โรค..ไม่มีกำแพง 


เพิ่มเพื่อน    

      มาถึงวันนี้ เชื่อว่าทุกคนบนโลกใบนี้ตระหนักรู้ถึงปัญหาเภทภัยของโรคภัยไข้เจ็บที่ไร้พรมแดน ปราศจากกำแพงหรือข้อจำกัดในการสกัดกั้นแล้ว เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ที่ต้องมีการสื่อสารไปมาหาสู่กันและกัน ไม่ใช่สัตว์ที่จะอยู่อย่างโดดเดี่ยวไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร

      สิ่งที่เกิดขึ้นจากการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนา ที่จุดเริ่มต้นที่เมืองอู่ฮั่น เป็นอุทาหรณ์สอนใจอะไรหลายอย่างกับสังคมโลกอย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแต่ว่าจะแตกต่างกันไปในความคิด และวิธีการพิจารณา ตลอดจนมุมมองในประสบการณ์ตรงและประสบการณ์ทางอ้อมเท่านั้น

      สำหรับมนุษย์ป้านั้น เรียนรู้ได้อย่างหนึ่งว่า ความกลัวของคนเรานั้นทำให้สติสัมปชัญญะของบางคนบกพร่องได้อย่างเหลือเชื่อ เมื่อภูมิคุ้มกันสติมีปัญหา ปัญญาก็ไม่เกิด ซ้ำร้ายยังอาจจะทำร้ายคนอื่นโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว 

        ฉะนั้น ควรจะท่องคาถา ..สติมาปัญญาเกิด ...ให้เป็นนิจสิน ก่อนที่จะกลายพันธุ์เป็นมนุษย์เห็นแก่ตัว ปราศจากความเมตตา

      อีกประเด็นหนึ่งจากปัญหาไวรัสโคโรนา ที่หวังและอยากให้ทุกคนเข้าถึงเข้าใจและ ซ.ต.พ. ก็คือ เมื่อโรคไม่มีกำแพง เพราะมนุษย์ต้องสื่อสาร ไปมาหาสู่กันและกัน การนำพาโรคภัยไข้เจ็บไปติดต่อกันและกัน บางทีก็เป็นเรื่องห้ามกันยากนั้น เราก็น่าจะมีคำตอบได้แล้วว่า ทำไมโรงพยาบาลหรือหมอต้องดูแลรักษาคนป่วยที่เป็น "ต่างด้าว" 

      เชื่อว่ายังคงมีคำถามคาใจอยู่เรื่อยว่า คนต่างด้าวมาแย่งสวัสดิการด้านสาธารณสุขของคนไทย โดยเฉพาะโรงพยาบาลตามชายชอบติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว เขมร และเมียนมา

      ทั้งๆ ที่คุณหมอจะพยายามอธิบายอย่างไรว่า เป็นหน้าที่ของหมอที่จะต้องรักษาผู้ป่วย คนมากมายในสังคมไทยก็ยังคงตั้งข้อติฉิน แสดงความไม่พอใจทุกครั้งทุกสถานที่และทุกพื้นที่ในโลกโซเชียลที่มีโอกาส

        จากไวรัสอู่ฮั่นนี้ หวังว่าคนไทยส่วนนี้ที่ยังโอดครวญด้วยความไม่พอใจ จะสามารถมีคำตอบได้ว่า หากหมอไทยไม่ดูแลรักษาคนต่างด้าว เชื้อโรคต่างๆ ก็จะหยุดไม่อยู่และส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพชีวิตของคนไทยด้วย..จริงไหม!!

      แรงงานต่างด้าวกลายเป็นสิ่งจำเป็นในบ้านเราเสียแล้วในวันนี้ แล้วเราจะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ หรือกีดกันคนต่างด้าวจากการรักษาพยาบาลได้ไหม นี่คือโลกแห่งความเป็นจริง และที่สำคัญมันคือ จิตสำนึกที่ควรจะระลึกไว้เสมอว่า เขาสบายดี เราก็สบายกาย ..นะจ๊ะ.

                                                        "ป้าเอง"


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"