ได้อะไร 'ในเสีย' ที่โคราช?


เพิ่มเพื่อน    

    เหตุเกิดที่โคราช...........
    นั่น "เสียดรู้สึก" และ "สูญเสียร่วมกัน" ทั้งประเทศ เกินพออยู่แล้ว
    ฉะนั้น ผมว่า 
    เราน่าจะมองเรื่องนี้ในมุม "พฤติกรรมสังคมใหม่" เป็นบทศึกษาเชิงประสบการณ์ เพื่อใช้รับมือ "สังคมเปลี่ยนผ่าน" ไปสู่ทางอนาคต
    แบบนี้ จะมีประโยชน์กว่าการ "วิพากษ์-วิจารณ์"
    ในเชิงจ้องจับผิด-จับถูกกัน ตามกระแสสังคมปัจจุบัน ที่หนักไปทาง "หักล้าง-ทำลาย" สถานเดียว
    กรณี "จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา" ฆ่าช็อกโลก ๓๐ ศพ บาดเจ็บอีก ๕๘
    ถ้าเรามองเฉพาะตรงนี้ จะไม่ได้อะไรเลย 
    ผมอยากให้มองย้อนไปถึงกรณีผู้พิพากษา "ไลฟ์สด" ยิงตัวเองบนบัลลังก์ศาล
    และมองไปถึงกรณี "ผู้อำนวยการโรงเรียน" ฆ่าไม่เลือก บุกชิงทองในห้างที่ลพบุรีด้วย
    ทั้ง ๓ กรณีนี้ เห็นชัดเจน 
    ข้อแรก ทั้งสามเหตุการณ์ เป็น "อาชญากรรมรูปแบบใหม่" เกิดเป็นครั้งแรกในประเทศ
    ข้อสอง ผู้ก่ออาชญากรรม เป็นบุคคลเรียกว่าระดับมีวุฒิภาวะ วุฒิศึกษา อยู่ในชั้นสังคม "กลาง-บน"
    ข้อสาม ทางออก-ทางชีวิตของผู้ก่ออาชญากรรม ยึดสื่อสารไอที "เฟซบุ๊ก" เป็นที่พึ่งประเสริฐ
    นี่บอกถึงอะไร?
    บอกถึงว่า สังคมปัจจุบัน ไม่จำกัดคนรุ่นใหม่-รุ่นเก่า กำลังตกอยู่ใต้อิทธิพล "ศาสนาใหม่" มี "ไอที" เป็นศาสดา
    เฟซบุ๊ก, ไลน์, โซเชียล มีเดีย, ทวิตเตอร์........
    เหล่านี้ คือ "มรรค" ตามคำสั่ง "ไอที" ไปสู่เป้าหมาย ช่วงเปลี่ยนผ่านศตวรรษที่ ๒๐ สู่ ๒๑ 
    ไล่เลียงดูซี.....
    ผู้พิพากษาไลฟ์สดยิงตัวเองก็ดี ผอ.โรงเรียนฆาตกรชิงทองก็ดี จนถึงจ่าสิบเอกจักรพันธ์ ๓๐ ศพ  
    ร่องรอยเป็นทางไขไปถึงว่า อะไรที่จิตวิญญาณพวกเขาตกอยู่ใต้การควบคุมของกลไกนั้น แบบยึดเป็นสรณะ 
    คำตอบ คือ สื่อสารไอที "เฟซบุ๊ก"!
    ถ้าไม่มีแรงจูงใจ จากซาตานในร่างไอที การปลดปล่อยของผู้พิพากษา มีเหตุผลตรงไหน จะยิง...ยังต้องตั้งกล้องไลฟ์สดให้คนดู?    
    อย่าง ผอ.โรงเรียน ไม่เพราะไอทีที่ต้องโพสต์อวดความหรู ความรวย ความหล่อตัวเอง ให้เห็นเป็นความเด่นเหนือคนอื่น ดอกหรือ?
    จึงเป็นทั้งตัวผลักตัวดัน ให้ต้องปล้นชิงทอง ปล้นชิงธรรมดา ก็ไม่เด่น ไม่ดัง ในสังคมชมรมโซเชียล 
    เรียบๆ โลกไม่จำ
    จึงต้องแต่งให้แปลก ฆ่าให้แปลก และก็ด้วยร่องรอยจากที่โพสต์นั้นแหละ เป็นเบาะแสให้แกะรอยตามจับ
    จ่าสิบเอกจักรพันธ์ นี่ก็เห็นชัดเจน......
