11ก.พ.สรุปเวลาจ้อ'งบ' คลังหวัง1วันจบทุกวาระ


เพิ่มเพื่อน    

    ป.ป.ช.เดินหน้าสอบปม ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน    ประธานวิปรัฐบาลขอให้อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบฯ 2 วันหรือวันเดียวได้ก็ดี คาดภายใน ก.พ.ทุกอย่างจะเรียบร้อย ด้านวิปฝ่ายค้านจ่อกำหนดท่าที 11 ก.พ.นี้ ก่อนสรุปอภิปรายกี่วัน อ้างหลายคนเห็นว่างบฯ 63 ไม่ชอบด้วย รธน. "คลัง" โล่งงบฯ 63 ฉลุยหวังโหวตวาระ 2-3 วันเดียวผ่าน ก่อนเข็นงบออกใช้ได้เร็วๆ นี้ 
    เมื่อวันอาทิตย์ นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนพฤติกรรมการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันของ ส.ส. ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง กำลังให้เจ้าหน้าที่พิจารณาอยู่ ปกติแล้ว ป.ป.ช.เก็บข้อมูลกรณีต่างๆ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไว้อยู่แล้ว ถ้าพบประเด็นใดที่เกี่ยวข้อง ก็มีอำนาจหยิบยกมาพิจารณาเองได้หากเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัย สำหรับกรณีการหยิบยกการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส.รายอื่นที่อยู่นอกเหนือจากที่นายศรีสุวรรณยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ขอให้เจ้าหน้าที่สรุปประมวลผลข้อมูลหลักฐานต่างๆ ก่อน ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะหยิบเรื่องมาพิจารณาเองหรือไม่
     นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา คาดว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 จะเข้าสู่การประชุมวุฒิสภาในวันที่ 17 ก.พ. ตามขั้นตอนของการพิจารณาในชั้นวุฒิสภา ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่ส.ว.จะมีการอภิปรายเพียงเล็กน้อยและดำเนินการลงมติ เนื่องจากที่ผ่านมาวุฒิสภาได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่แล้ว ประกอบกับเรื่องนี้เป็นเร่งด่วน ส.ว.จึงอาจเล็งเห็นตรงกันว่าควรดำเนินการให้รวดเร็วที่สุดโดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลาพิจารณานานถึง 20 วันตามกรอบของรัฐธรรมนูญ 
    นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 63 ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวันที่ 13-14 ก.พ.นี้ และถ้าไม่เสร็จก็ต่อวันที่ 15 ก.พ.นั้น หากพิจารณาเสร็จก็จะสามารถเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาได้ในวันที่ 17 ก.พ. จากนั้น 4-5 วัน คงถึงมือรัฐบาล คาดว่าภายในสิ้นเดือน ก.พ. ทุกอย่างจะเรียบร้อย ทั้งนี้ หากเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเพื่อไม่เป็นการสุ่มเสี่ยงก็อภิปรายใหม่ แต่ก็ขอให้ ส.ส.ฝ่ายค้านว่าอะไรที่อภิปรายไปแล้วก็ไม่ต้องอภิปราย แต่ประเด็นไหนที่ติดใจ เราก็เปิดโอกาสให้อภิปราย
    “หากเปิดอภิปรายทั้งวาระ 2-3 คงต้องใช้เวลาถึง 4 วัน ดังนั้นขอว่าสัก 2 วันก็น่าจะเพียงพอ หรือวันเดียวได้ก็ดี ได้ประสานความร่วมมือกับฝ่ายค้านอยู่ตลอด แต่ยังไม่ขอลงรายละเอียดเพราะยังมีเวลา” นายวิรัชกล่าว
    นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่ต้องย้อนกลับไปพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 ตั้งแต่วาระแรก เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยชัดเจนแล้วว่าร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 ไม่เป็นโมฆะ แต่ให้สภานำร่างกฎหมายมาพิจารณาลงมติใหม่ในวาระ 2 และวาระ 3 ดังนั้น สภาควรปฏิบัติตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ทุกคนก็ทราบดีว่าร่าง พ.ร.บ.งบฯประจำปีนี้ล่าช้ามากแล้ว ไม่ควรไปทำอะไรให้ล่าช้าออกไปอีกโดยไม่จำเป็น ยิ่งขณะนี้สถานการณ์เศรษฐกิจมีภาวะแทรกซ้อนจากหลายปัจจัย การทำให้เงินงบประมาณมาใช้จ่ายหมุนเวียนมากเท่าไหร่ก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้นเท่านั้น การที่สภานัดประชุมวันที่ 13 ก.พ.นี้ ด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว เป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง น่าจะเกิดประโยชน์กับประชาชน
    นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่แบ่งฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ผลักดันร่าง พ.ร.บ.งบระมาณฯ 63 ให้ผ่านความเห็นชอบของสภา ภายในวันที่ 13 ก.พ. ด้วยการลงมติวาระ 2 และ 3 และจากนั้นวันที่ 14 ก.พ. ก็จะสามารถส่งไปยังวุฒิสภาให้พิจารณาต่อได้ตามคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ ไล่ตั้งแต่มาตรา 1 แต่ไม่ต้องอภิปรายอีกแล้ว เนื่องจากมีการอภิปรายร่างพ.ร.บ.นี้อย่างเต็มที่มาแล้วตั้งแต่วันที่ 8-11 ม.ค.ที่ผ่านมา จึงถือว่าทุกฝ่ายได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มกำลังแล้ว ต่อจากนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำเพื่อประเทศชาติ คือเร่งให้กฎหมายงบประมาณออกมามีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด การเบิกจ่ายของภาครัฐจะได้ไม่สะดุดจนกระทั่งไปฉุดเศรษฐกิจดิ่งเหว
