ชงถอดบทเรียนกราดยิงป้องกันซํ้ารอย


เพิ่มเพื่อน    

    โพลชื่นชม “บิ๊กแป๊ะ” ในเหตุการณ์กราดยิงโคราช หนุนนั่งรัฐมนตรีหลังเกษียณ “หญิงหน่อย” ปลุกทุกฝ่ายไม่แยกฝ่ายค้าน-รัฐบาลถอดบทเรียน ชงตั้ง กมธ.หวังไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย แต่ลูกพรรคพาเหรดขย้ำ “บิ๊กตู่” ทั่วหน้า จิรายุไล่ให้ทั้ง ครม.ไปยืนไว้อาลัยที่เกิดเหตุ “หมวดเจี๊ยบ” ไปไกลบอกทหารส่วนใหญ่เสพติดความรุนแรง
    เมื่อวันจันทร์ที่ 10 ก.พ. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ ได้นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่องเสียงประชาชนต่อเหตุสลดที่โคราช กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศจำนวน 1,053 ตัวอย่าง พบว่าส่วนใหญ่หรือ 71% ติดตามข่าวคนร้ายกราดยิงอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง 26.3% ติดตามบ้าง และ 2.7% ติดตามน้อยถึงไม่ติดตามเลย
ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือ 73.7% รู้สึกสงสารผู้บริสุทธิ์ 65.8% หดหู่ใจ เศร้าใจ สลดใจ 63.2%  เสียใจ 36.8% วิตกกังวล 35.7% เครียด และ 26.3% กลัว นอกจากนี้ส่วนใหญ่หรือ 94.7% ต้องการให้หน่วยงานความมั่นคงยกระดับป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ ในขณะที่ 5.3% ไม่ต้องการ และส่วนใหญ่หรือ 87.1% ต้องการได้ยินข่าวอื่นๆ ที่ดีเสริมสร้างความสุขคนไทย
    เมื่อสอบถามถึงความเชื่อมั่นต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  (ผบ.ตร.) ในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน ส่วนใหญ่หรือ 92.9% เชื่อมั่นถึงเชื่อมั่นมากที่สุด ในขณะที่ 7.1% เชื่อมั่นน้อยถึงน้อยที่สุด นอกจากนี้เมื่อถามถึงความคิดเห็นสนับสนุน พล.ต.อ.จักรทิพย์เป็นรัฐมนตรีคุมความมั่นคงหลังเกษียณอายุราชการ พบว่าส่วนใหญ่หรือ 83.7% เห็นด้วยถึงเห็นด้วยอย่างยิ่ง ในขณะที่ 16.3% ไม่เห็นด้วยถึงไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
    “ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่มีความรักความห่วงใยต่อคนไทยด้วยกันไม่ว่าจะอยู่ภูมิภาคใด จึงน่าจะเป็นข้อมูลที่เกิดประโยชน์ต่อผู้นำประเทศในการบริหารจัดการอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนได้ดีขึ้น การแสดงออกของผู้บริหารประเทศน่าจะนำไปสู่การรักษาความรักความห่วงใยของคนไทยด้วยกัน เพราะอารมณ์ของสาธารณชนเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้นำประเทศและทีมบริหารต้องเข้าให้ถึง ที่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หรือจะทำให้อารมณ์คนคล้อยตามปรับเปลี่ยนถูกชักจูงได้โดยง่าย” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดลกล่าว
      ด้านความคิดเห็นของนักการเมืองในเหตุการณ์ดังกล่าว คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่าจำเป็นต้องถอดบทเรียนมาป้องกันในอนาคต เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดความรุนแรงหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการปล้นร้านทองหรือการใช้อาวุธสร้างความรุนแรงต่างๆ เราต้องถอดบทเรียนเพื่อให้มีมาตรการป้องกัน และการสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าจะมีชีวิตปกติสุขโดยไม่ถูกทำร้ายในที่สาธารณะอีกแล้ว รวมทั้งยังจะสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี ก็ต้องยิ่งสร้างความมั่นใจให้ทุกคนกล้าออกไปจับจ่ายซื้อของ ทั้งนี้ยังมีคนที่ไม่หวังดีใช้โซเชียลในการปล่อยข่าวข่มขู่ว่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นที่นั่นที่นี่ ก็ยิ่งทำให้ประชาชนขวัญเสีย
ปลุกทุกฝ่ายร่วมตั้ง กมธ.