    ทั้งก่อนฆ่าหลังฆ่า ชีวิตและลมหายใจเขาอยู่กับศาสดาแห่งยุคคือไอทีทุกวินาที ชนิด กราดยิงไปก็โพสต์ข้อความไป
    คือที่พึ่งสุดท้ายของเขา ศาสดาไอที อย่างที่เห็น
    จากตัวอย่างเหล่านี้ บอกถึงว่า ไม่จำกัดเฉพาะอาชญากรด้วยฆาตกรรมเท่านั้น
    การประกอบอาชญากรรมรูปแบบอื่นๆ เช่น อาชญากรรมทางการเมือง การปกครอง 
    ด้วยอิทธิพลไอที..........
    สามารถจูงใจให้ "เห็นผิดเป็นชอบไปตามรูปแบบที่อยากมี-อยากเป็นได้ทั้งนั้น"
    ไม่เว้นกระทั่ง เหิมเกริมถึงขั้นหักล้างระบบ-ระบอบสังคมชาติ 
    เพราะศาสนาไอที "ไม่มีพรมแดน" ทางคิด-ทางทำ เขาว่างั้น
    ว่าด้วยโรค ขนาดโรคระบาด ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ บ้านเรา ไม่มีตายซักคน
    แต่ด้วยอิทธิพลไอที ไม่ถึงวัน อิทธิพลมันระบาด ครอบงำทัศนคติ และจูงใจคน ให้ฆ่าทีเดียวถึง ๓๐ คน
    นี่.........
    เราควรฉุกคิด และตั้งสติพิจารณากันว่า ไอที มันเป็นทั้งเทพ เป็นทั้งซาตาน ไม่ถึงปี ครอบงำทัศนคติ ความคิดคน ให้ก่อ "อาชญากรรมต้นแบบ" ถึง ๓ แบบ
    "เซลฟี-ไลฟ์สด" ฆ่าตัว พฤติกรรมสังคมใหม่ เลียนแบบกันจนเป็นธรรมดาไปแล้ว
    แต่งแฟชั่น ปล้นชิงทอง ฆ่าแหลกแหวกโลก เป็นโมเดล "ทำแล้วดัง" สังคมโซเชียล ต้องระวังพวกที่จะ "ให้ดังกว่า" ซึ่งมันตามมาแน่
    และเยี่ยงอย่าง จ.ส.อ.จักรพันธ์ ต้องตระหนักไว้เลย
    สาวกศาสดาไอที ในหมู่รุ่นใหม่ ที่ทั้งไม่มีศาสนาและทั้งทิ้งศาสนาเดิม มาเข้าศาสนาใหม่ไอที
    จะมีจักรพันธ์ ๒ จักรพันธ์ ๓ ตามมา "ตามเทรนด์" ยุคไอที ที่รัฐบาลและทุกยูนิตสังคมต้องตระหนัก
    และถอดบทเรียนวันนี้ เป็นคู่มือบอกกล่าวให้คนในสังคมได้รู้ ได้เข้าใจว่า โทรศัพท์มือถือ อันเป็นที่เคารพบูชา ที่ทุกคนต้องพกติดตัวนั้น
    ถ้าไม่ศึกษาประสบการณ์จากกรณีที่โคราช ซาตานในมือถือ จะกวักมือฆาตกรมาฆ่าเรา
    แต่ถ้าศึกษาจากบทเรียนนี้ให้รู้ไว้ เวลามีภัย เทพในมือถือจะมาอุ้มสมให้รอด!
    เสียงดังโทรศัพท์ แสง การโพสต์ การแชร์ การไลน์ การแจ้งตำแหน่ง การปิด การเปิด ตลอดถึง "วิธีการใช้" บางอย่าง
    ต่อไปนี้ จะรู้แค่ รับเข้า กับโทร.ออก ไม่ได้แล้ว!
    ต้องศึกษา ต้องรู้ไว้ ว่าสถานการณ์ไหน ควรทำอย่างไรกับมือถือ ไม่อย่างนั้น เป็นพาหะ "นำตาย" โดยไม่รู้ตัว
    ทุกวันนี้ วันหยุด-ไม่หยุด คิดอะไรไม่ออก "ไปห้าง"
    การถูกจับเป็น "ตัวประกัน" เป็นเรื่องที่ "ใกล้ตัว"
    สังคมไทยเป็นสังคมเลียนแบบ 
    และทั้งโจร-ทั้งเรา ต่างมี "ตัวช่วย" ตัวเดียวกัน คือ "มือถือ" สื่อกู-ไปถึงมึง ชนิดไม่รู้ตัว 
    อีกอย่าง ถ้าตกในสถานการณ์นั้น จะปฏิบัติตัวอย่างไรจึงรอด?