    "ปัญหาที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนที่ ส.ส.ทุกคนต้องตระหนักถึงภาระหน้าที่ความรับผิดชอบและจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่ง ตัวแทนปวงชนชาวไทย ต้องรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง อย่าทำผิดซ้ำจนสร้างปัญหาต่อกระบวนการตรากฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร" นพ.ระวีกล่าว 
    นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพรรค พปชร. ขอความร่วมมือฝ่ายค้านให้ช่วยเร่งผ่านการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 ในวันที่ 13 ก.พ.โดยเร็วว่า ฝ่ายค้านยังกำหนดไม่ได้ว่าจะใช้เวลาอภิปรายนานแค่ไหน แม้จะเข้าใจดีถึงความเร่งด่วนในการผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว แต่ต้องดูเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างกฎหมายนี้ประกอบด้วย เพราะหลายคนเห็นว่างบฯ 63 ไม่น่าจะชอบด้วยรัฐธรรมนูญ อีกทั้งในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ชี้ขาดเรื่องกรอบเวลาว่าร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 พิจารณาเสร็จภายใน 105 วัน ตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ทั้งที่มีการยื่นประเด็นดังกล่าวไปให้ตีความ บอกเพียงให้ไปโหวตลงมติวาระ 2-3 ใหม่เท่านั้น ฝ่ายค้านจึงต้องมากำหนดท่าทีแนวทางอภิปรายกันก่อน ในการประชุมวิปฝ่ายค้านวันที่ 11 ก.พ. จึงจะสรุปได้ว่าจะตัดทอนเนื้อหาการอภิปรายลดลงจากเดิมหรือไม่ จะใช้เวลาอภิปรายรอบใหม่กี่วัน
     นพ.ชลน่านกล่าวว่า ส่วนการดำเนินการเอาผิด ส.ส.ที่เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันนั้น ในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญระบุชัดเจนว่า พฤติกรรมดังกล่าวมีความผิด ซึ่งระหว่างรวบรวมข้อมูลหลักฐานการกระทำความผิด โดยนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญใช้กล่าวอ้าง เพื่อนำไปยื่นต่อ ป.ป.ช.เอาผิด ส.ส.ที่มีพฤติการณ์เสียบบัตรลงคะแนนทุกคนที่ปรากฏเป็นข่าวในข้อหาทุจริตต่อหน้าที่ คาดว่าจะยื่นต่อ ป.ป.ช.ได้เร็วๆ นี้
     นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า มีหลายคนบอกว่าดีใจที่ร่างกฎหมายดังกล่าวไม่เป็นโมฆะ แต่ตนอยากถามว่ามันต่างกับโมฆะอย่างไร เพราะขาดวาระ 1 วาระเดียวก็ใช้ไม่ได้ เป็นโมฆะเหมือนกัน เพียงแต่พยายามอธิบายว่าดีใจที่ร่าง พ.ร.บ.งบฯ 2563 ไม่เป็นโมฆะ ซึ่งความจริงก็มีค่าเท่ากัน ไม่ว่าจะให้ไปโหวตใหม่ในวาระ 2 หรือ 3 ก็ใช้ไม่ได้ วุฒิสภาก็ต้องนำไปโหวตใหม่เช่นเดียวกันหลังจากสภาโหวตในวาระ 2-3 แต่ในทางคดีอาญาเรื่องนี้ยังไม่จบ เพราะยังมีกรณีอดีต ส.ส.สกลนครไปกดบัตรแทน ป.ป.ช.ยื่นให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดังนั้นเส้นทางจาก ป.ป.ช.คนก็จับตาดูเช่นเดียวกันว่าเรื่องนี้จะมีความรวดเร็ว หรือจะปล่อยให้ล่าช้า จนกระทั่ง ส.ส.ชุดนี้พ้นวาระไปตามปกติ
    ด้านนายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีงบประมาณ 2563 ไม่เป็นโมฆะ และให้สภาโหวตใหม่ในวาระ 2-3 ถือเป็นเรื่องที่ดี ทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ โดยคาดว่าหากสภาให้ความร่วมมือ การโหวตจะใช้เวลาไม่นาน เพียงวันเดียวก็จะสามารถโหวตผ่านได้ งบประมาณปี 2563 จะสามารถเริ่มใช้ได้ภายในเร็วๆ นี้ จากเดิมที่กังวลว่ากฎหมายจะมีปัญหาไม่ผ่าน และสำนักงบประมาณต้องไปทำกฎหมายใหม่ ซึ่งจะเสียเวลามาก
    “ทุกคนต้องคิดถึงประเทศเป็นตัวตั้ง งบประมาณเป็นเรื่องสำคัญ การที่งบประมาณทั้งปีจะล้มไป เพียงเพราะคน 2-3 คน ถือเป็นเรื่องที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างมาก เรื่องทางการเมืองมีปัญหาได้ แต่ไม่ควรใช้งบประมาณของประเทศเป็นเครื่องมือ เพราะจะทำให้เกิดความเสียหาย” นายลวรณกล่าว
    นายลวรณกล่าวอีกว่า หลังจากงบประมาณ 2563 ผ่าน การเบิกจ่ายงบลงทุนใหม่ได้ โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลได้สั่งให้ส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ ที่มีโครงการลงทุนใหม่ๆ ให้เดินหน้าทำการจัดซื้อจัดจ้างและก่อหนี้ผูกพันไว้แล้ว ทำให้คาดว่าเมื่องบประมาณมีผลบังคับใช้ ก็จะสามารถเซ็นสัญญาและเบิกจ่าย มีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และจะช่วยให้เศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีหลายฝ่ายกังวลว่างบประมาณจะล่าช้าไปมาก.


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"