ผู้ติดเชื้อโคโรนาทั่วโลกลดลง


เพิ่มเพื่อน    

     สธ.แจ้งข่าวดีระดับโลกตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาลดลง ในไทยไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มยังอยู่ที่ 32 ราย สำหรับคนไทยที่กลับจากอู่ฮั่นอาการยังปกติ "หมอทวี" ยันเชื้อไวรัสโคโรนาไม่ได้แพร่ระบาดทางอากาศ แต่ผ่านทางละอองฝอยเม็ดโต ขณะที่ผู้เสียชีวิตในจีนเพิ่มเป็น 908 ราย ผอ.องค์การอนามัยโลกเตือนที่เห็นอาจเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งใต้น้ำ
     ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) วันที่ 10 กุมภาพันธ์ นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค และ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สาธารณสุขนิเทศ เขตสุขภาพที่ 10 และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงถึงสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019
    โดย นพ.ยงยศกล่าวว่า ขอแจ้งข่าวดีในระดับโลกและในระดับเมืองไทย ที่ในระดับโลกตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง ส่วนในประเทศไทยตัวเลขก็ไม่เพิ่ม ยังคงยืนยันพบผู้ติดเชื้ออยู่ที่จำนวน 32 คน ในจำนวนนี้รักษาหายแล้ว 10 คน โดยยังไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม ส่วนสถานการณ์ทั่วโลกใน 26 ประเทศ ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม - 9 กุมภาพันธ์ 2563 พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 40,553 คน เสียชีวิต 909 คน  ส่วนประเทศจีนพบผู้ป่วย 40,171 คน เสียชีวิต 907 คน
     "สำหรับคนไทยกลับบ้านจากอู่ฮั่น ที่พักในฐานทัพเรือสัตหีบ ขณะนี้นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 5 คน และอยู่ในเรือนรับรอง 133 คน ทุกคนสบายดีไม่มีไข้ รอครบระยะการเฝ้าระวังในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ส่วนผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อ 1 ราย ที่โรงพยาบาลชลบุรี ไม่มีอาการผิดปกติ และยังคงเฝ้าระวังอยู่ในห้องแยกโรค เช่นเดียวกับเพื่อนที่อยู่ร่วมห้อง แม้ไม่พบเชื้อแต่ก็ยังคงมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง" นพ.ยงยศกล่าว 
     นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีมีรายงานข่าวจากต่างประเทศว่า เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุใหม่ 2019 สามารถแพร่เชื้อได้ทางอากาศว่า เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ยังเป็นการแพร่เชื้อผ่านทางละอองฝอยเม็ดโต (Droplet) ซึ่งเมื่อไอหรือจามออกมาก็จะตกลงในระยะ 1  เมตร หากอยู่ในรัศมีก็จะมาติดตามเสื้อผ้า ถ้าไม่สวมหน้ากากอนามัยก็จะมาติดที่หน้า พอขยี้ก็อาจเข้าจมูกปากตาได้ ดังนั้นการสวมหน้ากากอนามัยในคนป่วยจึงมีประโยชน์มาก แต่คนที่มีโอกาสใกล้ชิดผู้ป่วยหรือออกไปในชุมชนที่มีคนหนาแน่นก็ได้ประโยชน์เช่นกัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือยังต้องล้างมือบ่อยๆ  ส่วนการแพร่เชื้อทางอากาศ (Airborne) เกิดขึ้นได้กรณีแพร่เชื้อผ่านละอองฝอยเล็กๆ ต่ำกว่า 5  ไมครอน ซึ่งมีไม่กี่โรคจะห้อยแขวนอยู่ในอากาศล่องลอยไปได้ไกล แล้วแต่ขนาดหากยิ่งเม็ดเล็กก็ไปได้ไกลมาก รวมถึงเป็นสถานที่แบบใด หากพื้นที่โปร่งโล่งมีลมพัดก็ยิ่งไปได้ไกล แต่หากใหญ่ขึ้นก็ไปได้ไม่ไกลแล้วตกลงมา การป้องกันต้องใช้หน้ากาก N95 เท่านั้น ใช้หน้ากากอนามัยธรรมดาไม่ได้
นำแอนติบอดีฉีดผู้ป่วยหนัก
    "ขณะนี้การแพร่ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ยังเป็นเรื่องละอองฝอยขนาดโตเม็ดใหญ่ ส่วนละอองฝอยล่องลอยในอากาศอาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่คนไข้มีอาการรุนแรง ต้องอยู่ใน รพ. มีการใส่ท่อช่วยหายใจ ต้องดูดเสมหะ มีโอกาสเป็นไปได้ จะเห็นว่าฝ่ายการแพทย์จึงต้องป้องกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าภาพจากจีนหรือไทยก็ตามก็ต้องป้องกันอย่างเต็มที่เช่นกัน อย่างห้องแยกโรคความดันลบจึงต้องมีการดูดอากาศเอาเชื้อออกไปฆ่า เช่นเดียวกับห้องแล็บ อย่างไรก็ตามการล้างมือเป็นสิ่งสำคัญหลักๆ คือแอลกอฮอล์เจลพกพาไปล้างที่ไหนก็ได้ และล้างด้วยน้ำบวกสบู่จะได้ผลดี ซึ่งหลายแห่งมีแต่น้ำสบู่ไม่มี  จึงอยากเรียกร้องสถานประกอบการที่มีคนเข้าออกจำนวนมาก อาจติดตั้งสบู่เหลวเพื่อให้ล้างมือคล่องขึ้นสะอาดมากขึ้น" นพ.ทวีกล่าว
     นพ.ทวีกล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีการทดลองตามที่มีการศึกษา โดยมีการนำน้ำเหลืองที่ได้มาจากเลือด ของคนขับแท็กซี่ชาวไทย ผู้ที่เคยป่วยติดเชื้อโคโรนาไวรัสแล้วหายดีแล้ว 2 อาทิตย์ถึง 1 เดือน ซึ่งในน้ำเหลืองดังกล่าวจะมีแอนติบอดีหรือภูมิคุ้มกันจากเชื้อไวรัสโคโรนา เอามาฉีดให้ผู้ป่วยที่มีอาการหนัก และมีแนวโน้มจะมีอาการรุนแรงขึ้น โดยวิธีการนี้ได้นำไปฉีดให้ผู้ป่วย 2 รายที่รักษาตัวอยู่ที่สถาบันบําราศนราดูรแล้ว ซึ่งกระบวนการรักษาด้วยวิธีนี้ประเทศจีนก็มีการศึกษาและนำไปใช้รักษาผู้ป่วยแล้วเช่นกัน
     ด้าน นพ.โสภณกล่าวว่า หากพิจารณาจากผู้ป่วยยืนยันในไทย 32 ราย เป็นคนจีนมา 23 ราย คนไทย 9 ราย โดยมี 3 รายไม่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ หมายถึงการติดเชื้อในไทยแต่ก็เป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดมากๆ กับคนต่างชาติ ส่วนคนอื่นไม่ได้ติดง่ายๆ และจากการเก็บตัวอย่างในคอคนรอบข้างของผู้ป่วย ก็ไม่ได้เจอเชื้อไม่ได้ติดง่ายๆ ดังนั้นอีกเรื่องคือต้องทำความสะอาดพื้นผิวสาธารณะบ่อยๆ เพราะเมื่อไอจามก็ตกลงพื้นและแห้งไป เวลาไอจามอย่าใช้มือปิดปากให้ใช้ท้องแขน เพราะหากใช้มือก็มีโอกาสไปสัมผัสพื้นผิวอื่นได้
     ที่หน้าตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ประชาชนชาวอำเภอเบตงและพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนจากหมู่บ้านจุฬาภรณ์ 10 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา และนักท่องเที่ยวชาวจีนจากประเทศมาเลเซีย ได้ร่วมมอบเงินบริจาคกว่า 20,000 บาทเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 แก่นายใช้ วงศ์นิตยลัภย์ ผู้อำนวยการกองช่าง รักษาราชการแทนปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองเบตง ซึ่งชาวไทยเชื้อสายจีน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนชาวอำเภอเบตง ได้พร้อมใจกันมอบให้ประชาชนผู้ประสบภัยจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน และส่งกำลังใจให้คนจีนด้วยคำพูดว่า "อู่ฮั่นสู้ๆ" และ "ประเทศจีนสู้ๆ" อีกด้วย
     ทางด้านข้อมูลอย่างเป็นทางการ ขณะนี้ประเทศจีนมีผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาเพิ่มมากที่สุดในวันเดียวถึง 97 คน นับแต่พบการระบาดครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ เมื่อปลายเดือนธันวาคม 
    ล่าสุด คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (เอ็นเอชซี) ของจีน ที่รวบรวมถึงวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์  2563 จำนวนผู้เสียชีวิตภายในจีนเพิ่มเป็น 908 ราย ซึ่งไม่รวมผู้เสียชีวิตที่ฟิลิปปินส์และฮ่องกงอีกแห่งละ 1 ราย ที่จะทำให้ยอดสังเวยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 รวมอยู่ที่ 910 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในจีนเมื่อวันอาทิตย์มี 3,062 ราย จำนวนรวมเป็น 40,171 ราย
