การศึกษาอนาคตและฉากทัศน์การเมืองไทยเพื่อประชาธิปไตยที่ยั่งยืน


เพิ่มเพื่อน    

 

โดย จิตติมา กุลประเสริฐรัตน์ (g.jittima02@gmail.com)

 

ผู้เขียนมีโอกาสได้รับเชิญในส่วนของภาคพลเมืองให้เข้าร่วมการประชุมระดมความคิดเห็นในโครงการศึกษา “อนาคตและฉากทัศน์การเมืองไทยเพื่อสร้างประชาธิปไตยที่ยั่งยืน” ซึ่งเป็นโครงการวิจัยของสำนักวิจัยและพัฒนาสถาบันพระปกเกล้า โดยมีดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาเป็นหัวหน้าโครงการวิจัยในครั้งนี้ การวิจัยในครั้งนี้ได้ทำการแบ่งเนื้องานออกเป็น 3 ด้านหลัก คือ ด้านรัฐสภา ด้านพรรคการเมือง และด้านการเมืองภาคประชาชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการศึกษารวบรวมข้อมูลการเปลี่ยนแปลง รวมถึงผลกระทบจากอดีต แล้วนำมาวิเคราะห์เพื่อมองเห็นการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตว่าจะดำเนินไปในทิศทางใด ตลอดจนจัดทำฉากทั้ศน์ความเสี่ยงต่างๆ พร้อมทั้งเสนอแนวทางในการรองรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นตามฉากทัศน์เหล่านั้น เป็นการใช้แนวคิดการมองอนาคตศึกษา (Foresight Studies)

 

เมื่อไปถึงห้องประชุมได้มองเห็นการทำ Mapping อยู่รอบห้องเข้าใจว่าน่าจะเป็นของภาครัฐและนักการเมืองที่ทำไปก่อนหน้านี้ ซึ่งน่าสนใจมาก เป็นการรวบรวมข้อมูลจากอดีตถึงปัจจุบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ หลายๆเหตุการณ์เราเกิดไม่ทันแต่เคยได้อ่านจากประวัติศาสตร์ หลายเหตุการณ์เกิดทันแต่ได้รับทราบข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เข้าร่วมทำวิจัย ทั้งข้อมูลเชิงลึกของผู้ที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ในหลายๆประเด็น ที่น่าสนใจคือการวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละเหตุการณ์ว่าเราได้บทเรียนอะไรจากเหตุการณ์นั้นๆ วิธีการทำ Mapping โดยการแยกสีและรูปทรง จะทำให้เห็นแนวความคิดของแต่ละกลุ่มซึ่งสะท้อนถึงทัศนคติและบรรทัดฐานที่ชัดเจนมาก ที่สำคัญคือหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนการฉายหนังซ้ำ อาจเป็นเพราะไม่เคยมีการวิเคราะห์ปัญหากันอย่างจริงจังว่าแต่ละสถานการณ์ที่สร้างปัญหาที่ผ่านมาส่งผลอย่างไรกับปัจจุบัน และถ้าเราคาดการณ์อนาคตที่จะเกิดขึ้นได้เราจะเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างไร ในการประชุมจึงระดมความเห็นในการคาดการณ์อนาคตที่จะเกิดขึ้นในหลากหลายสถานการณ์ เหมือนกับการเขียนบทภาพยนตร์ที่ตัวละครทุกตัวมีความสำคัญเท่าเทียมกันหมด และต่างคนต่างก็มีส่วนสำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอนาคตซึ่งยังไม่สามารถเดาตอนจบได้

 

จากการร่วมทำ Mapping ในครั้งนี้ ทำให้เข้าใจแนวคิดการมองอนาคตว่าเป็นการทำให้เราเห็นการเดินทางอันยาวนานของการเมืองไทยและประชาธิปไตยในบ้านเราจากอดีตถึงปัจจุบัน จะเป็นอย่างไรถ้าเราสามารถมองเห็นภาพอนาคต ผ่านบทเรียนของอดีต และย้อนมาเตรียมความพร้อมในปัจจุบัน ภาพในอนาคตที่เรามองเห็นอาจทำให้เราเปลี่ยนวิธีคิด ทัศนคติและบรรทัดฐานที่มีอยู่ เพราะบทเรียนในอดีตทำให้เราเรียนรู้ข้อผิดพลาดที่ส่งผลมาถึงปัจจุบัน ในขณะเดียวกันการมองอนาคตก็เป็นการมองเพื่อวางแผนในการกำหนดทางเลือกในปัจจุบัน เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับสถานการณ์ การเปลี่ยนแปลง และความเสี่ยงต่างๆที่จะเกิดขึ้น เป็นการค้นหาทั้งอุปสรรคและโอกาสที่จะเกิดขึ้นในอนาคตท่ามกลางสถานการณ์สารพัดรูปแบบที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนมีแผนสำหรับรองรับและป้องกันสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ และนำไปสู่การปรับตัวของรัฐ ประชาชน และภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง ท่านที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารงานของสำนักวิจัยและพัฒนาได้ที่  https://www.facebook.com/RDKPI/


ย่ำเท้าอยู่กับเรื่อง "ล่มชาติ-ล่มสถาบัน" มันช่างไร้สาระ "ถ่วงความเจริญบ้านเมืองเสียจริงๆ"

'กราบเดียว' จันทร์ส่องหล้า
กระจกสภา 'ชุมพล จุลใส'
อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'