“สรรพสามิต” ชี้ตลาดยาสูบเข้าภาวะปกติหลังตัวเลขรีดภาษีพุ่งปรี๊ด


เพิ่มเพื่อน    

“สรรพสามิต” แจงกฤษฎีกายังนิ่งตอบคำถามรื้ออัตราภาษียาสูบ พร้อมระบุสถานการณ์ตลาดยาสูบเข้าสู่ภาวะปกติแล้วหลังประกาศใช้อัตราใหม่ หลังตัวเลขรีดภาษียาสูบทะลุเป้าหมาย มองยาวอีกปีครึ่งใช้อัตราเดียวทั้งหมดช่วย “ยาสูบ” มีเวลาปรับตัวสู้การแข่งขันในตลาดได้

แหล่งข่าวจากกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกายังไม่ตอบหนังสืออย่างเป็นทางการเรื่องการแก้ไขอัตราภาษีสรรพสามิตยาสูบใหม่ว่าสามารถทำได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามตอนนี้สถานการณ์ตลาดบุหรี่เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว หลังจากเริ่มใช้อัตราภาษีบุหรี่ใหม่มาตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2560

ทั้งนี้ การเก็บภาษีสรรพสามิตยาสูบของกรมสรรพสามิต ในเดือน ก.พ. 2561 เก็บได้ 6.9 พันล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.36 พันล้านบาท หรือ 24.7% ซึ่งถือว่าเป็นการเก็บภาษีได้มากเทียบกับในช่วงเดือนแรก ๆ ที่อัตราภาษีใหม่มีผลบังคับใช้ และส่งผลให้สามารถจัดเก็บภาษียาสูบได้เพียงเดือนละ 1-2 พันล้านบาทเท่านั้น ซึ่งมองว่าภาษียาสูบเข้าสู่ภาวะปกติได้ 2-3 เดือนแล้ว

สำหรับภาพรวมการจัดเก็บภาษียาสูบในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2561 (ต.ค. 60 – ก.พ. 61) สามารถจัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการ 1.87 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 7.3% และคาดว่าทั้งปีงบประมาณกรมสรรพสามิตจะสามารถจัดเก็บภาษียาสูบ และภาษีในภาพรวมทั้งหมดได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 6 แสนล้านบาท

“การใช้อัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ใช้มาเป็นเวลา 6 เดือนแล้ว ในส่วนของภาษียาสูบได้มีการจัดเก็บ 2 รูปแบบ โดยเก็บตามปริมาณ 1.20 บาทต่อมวน และตามมูลค่า 20% สำหรับบุหรี่ที่ราคาขายปลีกไม่เกิน 60 บาท และตามมูลค่า 40% สำหรับบุหรี่ที่ราคาขายปลีกเกิน 60 บาท โดยมีกำหนดใช้เป็นเวลา 2 ปี” แหล่งข่าว กล่าว

แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า  ในช่วงเวลาที่เหลือประมาณ 1 ปีครึ่ง ก่อนจะมีการใช้ภาษียาสูบในอัตราเดียวกันทั้งหมดนั้น คือ คิดตามปริมาณที่ 1.20 บาทต่อมวน และตามมูลค่า 40% เชื่อว่าไม่กระทบกับยอดขายของโรงงานยาสูบ หากในช่วงเวลาที่เหลือมีการปรับกลยุทธ์การตลาดเหมือนในช่วงที่ผ่านมาที่ยอดขายลดลงเหลือ 60% ในช่วง 2 เดือนแรกที่ได้ประกาศใช้อัตราภาษียาสูบใหม่ ซึ่งจากข้อมูลพบว่าปัจจุบันยอดขายของโรงงานยาสูบปรับขึ้นมาอยู่ที่ 67% เกือบอยู่ในระดับปกติแล้ว

"ในอนาคตปีกว่าที่ภาษียาสูบจะเหลืออัตราเดียว โรงงานยาสูบก็ยังสามารถแข่งขันได้เพราะบุหรี่ต่างประเทศจะปรับราคาเพิ่มขึ้นเป็นซอง 80-90 บาท ขณะที่บุหรี่ของโรงงานยาสูบจะอยู่ที่ 60-70 บาท ซึ่งยังมีกำไร โดยที่ภาครัฐไม่จำเป็นเข้าไปช่วยเหลือให้มีปัญหากฎหมายการค้าโลก" แหล่งข่าวกรมสรรพสามิต กล่าว


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.