ผู้ตรวจฯย้ำคู่สมรสที่ไปตปท.ทำงานให้รัฐควรได้ค่าตอบแทน หากยังติดใจพร้อมแก้ไข


เพิ่มเพื่อน    

4 ก.พ.63-  นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงการแก้ไขระเบียบผู้ตรวจการแผ่นดินว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2563 หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ระเบียบดังกล่าวเป็นระเบียบเดิมที่มีอยู่แล้วหลายหน่วยงานมีใช้ตั้งแต่ปี 2544 แต่หลังจากมีการบังคับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน 2560 จึงมีการออกระเบียบใหม่โดยได้มีการศึกษาระเบียบขององค์กรอื่นๆ ที่เห็นว่าจะสอดคล้องต่อการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยง 4,500 บาทไม่ได้เป็นไปโดยอัตโนมัติ ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางไปต่างประเทศ 3,100 บาทเทียบกับข้าราชการระดับสูงตั้งแต่ ซี9 ขึ้นไป 

แต่ในบางประเทศที่ค่าครองชีพสูง ระเบียบของหลายหน่วยงานก็ได้บวกอีกเป็นเปอร์เซ็นต์หรือบางหน่วยงานก็กำหนดเบี้ยเลี้ยงเป็นเงินสกุลดอลลาร์ บางแห่ง 100 ดอลลาร์ บางที่ 130 ดอลลาร์ เพื่อป้องกันการผันผวนของค่าเงิน นั่นคือความจำเป็นทำให้เราต้องออกระเบียบ แต่ในความเป็นจริงเบิกได้ 3,100 บาทไม่ใช่4,500 บาท เช่นเดียวกับกรณีคู่สมรสเราก็ลอกมาจากระเบียบของหน่วยงานอื่น หลังระเบียบประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 29 ม.ค. ยังต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์ว่าคนที่จะเบิกค่าใช้จ่ายได้ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร เดินทางไปราชการในภารกิจใดไม่ใช่เป็นเรื่องทั่วไปที่จะเบิกจ่ายได้ทั้งหมด หากไม่มีระเบียบรองรับในทางปฏิบัติเลือกได้สองทาง คือไม่ไปกับออกค่าใช้จ่ายเอง คู่สมรสอาจไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ในกรณีตั้งกรรมาธิการกมธ. อนุฯกมธ. ที่มาจากภาคเอกชนไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้ามาทำงานกับรัฐก็ระเบียบรองรับให้สามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้

“ระเบียบของผู้ตรวจฯไม่ได้แปลกแยกจากหน่วยงานอื่น แต่เมื่อมีคนสงสัยเราก็ต้องชี้แจง ซึ่งขณะนี้ผู้ตรวจฯก็ตระหนักถึงข้อวิพากษ์วิจารณ์ แต่ท้ายที่สุดอาจต้องมีการยกเลิกเพื่อความสบายใจ แล้ววันข้างหน้าหากมีใครเชิญมาค่อยมาแก้ปัญหาเอา ยอมรับว่าที่ผ่านมามีคู่สมรสเดินทางไปต่างประเทศแต่ออกเงินเอง ในงานต่างๆบางกรณีที่เป็นงานแบบพิธีจึงสมควรที่จะต้องมีระเบียบรองรับ ถ้าต่างประเทศเชิญมาแล้วบอกว่าออกค่าใช่จ่ายให้ทั้งหมด ถึงเวลาที่เราเป็นเจ้าภาพจัดงานลักษณะเดียวกันแล้วถามว่าเราต้องเชิญเขาไหม ถ้าเราไม่มีระเบียบรองรับเราก็เชิญไม่ได้” นายรักษเกชา กล่าว.


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน