ลุ้นชี้ขาดปมสส.เสียบบัตร พท.ดักคออย่า2มาตรฐาน


เพิ่มเพื่อน    


 วันศุกร์นี้รู้ผล ศาล รธน.อ่านคำวินิจฉัยปม ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน "วิษณุ" เผยตื่นเต้น แต่เตรียมแนวทางปฏิบัติไว้บ้างแล้ว ฝ่ายค้านดักคออย่าสองมาตรฐานอุ้มกันจนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 63 ไม่โมฆะ ยันพร้อมจับมือรัฐบาลให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ สามวาระรวด ตั้ง กมธ.เต็มสภา จบวันเดียว   

    ในวันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ เวลา 13.30 น. ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำแถลงผลการวินิจฉัยคำร้องคดีสำคัญคือ คำร้องที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมกันลงชื่อยื่นเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เป็นการยื่นตามช่องทางรัฐธรรมนูญมาตรา 148 (1) เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ที่ผ่านความเห็นชอบทั้งจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแล้ว แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังไม่สามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้ เพราะเกิดปัญหาข้อร้องเรียนเรื่อง ส.ส.รัฐบาลเสียบบัตรแทนกันระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ของสภาในวาระ 2 และวาระ 3 จนต่อมา ส.ส.รัฐบาลและฝ่ายค้านเข้าชื่อกันส่งคำร้องเพื่อให้ศาลวินิจฉัยว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ตราขึ้นไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญหรือไม่          
     นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตรียมการรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า รัฐบาลได้เตรียมการและนัดแนะกับสำนักงบประมาณไว้ก่อนแล้ว มีหลายทางเลือก ซึ่งในวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการเสนอต่อที่ประชุม ครม. โดยการเตรียมการหากเรื่องดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยสภาในช่วงปิดสมัยประชุม ก็จำเป็นต้องเปิดสมัยประชุมวิสามัญ หากไม่ถึงขั้นนั้น ก็ว่าตามคำวินิจฉัยศาล แต่ยังไม่ทราบว่าศาลจะว่าอย่างไร 
    "ผมตื่นเต้นที่รู้ว่าศาลนัดวินิจฉัยในวันที่ 7 ก.พ.นี้ ถือว่าเร็วเกินกว่าที่คาด ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร รัฐบาลก็จะดำเนินการไม่ให้เกิดความล่าช้าเสียหาย และไม่ว่าศาลจะวินิจฉัยอย่างไร เราเตรียมแนวทางปฏิบัติตามไว้ทุกทาง" นายวิษณุกล่าว
    เมื่อถามว่า หากจำเป็นต้องเปิดประชุมวิสามัญจะพิจารณา 3 วาระรวดเลยหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปคิดถึงขั้นนั้น เมื่อศาลกรุณาพิจารณาให้โดยเร็วแล้ว ทุกฝ่ายก็ไม่ควรล่าช้าอีกในการปฏิบัติตาม เพราะศาลวินิจฉัยเร็วแล้ว ถ้าเราช้าอีกมันจะไม่งาม ข้อสำคัญขอให้เข้าใจว่าศาลให้ปฏิบัติอย่างไร เพราะศาลคงไม่กำหนดเป็นขั้นตอนให้ปฏิบัติตาม เราต้องอ่านคำวินิจฉัยเพื่อถอดรหัสให้ได้ว่าปฏิบัติอย่างไร เมื่อเราเตรียมการไว้ทุกทางก็น่าจะปฏิบัติได้ 
    "ศาลวินิจฉัยวันที่ 7 ก.พ. ส่วนวันที่ 8-10 ก.พ. เป็นวันหยุดราชการ ก็มีเวลาที่ทุกฝ่ายจะได้เตรียมการไปสู่วันที่ 11 ก.พ. ที่มีการประชุม ครม. จะทำอย่างไรก็ทำกัน เช่น ศาลบอกว่าใช้ไม่ได้หมดทั้งฉบับ วันประชุม ครม.ก็เสนอใหม่ ถ้าศาลวินิจฉัยว่าใช้ได้เรียบร้อยทุกอย่างก็จบ แต่ก็ไม่คิดว่าศาลจะวินิจฉัยเช่นนั้น หรือศาลบอกให้แก้ไขด้วยวิธีการอย่างไรก็ปฏิบัติตามนั้น" นายวิษณุ กล่าว
        นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เรื่องนี้มีมาตรฐานการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในอดีตอยู่ อยู่ที่ว่าศาล รธน.จะยึดมาตรฐานเดิมหรือไม่ในการวินิจฉัยรอบนี้ หรือจะสร้างมาตรฐานใหม่ แต่หากเป็นมาตรฐานเดิมก็โมฆะทั้งฉบับ แต่หากจะสร้างมาตรฐานใหม่ ก็อาจออกมาว่ามีปัญหาบางมาตราหรือไม่ก็ตัดสินว่าไม่โมฆะเลย ก็อาจใช้วิธีการเช่นหักคะแนนที่มีปัญหาออกไป ก็อยู่ที่การวินิจฉัยของศาล ไปได้ทั้งนั้นสำหรับประเทศไทย 
    "หากสุดท้ายถ้าจะมีการออกเป็นพระราชกำหนด มองว่าอาจจะไม่เข้าข่าย เพราะในรัฐธรรมนูญสำหรับ พ.ร.บ.งบประมาณฯ มีทางออกให้อยู่แล้วว่าหากเกิดปัญหาเร่งด่วนก็ให้ใช้งบประมาณไปพลางก่อนได้ แต่การออก พ.ร.ก.จะออกได้ต้องเป็นเรื่องเร่งด่วน และหากไม่ออก จะเกิดความเสียหายจริงๆ โดยไม่มีทางออกอื่น  ในอดีตก็ไม่เคยมีการทำมาก่อนสำหรับการออก พ.ร.ก.งบประมาณฯ"
    เมื่อถามว่า หากสุดท้ายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ ศาลตัดสินให้เป็นโมฆะ แล้วรัฐบาลจะใช้วิธีนำกลับเข้าสภาให้พิจารณา 3 วาระรวด ฝ่ายค้านพร้อมให้ความร่วมมือหรือไม่ ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า ฝ่ายค้านพร้อมให้ความร่วมมือในเรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เพราะเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากการลงมติในวาระ 2 เรียงรายมาตราและตอนโหวตรับทั้งฉบับตอนวาระ 3 หากสุดท้ายมีการวินิจฉัยให้โมฆะทั้งฉบับ เมื่อมีปัญหาการเสียบบัตรแทนกัน ในวาระ 2 และวาระ 3 ก็อาจใช้วิธีมาพิจารณาวาระ 2 และวาระ 3 ใหม่ อาจเป็นไปได้ที่ให้มาพิจารณา 3 วาระรวด โดยพิจารณากันแค่วาระ 2 และ 3 เพราะถือว่าเป็นร่าง พ.ร.บ.ที่สภาเคยพิจารณาให้ความเห็นชอบกันมาแล้ว ก็ใช้ กมธ.เต็มสภาได้ 
    "เศรษฐกิจมันไม่มีเงินมากระตุ้น ก็ต้องมาจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีแห่งเดียว แต่ที่น่าเสียดายก็คือความผิดพลาดครั้งนี้เกิดจากฝ่ายรัฐบาลไปทำตัวเอง ทั้งที่ฝ่ายค้านช่วยตลอด ส่วนเรื่องความรับผิดชอบก็คือตัวนายกฯ และพรรคการเมืองฝ่ายนายกฯ ไม่ใช่มาให้สภารับผิดชอบ เพราะพรรคอื่นเขาไม่ได้ทำ ส่วนจะถึงทางตันหรือไม่ ก็อยู่ที่สำนึกของรัฐบาล เคยตันอยู่หลายรอบ แต่สุดท้ายก็ไปแบบน้ำขุ่นๆ เที่ยวนี้ก็มองว่าเขาก็จะไปแบบน้ำขุ่นๆ อีกได้" นายสุทินกล่าว. 


เห็นคนไทยกระฟัดกระเฟียดเอากับรัฐบาลเรื่องวัคซีน นึกถึงตอนเป็นนักเรียน

"วัคซีน" ที่เป็นวรรค-เป็นเวร
เมื่อ"ขาใหญ่"เขาจะใส่กัน
สเตร็คฟัสส์ "แยกอีสาน"
จาก Tony ถึง มิสเตอร์ H
'ไอ้กันวางไข่' มหา'ลัย
กลเกม 'ในศาล-ในถนน'