    “พรรคและฝ่ายค้านได้พูดคุยกับประธานวิปฝ่ายค้าน และเลขาธิการพรรคเพื่อไทยว่า เป็นเวลาที่รัฐบาล ฝ่ายค้าน ข้าราชการ และประชาชนต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ในการที่จะทำอย่างไรให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะจากอาวุธสงครามที่รุนแรง ดังนั้นพรรคจะตั้งกระทู้ถามและเสนอญัตติตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการทำร้ายด้วยอาวุธร้ายแรงแบบนี้กับประชาชนในที่สาธารณะ พร้อมทั้งกำชับว่าเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะเอาไปโจมตีใคร แต่เป็นเวลาที่ต้องร่วมแรงกันหาวิธีการป้องกัน ดังนั้นรัฐสภาควรเปิดพื้นที่ให้รัฐบาลและฝ่ายค้านหารือกัน หาแนวทางดูแลความปลอดภัยในที่สาธารณะให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่า ส.ส.พรรคจะเสนอต่อประธานสภาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสัปดาห์หน้า” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
    นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองเลขาธิการพรรค พท.กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเยียวยาผู้สูญเสียในทันที และหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ขึ้นได้อีก ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ไปที่เกิดเหตุแล้วแสดงมินิฮาร์ต และส่งสัญลักษณ์ไอเลิฟยูเหมือนกับการลงพื้นที่หาเสียงดังปรากฏเป็นข่าว จนทำให้ประชาชนแทบทั้งประเทศรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง จึงขอเรียกร้องให้นายกฯ รีบแก้ภาพลักษณ์ดังกล่าว ก่อนที่จะลุกลามเป็นความไม่พอใจต่อญาติผู้สูญเสียและประชาชนมากไปกว่านี้
    “ขอเรียกร้องให้นายกฯ นำคณะรัฐมนตรีไปที่เกิดเหตุและยืนไว้อาลัยอย่างสงบ และอาการสำรวม หรือทำในการประชุม ครม.ในวันอังคารซึ่งจะถือเป็นการให้เกียรติผู้สูญเสีย มากกว่าที่จะโบกไม้โบกมือทำสัญลักษณ์มินิฮาร์ตหรือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูดังที่ปรากฏเป็นข่าว เพราะยิ่งนายกฯ เคยเป็นผู้นำกองทัพยิ่งต้องระมัดระวังบุคลิกและท่าทางต่อเหตุการณ์สำคัญของประเทศชาติที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง” นายจิรายุกล่าว
     เขากล่าวอีกว่า นอกจากปัญหาเรื่องตัวบุคคลและข้อขัดแย้งที่เป็นมูลเหตุแล้ว ระบบรักษาความปลอดภัยในค่ายทหารและการบริหารจัดการปัญหาในเชิงวิกฤติ ซึ่งหากมีกลุ่มผู้ก่อการร้ายหรือคนร้ายปฏิบัติการในลักษณะเช่นนี้มากกว่า 5 คน รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ประชาชนได้อย่างไร เหตุใดจึงปล่อยให้ล่วงเลยเกือบ 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติต้องร่วมมือกันเพื่อพิจารณาและหาทางออกในเชิงป้องกัน โดยจะตั้งกระทู้ถามสดในรัฐสภาต่อนายกฯ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาเชิงป้องกันเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวต่อไปในอนาคต
       ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรค พท.กล่าวว่า การป้องกันไม่ให้ทหารคลั่งจากแรงกดดันในกองทัพ จนต้องระบายออกด้วยการทำร้ายประชาชนนั้นถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะ รมว.กลาโหมต้องเร่งป้องกันและแก้ไข พล.อ.ประยุทธ์ไม่ควรอ้างว่าความขัดแย้งเป็นเพียงเรื่องส่วนตัว เพราะนี่คือปัญหาเชิงระบบของกองทัพที่ส่งผลกระทบต่อบุคคลภายนอก เนื่องจากทหารชั้นผู้น้อยไม่ได้รับความเป็นธรรมในกองทัพ แต่ทำอะไรผู้บังคับบัญชาไม่ได้ จึงออกมาไล่ยิงประชาชนเพื่อระบายความแค้นแบบคนไม่มีอะไรจะเสีย 
ทหารเสพติดความรุนแรง!
