‘มิ่ง’แยกทางเศรษฐกิจใหม่ ท้าขับออกจากพรรคได้เลย


เพิ่มเพื่อน    

 "มิ่งขวัญ" ไม่สนมติพรรคเศรษฐกิจใหม่ถอนตัวจากฝ่ายค้าน อ้าง ปชช.ครึ่งล้านเลือก ศม.เพราะเชื่อศรัทธาให้เกียรติที่ตนพูด ลั่นขอแยกทางกันเด็ดขาด ท้าให้ขับออกจากพรรค ยันขอเป็นฝ่ายค้านแม้จะเป็นคนเดียว ยอมรับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ขณะที่ฝ่ายค้านไฟเขียวให้อภิปรายไม่ไว้วางใจจนจบประเด็น

    ที่รัฐสภา วันที่ 3 กุมภาพันธ์ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.) แถลงภายหลังพรรคเศรษฐกิจใหม่มีมติถอนตัวออกจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า  ตนใช้เวลาหาเสียงให้พรรคเศรษฐกิจใหม่ 2 สัปดาห์ ประชาชนให้เกียรติเชื่อถือศรัทธาในตัวของตนและนโยบายของพรรค โหวตให้ 489,000 กว่าเสียง พูดง่ายๆ คือประชาชนคนไทยเชื่อและศรัทธาให้เกียรติในสิ่งที่ตนพูด อย่างไรก็ตามตามรัฐธรรมนูญทุกฝ่ายเป็นประชาธิปไตยหมด แต่มีประชาธิปไตย 2 ฝั่ง  แบบประชาธิปไตยที่มาจากพรรคของ คสช.นั่นก็คือพลังประชารัฐ และประชาธิปไตยอีกฝั่ง ในเมื่อประกาศว่าเราจะไม่อยู่กับฝั่งที่มาจาก คสช. ก็แปลว่าต้องอยู่กับอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าหลายคนที่เลือกพรรคก็มาจากปัจจัยนี้เป็นส่วนสำคัญด้วย
    นายมิ่งขวัญกล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าในที่ประชุม 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน ได้ถามตรงๆ ว่าตกลงจะเอายังไงกันแน่ ถ้าทำแบบนี้ต้องกลับไปทบทวนจุดยืนให้ชัดเจน ซึ่งตนเห็นด้วยกับวิธีการนี้ ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้นต้องชัดเจน แต่กลับออกหนังสือขอถอนตัวจากการเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง เพราะถามกรรมการบริหารพรรคปรากฏว่าไม่มีการแจ้งวาระการประชุมล่วงหน้า ซึ่งไม่มีพรรคการเมืองใดทำแบบนี้ หวังว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะโดนด่า
    "วันนี้ประชาชนเคลือบแคลงใจ แต่วันนี้มันต้องชัดเจน ในเมื่อพรรคเศรษฐกิจใหม่บอกว่ามีการประชุมกรรมการบริหารพรรค และมีมติไม่ร่วมและขอถอนตัวออกจากพรรคฝ่ายค้าน กฎหมายรัฐธรรมนูญระบุว่าไม่จำเป็นต้องทำตามมติพรรค ผมยืนยันผมขอยึดมั่น เอาคำพูดสิ่งที่หาเสียงไว้ตั้งแต่ต้น  จุดยืนที่พยายามจะบอกว่าไม่เปลี่ยนแปลง ผมจะอยู่กับพรรคร่วมฝ่ายค้าน แม้จะเป็นคนเดียวผมก็จะยืนอยู่ตรงนี้ชัดเจน ในเมื่ออุดมการณ์ไปด้วยกันไม่ได้ ผมถือว่าคำพูดการตระบัดสัตย์ และผมเป็นคนหาเสียงมาโดยตลอด ขอประกาศว่าผมจะไม่ขอร่วมอุดมการณ์นี้กับพรรคเศรษฐกิจใหม่ต่อไป ครั้งที่แล้วบอกว่าเศรษฐกิจใหม่ไม่ใช่มิ่งขวัญ ครั้งนั้นเป็นการพูดให้สุภาพ วันนี้ขอให้โค้ดคำพูด ผมขอประกาศแยกทางกับพรรคเศรษฐกิจใหม่เด็ดขาด คนครึ่งล้านเลือกมาเพราะผม ถ้าผมมีเวลาหาเสียงนานกว่านี้ท่านจะได้เห็นผลของการเลือกตั้ง ผมไม่เกี่ยวข้องกับพรรคเศรษฐกิจใหม่ เขาจะทำอะไรก็เป็นเรื่องของเขา ผมยังจะยืนอยู่แบบนี้" นายมิ่งขวัญกล่าว 
