ธงชาติคลุมร่างพลีชีพสยบจ่าคลั่ง


เพิ่มเพื่อน    

     เมืองย่าโมโคราช เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ถึงแม้เหตุการณ์ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา หรือจ่าจักร คลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนสงครามไล่กราดยิงผู้บริสุทธิ์ล้มตายเป็นผักเป็นปลา เย็นวันที่ 8 ต่อเนื่องวันที่ 9 ก.พ. เมืองโคราชเหมือนถูกสะกด ทุกหัวใจเฝ้าคอยการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสกัดกั้น ไม่ให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายเพิ่มขึ้น
    จ่าคลั่งใช้ห้างเทอร์มินอล 21 เป็นสมรภูมิสงคราม กราดยิงไม่เลือกหน้า คนแก่ ผู้หญิง แม้แต่เด็กก็ไม่เว้น หลายชีวิตตกเป็นตัวประกันสนองอารมณ์บ้าคลั่ง เสียงกรีดร้องถึงความเจ็บปวดบาดระงม ญาติพี่น้องเหมือนกับตายทั้งเป็น  เป็นคืนที่แสนทรมาน ทั้งผู้ที่ตกอยู่ในห้วงอันตรายและคนที่รออยู่ทางบ้าน ความกดดันยิ่งเพิ่มเป็นทวี เมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 18 ชม. ตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายเข็มนาฬิกาหยุดที่เวลา 09.02 น.ของเช้าวันที่ 9 ก.พ. คนร้ายถูกวิสามัญ โศกนาฏกรรมครั้งนี้มีผู้สังเวยชีวิตไป 30 ศพ บาดเจ็บอีก 58 ราย
    สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะผู้นำผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ บินด่วนลงพื้นที่ พร้อมด้วย พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.  ภาพที่ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ สวมเสื้อแขนยาว  กางเกงขายาวรัดรูปสีดำ สวมเสื้อเกราะสะพายปืน MP 5  พร้อมเผชิญเหตุ เข้าบัญชาการเหตุการณ์ตลอดทั้งคืน เคียงบ่าเคียงไล่กับผู้ใต้บังคับบัญชา เมื่อภารกิจลุล่วงถึงยอมเดินทางกลับ เป็นภาพลักษณ์ที่ดี สังคมยกย่องเชิดชูถึงความกล้าหาญ นั้นคือผู้นำองค์กร
    แต่การปฏิบัติภารกิจเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายแบกความหวังของคนทั้งประเทศ คือ “หน่วยปฏิบัติการพิเศษผสม” ประกอบไปด้วย หน่วยคอมมานโด กองบังคับการตำรวจราชวัลลภรักษาพระองค์ 904, หน่วยหนุมาน กองบังคับการปราบปราม, หน่วยอรินทราช 26 กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ, หน่วยนเรศวร 261 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน  ถึงแม้จะเป็นหน้าที่หลักได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แต่ชีวิตก็แขวนอยู่บนเส้นด้าย เมื่อคนร้ายก็ได้รับการฝึกฝนจากหน่วยทหาร มีความเชี่ยวชาญการใช้อาวุธสงครามเช่นเดียวกัน  
    การปฏิบัติภารกิจ “หน่วยปฏิบัติการผสม” ทุกหน่วยมีความสำคัญ “หน่วยหนุมาน” เป็นหน่วยใหม่สังกัดกองปราบปราม (บก.ป.) ที่เพิ่งตั้งขึ้นเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อทดแทนหน่วยคอมมานโดกองปราบ ที่ย้ายไปสังกัดกองบังคับการตำรวจราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 ซึ่งภารกิจหลักสนับสนุนเมื่อมีเหตุการณ์ต้องใช้กำลัง มาตรฐานเดียวกันกับสากล ได้รับการฝึกฝนหลักสูตรต่างๆ มีความเชี่ยวชาญการเผชิญเหตุ ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการแรกที่เข้าพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างออกจากห้างก่อนเข้าปฏิบัติการ ล่าสุดปฏิบัติการจัมกุม นายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือ ผอ.กอล์ฟ ที่ก่อเหตุชิงทองภายในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จังหวัดลพบุรี ก่อเหตุสังหารผู้บริสุทธิ์ 3 ศพ บาดเจ็บอีก 4 คน
    หน่วย “อรินทราช 26” สังกัดกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นอีกหน่วยหน้าที่เข้าเผชิญเหตุเคลียร์พื้นที่ ตามชั้นต่างๆ ช่วยเหลือประชาชนและตัวประกัน ส่งต่อให้กับหน่วยหนุมานพาออกนอกพื้นที่รัศมีอันตราย ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการใช้อาวุธและยุทธวิธีในการคลี่คลายสถานการณ์ ต่อต้านภัยคุกคามที่เป็นการก่อการร้าย ช่วยเหลือตัวประกัน ควบคุมการก่อจลาจล ปราบปรามอาชญากรรม หน่วยอรินทราช 26 มีการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะหลักสูตรการต่อต้านการก่อการร้ายสากล หลักสูตรการทำลายระเบิด หลักสูตรพลแม่นปืน หลักสูตรผู้ชำนาญการอิเล็กทรอนิกส์