“พล.อ.ประยุทธ์ต้องยอมรับความจริงว่า ทหารชั้นผู้น้อยที่ถูกผู้บังคับบัญชาเอาเปรียบไม่ได้มี จ.ส.อ. จักรพันธ์คนเดียว แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ ทหารส่วนใหญ่ในกองทัพก็มีบุคลิกนิยมความรุนแรงแบบเดียวกับ  จ.ส.อ.จักรพันธ์ทั้งนั้น จะเห็นได้ว่าทหารส่วนใหญ่ก็โพสต์รูปปืนและอาวุธต่างๆ ลงโซเชียล และสนใจหนังบู๊แอคชั่นเหมือนๆ จ.ส.อ.จักรพันธ์เช่นกัน ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์อย่าพูดง่ายๆ ว่ามีแค่ จ.ส.อ.จักรพันธ์เพียงคนเดียวในกองทัพที่มีปัญหาทางจิตจนสามารถทำเรื่องโหดร้ายแบบนี้ได้ เพราะนั่นเป็นการประเมินปัญหาต่ำเกินไป มั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่เกิดลัทธิเอาอย่างหรือพฤติกรรมเลียนแบบ” รองโฆษก พรรค พท.ระบุ
    เธอย้ำอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องรีบจัดการ คือขจัดเงื่อนไขการกดขี่ทหารชั้นผู้น้อย ไม่เช่นนั้นอาจเกิดลัทธิเอาอย่างในอนาคต เพราะอาจมีทหารในกองทัพเกิดความกดดันจนสติแตก ลุกขึ้นมาไล่ยิงชาวบ้านเพราะรู้สึกคับแค้นใจต่อระบบที่ไม่เป็นธรรมในกองทัพอีก ถึงแม้ว่าทหารส่วนใหญ่ในกองทัพจะสามารถควบคุมตนเองได้เป็นอย่างดี เพราะได้รับการฝึกมาอย่างเชี่ยวชาญและมีวินัยสูงก็ตาม แต่ในกองทัพย่อมมีทหารที่ควบคุมสติอารมณ์ไม่ได้แฝงอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งหากสติแตกหรือฟิวส์ขาดขึ้นมาวันไหน ก็ย่อมสร้างหายนะให้ประชาชนได้อย่างไม่สามารถจินตนาการได้ 
    นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรค พท.กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นถึงหัวหน้ารัฐบาลกลับไม่เข้าใจสถานการณ์ ไม่มีการเตือนว่าอาวุธที่มีการปล้นไปเป็นอาวุธแบบไหน มีความร้ายแรงขนาดไหน ประหนึ่งไม่มีความห่วงใยในชีวิตของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานและประชาชน ทั้งๆ ที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยเป็นถึงผู้บัญชาการทหารบก ต้องทำมากกว่าเดินทางไปด้วยท่าทางเหมือนไปหาเสียง และยังไม่ให้เกียรติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ การยิ้มโบกไม้โบกมือทักทายประชาชน รวมไปถึงสัญลักษณ์มินิฮาร์ต เป็นการกระทำที่ไม่น่าจะเกิดมาจากคนที่เป็นผู้นำประเทศ เพราะในขณะที่ประชาชนกำลังร้องไห้  ท่านยืนยิ้มได้อย่างไร ไร้ภาวะผู้นำสิ้นดี  
    นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า คงถึงเวลาแล้วที่การปฏิรูปกองทัพต้องเกิดขึ้นในประเทศไทย การปฏิรูปกองทัพไม่ใช่เกมการเมืองอย่างที่ฝ่ายผู้มีอำนาจคิด แต่การปฏิรูปกองทัพเป็นเกียรติยศที่กองทัพควรกอบกู้ความเชื่อมั่นจากประชาชนคืนมา
    ขณะที่นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค.โพสต์เช่นกันว่า หลังจากนี้สังคมไทยต้องช่วยกันถอดบทเรียนถึงต้นเหตุของปัญหาที่ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้ แน่นอนว่าคงปฏิเสธไม่ได้ถึงการกดขี่และเหลื่อมล้ำในชนชั้นของผู้บังคับบัญชาที่มีต่อทหารชั้นผู้น้อย รวมไปถึงความหละหลวมของกองทัพต่อการเข้าถึงอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงเป้าหมายที่ควรมีการปฏิรูปกองทัพตามที่พรรคอนาคตใหม่ทำมาโดยตลอด 
    "ยืนยันอีกครั้งว่าการปฏิรูปกองทัพไม่ใช่การช่วงชิงชัยชนะทางการเมือง แต่เป็นการสร้างความมั่นคงและสร้างคุณภาพให้กองทัพไทย” นายคารมระบุ 
    นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า อยากให้กองทัพได้ศึกษาบทเรียนและหาทางป้องกันและควบคุมการเข้าถึงและการใช้อาวุธร้ายแรง เพราะประชาชนจำนวนมากไม่เข้าใจว่าทำไมทหารผู้ก่อเหตุถึงได้มีอาวุธมากมายขนาดนี้ และจะป้องกันได้อย่างไรที่จะไม่ให้เกิดขึ้นอีก โดยจากการศึกษาบทเรียนจากต่างประเทศพบว่า การเกิดเหตุการณ์กราดยิงจนทำให้คนเสียชีวิตเป็นจำนวนมากในลักษณะนี้มีโอกาสสูงที่จะเกิดการลอกเลียนแบบได้ ซึ่งเกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศ  แม้กระทั่งการกราดยิงในโรงเรียน ในมหาวิทยาลัย ในที่ทำงาน และในห้างสรรพสินค้า ในประเทศสหรัฐอเมริกาก็ยังเกิดขึ้นกันอยู่บ่อยครั้ง 