    ผู้สื่อข่าวถามว่าในทางกฎหมายจะย้ายพรรคการเมืองหรือไม่ นายมิ่งขวัญกล่าวว่า บางคนมาแสดงความคิดเห็นให้ลาออก บางคนไม่ให้ลาออก แต่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ ส.ส.มีเอกสิทธิ์ไม่ต้องทำตามมติพรรค ทั้งนี้ส่วนตัวยังจะดำเนินกิจกรรมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านต่อไป โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งได้ขอเวลาอภิปรายไว้ 4 ชั่วโมง เพราะเห็นว่าประเทศไทยมีเรื่องที่ต้องอภิปรายจำนวนมาก แต่ไม่แน่ใจว่าจะได้เวลาอภิปรายขนาดนั้นหรือไม่
    เมื่อถามว่าได้ประกาศเด็ดขาดแต่เหตุใดกลับไม่ลาออกจากพรรคเศรษฐกิจใหม่ นายมิ่งขวัญกล่าวว่า ถ้าลาออกวันนี้ก็ไม่มีสิทธิ์อภิปรายไม่ไว้วางใจ และคนจำนวนครึ่งล้านเลือกเข้ามา ถ้าลาออกคนครึ่งล้านจะคิดอย่างไรกับตน และไม่ได้ยึดติดกับการเป็นรัฐบาลเรื่องลาออก แต่ถ้าตนได้ทำประโยชน์แก่ประชาชนจะให้ตนทำต่อหรือไม่ หรือถ้าอยากให้ออกก็ให้พรรคเศรษฐกิจใหม่ขับออกได้และคงไปอยู่กับพรรคการเมืองอื่นๆ ที่มีอุดมการณ์เหมือนกัน
    "ผมได้ทำอะไรของผมในระดับหนึ่งแล้ว ถ้าไม่ขับออกก็อยู่กันไปอย่างนี้ตามจุดยืนของผม การลาออกง่ายนิดเดียว แค่เขียนเอกสารก็ลาออกได้แล้ว แต่ผมจะไม่ปฏิบัติตามมติของพรรคที่ไม่ได้รักษาคำพูดที่ให้ไว้ สิ้นสุดอายุสภานี้วันไหนผมไปอยู่ที่อื่น" นายมิ่งขวัญกล่าว
    ถามถึงความรู้สึกที่คะแนนเสียงส่วนใหญ่ได้มาจากการหาเสียงของตัวเอง แต่วันนี้กลับถูกลอยแพ  นายมิ่งขวัญกล่าวว่า กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทั้งนี้ถ้าพรรคเศรษฐกิจใหม่มาแถลงชี้แจงและมีข้อมูลไม่ถูกต้อง ตนจะไม่ทนนิ่งอีกต่อไป อย่างไรก็ตามตนสงสัยว่าอะไรที่ทำให้คนเราเปลี่ยนจากหน้าเป็นหลังมือ  แต่ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าอะไรเป็นแรงจูงใจให้พวกเขาเปลี่ยนไป
    ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวถึงพรรคเศรษฐกิจใหม่ที่ได้ติดต่อขอใช้เวลาในส่วนของฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า นายมิ่งขวัญได้ประสานกับนายภูมิธรรมและตนว่าต้องการอภิปรายเรื่องเศรษฐกิจ เชื่อว่าข้อมูลของนายมิ่งขวัญจะมีประโยชน์ โดยสัดส่วนเวลาในการอภิปรายเราจะดูที่ประเด็นเป็นหลัก จะให้เขาพูดจนจบประเด็น.
 


"ธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์"ถึงวันนี้ (๒๖ ต.ค.๖๓).......ประเมินสถานการณ์ผ่านแนวรบด้านถนนและด้านรัฐสภาแล้ว เป็นไงบ้างครับ?"ล้มเจ้า" สำเร็จแน่?

หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?