ศก.ป่วนเมื่อจีนป่วย


เพิ่มเพื่อน    

         ไวรัสโคโรนาอู่ฮั่นไม่ได้เป็นแค่วิกฤติต่อสุขภาพมนุษย์ทั่วโลกเท่านั้น แต่ตอนนี้กระทบไปยังระบบเศรษฐกิจของโลกแบบเต็มตัว

                จากรายงานของสำนักวิจัยโนมูระ ระบุว่า ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้น่าจะรุนแรงกว่าผลกระทบจากโรคซาร์สในปี 2546 

                "ช่วงไตรมาสแรกถึงไตรมาส 2 ของปี 2546 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของจีน หดตัวลง 2% ซึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโรคซาร์ส ดังนั้นจึงประมาณการว่า จีดีพีของจีนในช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 นี้ อาจจะลดลงจากระดับ 6% ในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2562 ได้มากกว่า 2%" บนวิจัยระบุ

                การที่เศรษฐกิจของประเทศที่มีขนาดทางเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกมีปัญหา มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นๆ เป็นหางว่าว ต้องไม่ลืมว่า บทบาทของจีนต่อเศรษฐกิจโลก นอกจากจะเป็นผู้บริโภคที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว จีนยังถือเป็นโรงงานของโลกอีกด้วย

                ปัญหาการระบาดของไวรัสโคโรนาอู่ฮั่น ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของโลก และยังส่งผลต่อการผลิตด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีบางอุตสาหกรรมที่ไม่สามารถที่จะผลิตสินค้า ส่งออกไปยังต่างประเทศได้ จากนโยบายปิดประตูล้อมไวรัส  ซึ่งปัจจัยดังกล่าวสร้างความกังวลไปยังนักลงทุนทั่วโลก ที่จะมองเศรษฐกิจในปีนี้ค่อนข้างเลวร้าย

                ส่งผลในวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา นักลงทุนพากันเทขายหุ้นในจีนรวมมูลค่าเกือบ 400,000 ล้านดอลลาร์เมื่อวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันแรกที่มีการเปิดซื้อขายหลังหยุดยาวช่วงตรุษจีน โดยดัชนีคอมโพสิตของตลาดเซี่ยงไฮ้ร่วงลง 8% ทำสถิติต่ำสุดในรอบ 1 ปี ก่อนปิดตลาดโดยกระเตื้องขึ้นมาบ้าง กล่าวคือ ติดลบจากวันก่อน 7.7% ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียก็ร่วงกันลงยกแผง รวมถึง Set Index ของไทยที่หล่นทะลุแนวรับ 1,500 จุดไปได้ ซึ่งถือเป็นดัชนีที่ต่ำสุดในรอบ 3 ปี

                แน่นอนเรื่องของเศรษฐกิจจีนไม่ใช่เรื่องของจีนอย่างเดียว แต่มันเป็นเรื่องของโลก เพราะทุกวันนี้เศรษฐกิจโลกมีความเกี่ยวข้องกัน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างกรณีจีนประกาศให้ยกเลิกขายทัวร์ ก็ส่งผลให้ธุรกิจในไทย ไม่ว่าจะเป็นกิจการท่องเที่ยว และธุรกิจบริการอย่างโรงแรม ร้านอาหาร ในประเทศกำลังได้ผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของเชื่อไวรัส ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง และทำการเทขายเพื่อโยกเงินไปเก็บไว้ยังสินทรัพย์ที่ปลอดภัย อย่างทองคำ เป็นต้

                อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจมหภาค และบรรดานักวิเคราะห์ ต่างยังเชื่อว่าเหตุการณ์ระบาดของไวรัส จะส่งผลต่อเศรษฐกิจในระยะสั้นเท่านั้น เมื่อจำนวนผู้ป่วย  และการระบาดไม่เพิ่มขึ้น เชื่อว่าทางเศรษฐกิจและตลาดหุ้น น่าจะกลับคืนมาในลักษณะวีเชฟ

                โดยในส่วนของไทยเอง ปัจจัยที่พอจะเกื้อหนุนภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้ก็คงหนีไม่พ้นค่าเงินบาท ที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง มาอยู่ในกรอบ 31.00-31.50 บาท/ดอลลาร์ เป็นการอ่อนค่าลงถึง 3.8% ภายในเดือน ม.ค.เดือนเดียว  และยังเป็นการอ่อนค่ามากที่สุดของภูมิภาคด้วย ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นข่าวดีของผู้ส่งออกที่จะสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ง่ายขึ้น

                และที่ต้องจับตาก็คือ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 5 ก.พ. ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะมีปัจจัยลบกดดันเศรษฐกิจหลายปัจจัย ทั้งภัยแล้ง การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา และงบประมาณปี 2563 ที่ล่าช้า ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงก็เป็นอีกข่าวดีทางธุรกิจจะมีต้นทุนที่ถูกลง. 

ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"