    เช่นเดียวกันกับหน่วย “นเรศวร 261” สังกัดกองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) เป็นหน่วยตำรวจที่มีขีดความสามารถในการยุทธ์เคลื่อนที่ทางอากาศ การยุทธส่งทางอากาศการรบพิเศษ และการปฏิบัติการพิเศษเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามพิเศษและการแก้ปัญหาก่อความไม่สงบ การก่อการร้ายทุกรูปแบบ รับผิดชอบปฏิบัติการทั่วประเทศ โดยการนำของ “สารวัตรฮัท” หรือ ร.ต.อ.ชานันท์ ชัยจินดา สารวัตรกำกับการ 3  กองบังคับการสนับสุนทางอากาศ บช.ตชด. บุตรชายคนโตของ ผบ.ตร. ปฏิบัติภารกิจร่วมรบกับผู้เป็นพ่อจนลุล่วง
    แต่กว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะคลี่คลายต้องแลกมาด้วยชีวิตของเจ้าหน้าที่ถึง 2 นาย จากหน่วยอรินทราช 26 จากการปะทะอย่างดุเดือดเพื่อช่วยเหลือตัวประกัน ทำให้ ร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา ผบ.หมวด (สบ.1) กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย กองบังคับสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) และ ด.ต.เพชรรัตน์ กำจัดภัย ผบ.หมู่ กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ. ถูกคนร้ายยิงด้วยกระสุนเจาะเกราะทะลุเสื้อเกราะเสียชีวิต ซึ่งเป็นการสูญเสียบุคลากรสำคัญของหน่วยที่มากความสามารถถึง 2 นายในคราเดียวกัน
    สำหรับประวัติ ร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา จบหลักสูตรต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ. จบหลักสูตรต่อต้านการก่อการร้าย (นเรศวร 261) รุ่นที่ 14 บก.อส.บช.ตชด., หลักสูตรทำลายวัตถุระเบิดกองสรรพาวุธ รุ่น 13, หลักสูตรการกระโดดร่มแบบกระตุกเอง บก.สอ.บช.ตชด. ส่วน ด.ต.เพชรรัตน์ กำจัดภัย จบหลักสูตรนักเรียนนายสิบตำรวจรุ่นที่ 1, หลักสูตรต่อต้านการก่อการร้ายนเรศวร 261 รุ่นที่ 12, หลักสูตรการทำลายวัตถุระเบิดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติรุ่นที่ 14, หลักสูตรการกระโดร่มแบบกระตุกเอง 1/2562, หลักสูตรกระโดดร่วมกองทัพเรือปี 2562 ล้วนแต่เป็นหลักสูตรที่หินใช่ว่าใครจะผ่านได้ง่ายๆ
    ตำรวจทั้ง 2 นายเหลือแต่ความดีที่ฝากไว้ ร่างถูกคลุมด้วยธงชาติ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เสนอพิจารณาเลื่อนขั้น 2 วีรบุรุษ 7 ขั้น 5 ชั้นยศ กรณีปฏิบัติหน้าที่ปราบโจรผู้ร้ายจนได้รับอันตรายถึงชีวิต ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษ และเป็นพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ สร้างความปีติให้กับครอบครัวของ 2 วีระบุรุษอย่างที่หาสุดมิได้ 
    หลังภารกิจลุล่วง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร. ได้มีหนังสือวิทยุในราชการ ตร.ด่วนที่สุดที่ 0051/4 ลงวันที่ 10 ก.พ.ถึงรอง ผบ.ตร. ผู้ช่วย ผบ.ตร. ผบช. ผบก. และตำแหน่งเทียบเท่าใจความว่า “ตามที่เมื่อวันที่ 8-9 ก.พ.2563 ได้เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก เหตุเกิดที่ จ.นครราชสีมา โดยทันทีที่ทราบเหตุ ข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกนาย ทุกระดับชั้นได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถด้วยความกล้าหาญ เสียสละอุทิศตน ไม่หวั่นเกรงต่อภยันตรายแม้ต้องแลกด้วยเลือดเนื้อและชีวิต เพื่อปกป้องประชาชนและสังคม การกระทำดังกล่าวสมกับการได้ทำหน้าที่ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” อย่างแท้จริง จึงขอบคุณผู้บังคับบัญชาและข้าราชการตำรวจทุกนายมา ณ โอกาสนี้”
    ความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนฝากไว้กับตำรวจ  ขอสดุดีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย ที่สละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ ขอให้ดวงวิญญานไปสู่สุคติ มีความสุขในสัมปรายภพภายภาคหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป.   
พลาญชัย
 


"การดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ต้องอาศัยรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายกําหนดแหล่งที่มาไว้ตามมาตรา ๖๒

ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์