    “รัฐบาลต้องเร่งสร้างมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก รวมถึงการดูแลสภาพจิตของประชาชนที่ได้รับผลกระทบเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา โดยเชื่อว่าปัจจัยที่ทำให้คนปกติสามารถกระทำการอันอุกอาจขนาดนี้ได้ ต้องเกิดมาจากความเครียดอย่างรุนแรง ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องหาทางแก้ไขไม่ให้ประชาชนเครียดกันมาก โดยเฉพาะความเครียดรุนแรงทางเศรษฐกิจ เพราะปีนี้เศรษฐกิจจะเลวร้ายยิ่งกว่าปีที่แล้ว”
    นายพิชัยกล่าวอีกว่า ประชาชนจำนวนมากไม่พอใจกับการแสดงออกของ พล.อ.ประยุทธ์ที่เดินทางไปแถลงข่าวที่โคราช จากพฤติกรรมคล้ายการหาเสียงมากกว่าจะไปแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ซึ่งไม่น่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมในภาวะที่เศร้าสลดเช่นนี้ โดยอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ศึกษาว่าผู้นำประเทศที่มีชื่อเสียงจากประเทศที่พัฒนาแล้ว เขาแสดงอากัปกิริยาสำรวมอย่างไรในภาวะเช่นนี้
    เมื่อเวลา 18.30 น. ที่ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จ.นครราชสีมา นายปิยบุตร  แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นตัวแทนพรรคอนาคตใหม่ร่วมวางดอกไม้แสดงความเสียใจและเขียนข้อความไว้อาลัยแด่ผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ #กราดยิงโคราช 
    นายปิยบุตรเขียนข้อความในกระดาษพร้อมช่อดอกไม้ไว้อาลัยว่า "ผมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกท่าน และขอเอาใจช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้านี้ไปได้ ผมขอส่งกำลังใจให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้ประสบเหตุการณ์ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อันไม่คาดฝันนี้ ขอให้ทุกท่านก้าวผ่านพ้นประสบการณ์อันเลวร้ายนี้ไปให้ได้โดยเร็วที่สุด
     “ผมขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่เสียสละปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง และไม่ย่อท้อจนสามารถคลี่คลายสถานการณ์ลงได้ ผมขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวโคราชที่ร่วมกันแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ช่วยเหลือกัน และไม่ทอดทิ้งกันในวันแห่งความยากลำบากเช่นนี้” นายปิยบุตรระบุ
    ด้านกุลธิดาเขียนข้อความว่า "ขอแสดงความเสียใจกับดวงใจทุกดวงที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ ครอบครัว ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ที่สูญเสีย เจ้าหน้าที่ อาสาสมัครทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานอย่างแข็งขันเพื่อฝ่าฟันวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน เหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่เป็นเพียงเหตุการณ์ แต่จะเป็นบทเรียนอันสำคัญเพื่อให้พวกเราทุกคนร่วมกันทำวันพรุ่งนี้ให้ดีกว่า เพื่อไม่ให้ใครต้องประสบพบเจอประสบการณ์เช่นนี้อีก” กุลธิดาระบุ
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ทั้งสองยังได้วางดอกไม้และข้อความไว้อาลัยจาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โดยมีข้อความว่า "ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตในโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น การเสียบุคคลอันเป็นที่รักอย่างกะทันหันโดยไม่คาดคิดเป็นสิ่งที่ยากจะทำใจยอมรับในเวลาอันสั้น ผมคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าส่งกำลังใจให้ทุกท่านในช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ สำหรับเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ผมขอยกย่องในความกล้าหาญของทุกท่าน ความเสียสละของท่านทำให้หลายชีวิตของผู้บริสุทธิ์ได้รอดคืนสู่อ้อมกอดครอบครัวของพวกเขา ผมหวังว่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้จะเป็นบทเรียนให้กับทุกฝ่ายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต” นายธนาธรระบุ 
    หลังจากการวางดอกไม้แสดงความอาลัย ทั้งสองได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ พร้อมกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ขอให้กำลังใจชาวโคราชและพี่น้องชาวไทยทุกคนให้ผ่านพ้นเหตุการณ์ครั้งนี้ไปได้ด้วยดี.


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"