ไฟเขียวแพ็กเกจ กระตุ้นท่องเที่ยว ฝ่าวิกฤติโคโรนา


เพิ่มเพื่อน    

 ครม.ไฟเขียวแพ็กเกจอุ้มท่องเที่ยวฝ่าวิกฤติโคโรนา   ยืดยื่นแบบภาษีถึง มิ.ย. ลดหย่อนภาษี 2 เท่าค่าจัดสัมมนา หั่นภาษีน้ำมันเครื่องบิน 20 สตางค์ต่อลิตร 3 แบงก์รัฐปล่อยกู้ดอกเบี้ยถูก "เอ็กซิมแบงก์" พักชำระหนี้ช่วยส่งออก หุ้นดีดรับ 23 จุด

    ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.ได้พิจารณาช่วยเหลือภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา ซึ่งรัฐบาลได้เตรียมการไว้แล้วเพื่อลดผลกระทบด้านการท่องเที่ยว วันนี้ต้องใช้เวลาช่วงที่มีนักท่องเที่ยวน้อยมาพัฒนาโรงแรม สถานประกอบการต่างๆ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เรื่องของเศรษฐกิจตนได้ให้แนวทางว่าจะทำอย่างไรให้งบประมาณที่มีอยู่ในปัจจุบันในแผนงานต่างๆ ให้ตรงตามกลุ่มเป้าหมายของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจฐานราก ผู้ประกอบการรายเล็ก และผู้ประกอบการในชุมชนให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน การตลาดให้ได้ โดยความร่วมมือจากภาคเอกชนและประชาชน ร่วมกับผู้นำชุมชนในพื้นที่ ผู้นำทางธรรมชาติที่มีการประกอบการต้องทำให้ถูกต้อง
    ด้านนายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบมาตรการการเงินการคลังเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยวปี 2563 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ประกอบด้วย มาตรการด้านภาษี ได้แก่ การขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90 และ ภ.ง.ด. 91 ซึ่งจะต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีภายในเดือน มี.ค.2563 ให้ขยายกำหนดเวลาออกไปเป็นภายในเดือน มิ.ย.2563
    นอกจากนี้ ยังมีมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักรายจ่าย 2 เท่าของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง ที่ได้จ่ายไปเป็นค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง ที่เกี่ยวข้องกับการอบรมสัมมนาภายในประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2563-31 ธ.ค.2563 และให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงแรมตามกฎหมาย หักรายจ่ายสำหรับเงินได้เท่ากับรายจ่ายที่ได้จ่ายเพื่อการต่อเติม เปลี่ยนแปลงสถานประกอบการ ได้ 1.5 เท่า ของรายจ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริงตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2563-31 ธ.ค.2563
    นายลวรณกล่าวว่า ครม.ยังเห็นชอบมาตรการลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินไอพ่น (น้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินฯ) ปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินฯ ที่นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเที่ยวบินในประเทศ จากเดิม 4.726 บาทต่อลิตร เหลือ 0.20 บาทต่อลิตร ถึงวันที่ 30 ก.ย.2563
    ทั้งนี้ ยังมีมาตรการด้านการเงิน ผ่านสถาบันการเงินของรัฐมีการดำเนินมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเงื่อนไขผ่อนปรน และการขยายเวลาชำระหนี้และค่าธรรมเนียม และมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเงื่อนไขผ่อนปรน ของธนาคารออมสิน, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) วงเงินรวม 1.23 แสนล้านบาท ดอกเบี้ยเริ่มต้น 3% ต่อปี
    “มาตรการลดภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน คาดว่าจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยเงื่อนไขไม่ได้กำหนดให้สายการบินต้องลดราคาค่าโดยสาร แต่เชื่อว่าปัจจุบันการแข่งขันสูงในธุรกิจสายการบิน ทำให้ไม่สามารถขึ้นราคาค่าโดยสารได้ มีแต่จะลดค่าโดยสารแข่งกันมากกว่า โดยเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่เคยพิจารณาอยู่เดิม จึงสามารถหยิบมาทำได้ก่อน แต่ถ้ากลุ่มผู้ประกอบการขนส่งอื่น เช่น รถทัวร์ ต้องการให้ช่วย กระทรวงการคลังก็พร้อมพิจารณาเรื่องภาษีในการเดินทางด้านอื่นๆ ได้” นายลวรณระบุ
    อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังยังมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย แม้ว่าการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา แต่จากมาตรการรัฐที่ออกมารับมือ มองว่าปัญหานี้จะไม่ยืดเยื้อ 
    นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ โฆษกรมสรรพากร กล่าวว่า มาตรการหักค่าลดหย่อนอบรมสัมมนา 2 เท่า ทำให้สูญเสียรายได้ 87 ล้านบาท คาดว่าจะมีผู้ใช้สิทธิ 1,000 ราย มีรายจ่าย 435 ล้านบาท ส่วนมาตรการหักค่าลดหย่อนปรับปรุงสถานประกอบการ 2 เท่า คาดว่ารัฐจะสูญเสียรายได้ปีละ 120 ล้านบาทต่อ รวม 20 ปี คิดเป็น 2,400 ล้านบาท และคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนเพิ่ม 24,000 ล้านบาท ยอดการลงทุนเพิ่มขึ้น 1,000 ราย