ที่เห็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งใต้น้ำ
    ภายนอกจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งมีรายงานผู้ติดเชื้อในไม่ต่ำกว่า 27 ประเทศและดินแดน รวมมากกว่า  330 ราย มีรายงานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 65 รายจากเรือสำราญไดมอนด์ปรินเซส ที่ผู้โดยสารและลูกเรือราว 3,700 คนถูกกักกันไว้นอกชายฝั่งเมืองโยโกฮามาของญี่ปุ่นตั้งแต่ต้นสัปดาห์ก่อน ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อบนเรือลำนี้เพิ่มเป็น 135 รายแล้ว ในขณะที่เรือสำราญเวิลด์ดรีมที่ถูกทางการฮ่องกงกักกันโรคนาน 5 วัน ผู้โดยสารและลูกเรือกว่า 3,600 คนได้รับอนุญาตให้ลงจากเรือได้แล้ว หลังจากผลตรวจ 1,800 คนไม่พบการติดเชื้อ
     ทางการอังกฤษรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศเพิ่มอีก 4 ราย รวมเป็น 8  รายแล้ว รัฐบาลอังกฤษประกาศให้การแพร่ระบาดครั้งนี้เป็นภัยคุกคามจวนตัวและร้ายแรง เพื่อให้อำนาจเจ้าหน้าที่สามารถแยกกักกันผู้ต้องสงสัยติดเชื้อได้
     แม้นักวิชาการและเจ้าหน้าที่ของจีนจะเชื่อว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดเข้าสู่ภาวะทรงตัวแล้ว แต่ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เตือนที่นครเจนีวาว่า มีความน่าเป็นห่วงเกี่ยวกับการแพร่เชื้อของคนที่ไม่ได้อยู่ภายในจีน
     "การตรวจพบผู้ติดเชื้อจำนวนน้อยอาจบ่งชี้ว่ามีการแพร่เชื้อในวงกว้างขึ้นในประเทศอื่นๆ พูดสั้นๆ  คือที่เราเห็นอาจเป็นเพียงแค่ยอดของภูเขาน้ำแข็งใต้น้ำ" เขากล่าวเตือน
     สหภาพยุโรป (อียู) เตรียมจัดการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขวันพฤหัสบดีนี้ พร้อมกับผู้แทนของดับเบิลยูเอชโอ เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์และความร่วมมือในการป้องกันและควบคุมการระบาด  โดยในยุโรปพบผู้ติดเชื้อแล้วประมาณ 30 ราย 
     วันจันทร์ชาวจีนในหลายเมืองเริ่มกลับเข้าทำงานตามปกติแล้วอย่างช้าๆ หลังจากครบกำหนดการยืดเวลาวันหยุด นครใหญ่เช่นกรุงปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้เริ่มมีการจราจรหนาตาขึ้น แต่ระบบขนส่งมวลชนยังคงมีผู้ใช้บริการน้อยกว่าปกติ ผู้โดยสารทุกคนล้วนสวมหน้ากากอนามัย ธุรกิจและสถานที่ทำงานบางแห่งยังคงให้พนักงานและลูกจ้างทำงานจากที่บ้าน หรือสลับเวรกันทำงาน แต่มณฑลหูเป่ย์ยังคงปิดตายเช่นเดิม ระบบขนส่งมวลชน สถานีรถไฟและสนามบินปิดทำการ 
     วันเดียวกันนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะเลยนับแต่มีการแพร่ระบาด โดยปล่อยให้นายกฯ หลี่ เค่อเฉียง เป็นผู้กำกับดูแลการทำงานของรัฐบาล ได้สวมหน้ากากอนามัยออกตรวจเยี่ยมแพทย์และคณะทำงานในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่กรุงปักกิ่ง ดูการรักษาผู้ป่วยและได้พูดคุยกับแพทย์ที่เมืองอู่ฮั่นผ่านวิดีโอลิงก์ ภาพข่าวโทรทัศน์เผยให้เห็นด้วยว่า สีวัดอุณหภูมิร่างกายผ่านเทอร์โมมิเตอร์อินฟราเรดสี และยังออกเยี่ยมทักทายประชาชนในชุมชนแห่งหนึ่งเพื่อตรวจและชี้แนะความพยายามควบคุมการแพร่ระบาด.


สนุกเขาละ "กทม.กับสาธารณสุข" จับชาวบ้านที่ "รอเงก" เป็นเดิมพัน แล้ว "ยักเงี่ยงใส่กัน" ด้วยปัญหาวัคซีน "ขาดตอน"!

ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"
มิติ"ปัจจุบัน-อนาคต"