    บ้านเราไม่เคยสอน เพราะไม่คิดด้วยไม่เคยมีเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน!
    แต่ต่อจากนี้ ต้องคิด.......
    ต้องถอดเหตุการณ์เมื่อวาน สอน-ศึกษา เป็นบทเรียนยุค "สังคมเปลี่ยนผ่านสู่ศตวรรษใหม่" แล้ว
    เรารู้ถึงโทษ-ถึงคุณไอที แต่รู้แบบตาปริบๆ
    "ไอที" เป็นเทคโนโลยี "เปลี่ยนยุค-เปลี่ยนโลก" อย่างนั้นจริงๆ เราปฏิเสธหรือหนีมันยาก 
    เมื่อยาก แต่ต้องอยู่กับมัน จำเป็นครับ ๒ อย่างต้องมี
    "สติ" และ "เรียนรู้"!
    อีกอย่าง "ได้ในเสีย" ที่เราควรค้นหา แทนการ ก่น-บ่น-ว่า คนนั้น คนนี้ คือควรมองด้วยค้นหาให้เห็นว่า 
    กรณีโคราชนี้......
    เป็น "บททดสอบ" ครั้งสำคัญ ว่าบ้านเมืองเรา "สอบผ่าน-ไม่ผ่าน" ในด้านสมรรถภาพ?
    ผ่านแรก ระบบฝึกสอนยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีกำลังกองทัพของกองทัพ เห็นแต่ฝึกๆ ไม่เคยเห็นว่า ที่ฝึกๆ มานั้น เจ๋งจริงเปล่า?
    มองผ่านยุทธศาสตร์ที่ จ.ส.อ.จักรพันธ์ใช้
    ระดับ "จ่า" ยังขนาดนี้ ก็คิดเอาละกัน!
    ผ่านที่สอง มองผ่าน.........
    -หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค ๓  
    -หน่วย commando กองบังคับการตำรวจราชวัลลภ รักษาพระองค์ ๙๐๔ 
    -หน่วยหนุมาน กองบังคับการปราบปราม
    -หน่วยอรินทราช ๒๖ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 
    -หน่วยนเรศวร ๒๖๑ กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ
    -หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำลังสุรนารี 
    ที่เข้าช่วยคนติดในห้างลักษณะตัวประกันหลายร้อยคนสำเร็จ 
    ฝ่าฝนกระสุน ที่จ่าจักรพันธ์สาดใส่ สู่การปะทะและจ่าจักรพันธ์จบชีวิต
    โดยปฏิบัติการ ๑๗ ชั่วโมงนั้น เป็นระบบ ระเบียบ ไม่สับสน ลนลาน ยึดความปลอดภัยประชาชนเป็นตัวตั้ง
    ตั้งแต่ชั้นบังคับบัญชา ลงไปถึงชั้นปฏิบัติการ....
    ถือว่า "สอบผ่าน" ทั้งตำรวจ-ทหาร ถ้ามีสถานการณ์จริงกับบ้านเมือง ประชาชนอุ่นใจ
    และที่เราได้-เราเห็นอีกอย่าง............
    ใครว่าคนไทยแตกแยกไม่รักกัน หือ?
    โคราช วัน "จักรพันธ์บ้าดีเดือด" เราได้เห็น พี่น้องไทยในโคราช ไม่มีร้อง-ใครขอ แต่หาข้าว หาน้ำ มาเลี้ยงดู บ้างเปิดบ้านให้เหยียดกาย
    พอประกาศ "ขอเลือด"...........
    เท่านั้นแหละ จังหวัดไหนๆ ไม่มีใครพูดจา แต่มุ่งหน้ามายื่นแขนที่โรงพยาบาล จนต้องประกาศ
    พอแล้วจ้า...เลือดไทย "สีเดียวกัน" ฉาดฉานจริงๆ!
    ก็ขอย้ำ....
    เราเจ็บร่วมกันพอแล้ว ค้นหาแง่ "ดี" ประโลมใจกันดีกว่า อย่ามุ่งหาเรื่อง "ด่า" กันเลย.


ไม่อยากใช้คำว่า "เคยบอกไปแล้ว" ในการเขียนหนังสือ แต่วันนี้ "จำเป็น" ขออนุญาตซักครั้ง คือหลังจากเหตุ "ผีน้อย" เกิดเป็น "กรณีศึกษา" ขึ้นแล้ว

ประเทศไทย 'ยังไงๆ ต้องรอด'
เคอร์ฟิว "เซฟก่อนตายจริงๆ"
เมื่อ 5-12 เข้ามาแทน 7-11
"โรงหมอ-กระทรวง"ร่วมโรค
ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'