    ขณะที่มาตรการเลื่อนเวลายื่นแบบเสียภาษีเงินได้เป็น 30 มิ.ย.2563 เมื่อเทียบกับปีภาษี 2561 ที่ยื่นแบบเสียภาษีในปี 2562 รวม 11.7 ล้านราย มีการขอคืนภาษี 3.7 ล้านราย เหลือ 7 ล้านรายที่มีการเสียภาษีเพิ่มและไม่มีภาระภาษี ในส่วนนี้มีการเรียกเก็บภาษีเพิ่มอีกประมาณ 2 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะมีเม็ดเงินส่วนนี้ใช้จ่ายในระบบเพิ่มเติมในช่วงยืดเวลาชำระภาษีออกไปอีก 3 เดือน ส่วนผู้ที่ยื่นแบบภาษีทางอินเทอร์เน็ต ให้ยื่นภายใน 30 มิ.ย. ไม่มีการขยายเวลาให้อีก ส่วนผู้ที่ไม่มีภาระภาษีเพิ่มเติมและต้องการภาษีคืน สามารถยื่นได้ทันที และจะได้เงินภาษีคืนภายใน 3 วัน
    นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือเอ็กซิมแบงก์ กล่าวว่า ได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้า ทั้งด้านสินเชื่อและด้านรับประกันการส่งออก เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และอาจเกิดขึ้นในระยะ 6 เดือนข้างหน้า โดยมาตรการสนับสนุนด้านสินเชื่อ สำหรับลูกค้าสินเชื่อทั้งระยะยาวและระยะสั้น สามารถขอพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยได้สูงสุด 6 เดือน รวมทั้งขยายระยะเวลาให้ต่ออายุตั๋วสัญญาใช้เงินเกินเทอม ที่ธนาคารอนุมัติ รวมกับอายุตั๋วเดิมแล้วไม่เกิน 360 วัน กรณีลูกค้าที่มีการค้ำประกันสินเชื่อโดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)  PGS ระยะที่ 5-7 สามารถขอขยายระยะเวลาผ่อนชำระเงินกู้ออกไปได้อีกสูงสุด 5 ปี โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. ในส่วนที่ขยายออกไป 5 ปี นับจากวันที่หมดระยะเวลาการค้ำประกันที่มีกับโครงการเดิม ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถขอรับบริการได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 ธ.ค.2563
        ขณะที่มาตรการสนับสนุนด้านรับประกันการส่งออก สำหรับลูกค้าประกันการส่งออกของ ธสน. ที่มีการส่งออกไปแล้ว หรือได้รับคำสั่งซื้อแล้วและกำลังเตรียมการส่งออก ประกอบด้วย 1.การขยายระยะเวลาการชำระเงินที่ ธสน. ให้ความคุ้มครองสูงสุดรวมกันไม่เกิน 270 วัน (กรณีไม่เกิน 180 วัน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) 2.การเพิ่มความคุ้มครองให้กับสินค้าที่เน่าเสียง่ายจากการที่ผู้ซื้อในจีนไม่รับมอบสินค้าเป็นกรณีพิเศษ ในอัตรา 50% ของมูลค่าใบกำกับสินค้า และ 3.การลดระยะเวลาการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน โดยจะชดเชยให้ทันที โดยไม่ต้องขายหรือทำลายสินค้าก่อน ลูกค้าและผู้ส่งออกที่สนใจขอรับบริการได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 ก.ค.2563
         อย่างไรก็ดี จีนเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับ 2 ของไทยในปี 2562 คิดเป็นสัดส่วน 12% ของมูลค่าส่งออกรวม โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปจีนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็นแช่แข็ง และแห้ง ผลิตภัณฑ์ยาง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ข้าว ชิ้นส่วนรถยนต์ รวมถึงวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้า เช่น เม็ดพลาสติก และยางพารา
      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 23 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1,519.59 จุด หรือเพิ่มขึ้น 1.56% มูลค่าการซื้อขาย 41,498.68 ล้านบาท หลังจากที่ประชุม ครม.ออกมาตรการการเงินการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายด้าน
         นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ จำกัด ประเมินว่า ดัชนีหุ้นไทยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงในช่วงบ่าย น่าจะเกิดจากแรงหนุนของที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบมาตรการการเงินการคลัง เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยว ส่งผลดีต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นให้กลับมาฟื้นตัวแรง.
 


เนี่ย.......... ด้วยตำแหน่ง "โฆษกรัฐบาล"! ถ้าจะตำหนิ "นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์" ก็ต้องตำหนิกันในเรื่องนี้แหละ คือเรื่องการใช้มาตรการควบคุมโควิดกับบุคคลต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศช่วงนี้

'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'