งไม่ให้ติดเชื้อร้ายข่าวลือข่าวปลอม และกลายเป็นพาหะส่งต่อข่าวไม่จริงทั้งหลาย

        เรื่องแบบนี้เกิดในครอบครัวของเรา เราจะรู้สึกแบบไหน ..แค่คิดเอาใจเขามาใส่ใจเรา รับรองว่าจะหาคำตอบเจอ และไม่กลายเป็นคนกระพือโรคข่าวลือเสียเองอย่างน่ารังเกียจที่สุดค่ะ.

"ป้าเอง" 


เชื่ออะไรผมอย่างได้มั้ย? คือผมจะบอกว่า..... เห็นความ "ดิบ-กระแดะ-ด้าน" ของนักเรียน-นักศึกษาใต้ปฏิบัติการล้างสมองของสามสัสแล้ว ไม่ต้องห่วงกันไปหรอกว่า เมื่อพวกนี้โตขึ้น จะเป็นผู้เข้ามากำหนดอนาคตประเทศ

ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