ยุ่งแล้ว!ฝ่ายค้านไม่ร่วมโหวตวาระ 2-3 ร่างพรบ.งบฯ 'ดอกเตอร์ปิยบุตร'สวดยับศาลรธน.


เพิ่มเพื่อน    

12 ก.พ. 63  -  ที่รัฐสภา มีการประชุมหารือเกี่ยวกับการดำเนินการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 ในวาระ 2-3 ที่จะมีการประชุมในวันที่13ก.พ. โดยการหารือครั้งนี้มีหัวหน้าพรรค 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ตัวแทนวิปฝ่ายค้าน ตัวแทนวิปรัฐบาล เข้าร่วมพูดคุย

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เผยว่าที่ประชุม 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติสำหรับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านทุกคนจะมาปฎิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยร่วมเป็นองค์ประชุม แต่การดำเนินการพิจารณาเรื่องดังกล่าวจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาล ตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ  ในส่วนของการเสียบบัตรแทนกันนั้น เมื่อศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าไม่สุจริตและส.ส.พรรคภูมิใจไทยไม่อยู่ในที่ประชุม และมีการเสียบบัตรแทนกันจึงถือว่าเป็นการออกเสียงที่ไม่สุจริต ดังนั้นเรารอความรับผิดชอบส่วนตนและรัฐบาล การแสดงความรับผิดชอบสูงสุดคือลาออก เพราะความรับผิดชอบทางการเมืองเป็นสิ่งที่นักการเมืองต้องมี

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า มติดังกล่าวที่ออกมา เพื่อให้การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ  เกิดความรวดเร็ว ตามความต้องการของประชาชน หากฝ่ายค้านร่วมประชุมด้วยในวันที่13 ก.พ. เราได้สงวนคำแปรญัตติไว้จำนวนมากจะต้องใช้สิทธิในการอภิปรายใช้เวลานาน 2-3 วัน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้หากย้อนไปที่มูลเหตุของการเกิดปัญหา ฝ่ายค้านให้ความร่วมมือมาโดยตลอด แต่รัฐบาลกลับมีปัญหาเรื่ององค์ประชุม ฝ่ายค้านก็อยู่ร่วมประชุมด้วย แต่กลับเกิดเหตุการณ์มีคนเสียบบัตรแทนกัน ทำให้พ.ร.บ.ฉบับนี้สะดุด ทำเสียของ ดังนั้นครั้งนี้เราจะให้ความร่วมมือเหมือนเดิม เพียงแต่ไม่สามารถร่วมอยู่ประชุมด้วยได้ โดยจะเปิดทางให้รัฐบาลพิจารณางบประมาณ ได้โดยสะดวก แต่เราจะไม่สุ่มเสี่ยงที่จะร่วมในการกระทำที่ไม่ชัดเจนเพราะคำวินิจฉัยไม่ชัดเจนในหลายข้อ จึงจะไม่ทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงในเรื่องความถูกผิด 

อย่างไรก็ตามส.ส.ฝ่ายค้านมีความกังวลว่า เนื่องจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 143 กำหนดให้การพิจารณากฎหมายของสภาฯ และวุฒิสภาฯเสร็จภายใน 105 วัน ซึ่งศาลรัฐธรรมนูยไม่ได้พูดเรื่องนี้ และการพิจารณาพรุ่งนี้จะเกินเวลา ดังนั้นส.ส.จึงกังวลในว่าหากร่วมประชุมในวันพรุ่งนี้จะเป็นการทำผิดกฎหมายหรือไม่ ดังนั้นการร่วมทำงานตามมารยาทที่พองามพอดีเป็นวิถีทางที่เราทำได้เพียงเท่านี้

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า สื่อมวลชนรายงานว่า นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุว่า เจรจากับพรรคเพื่อไทยได้ แต่จะมีปัญหากับพรรคอนาคตใหม่นั้น ขอเรียนว่า ไม่เคยได้รับการติดต่อจากบุคคลใดในฟากรัฐบาลเลย  ดังนั้นรู้ได้อย่างไรว่าคุยยาก ในเมื่อไม่เคยมาพูดคุยกันเลย รัฐมนตรีคงคิดเอาเอง 

สำหรับคำร้องที่ฝ่ายค้านได้ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยตามมาตรา 148  วรรค 3 นั้น มีการเขียนไว้ชัดเจนว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากระบวนการตราไม่ชอบด้วยกฎหมายศาลรรัฐธรรมนูญสามารถทำได้อย่างเดียวคือการวินิจฉัยให้ร่างกฎหมายนั้นตกไปทั้งฉบับ แต่หากวินิจฉัยว่าชอบก็เดินหน้าต่อ แต่กรณีที่ออกมานั้น จะงงในตัวเอง เพราะท่อนแรกบอกว่า การเสียบบัตรแทนกัน ย่อมมีผลในการออกเสียงลงคะแนนที่ไม่สุจริต ทำให้ผลการลงมิร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมและไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่พอมาถึงตอนท้ายกลับบอกว่า ร่างนี้ไม่ตกไปทั้งฉบับ เพราะต้องคำนึงถึงสภาพการณ์และเหตุผลความจำเป็นในการใช้งบประมาณ 

"สรุปแล้วเป็นคำวินิจฉัยที่ผสมผสานกันทุกเรื่อง แถมท้ายด้วยการสั่งให้สภาฯ ลงมติกันใหม่ในวาระ 2-3  เห็นว่าเป็นคำวินิจฉัยที่เกินกว่ารัฐธรรมนูญกำหนด และหากปล่อยไว้เช่นนี้วันข้างหน้าศาลรัฐธรรมนูญจะสามารถสั่งอะไรก็ได้โดยที่ทุกองค์กรต้องปฎิบัติตาม"

นายปิยบุตร กล่าวว่าการเป็นซุปเปอร์รัฐธรรมนูญ กลายเป็นคนที่อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ ผิดในหลักการถ่วงดุลอำนาจ เป็นเหตุให้ฝ่ายค้านต้องมานั่งคิดกันว่า เราจะปฎิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร เราได้เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาเรื่องการเสียบบัตรแทนกัน เพื่อหาทางป้องกันเพราะการทำเรื่องไม่ถูกต้องของส.ส. ควรต้องมีการพูดกันในสภาฯ แต่กลไกของรัฐธรรมนูญที่ออกมา ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจะโยนไปให้องค์กรอิสระ เราไม่เคยคิดถึงเรื่องการพิจารณาวินัยกันเอง  เรื่องจรรยาบรรณ หรือการทำตัวให้ถูกต้องในสภาฯ คิดว่าเบื้องต้นยังไม่ต้องไปถึงการฟ้องร้องกันที่ไหน แต่เริ่มที่จิตสำนึกส่วนบุคคลของส.ส.แต่ละคนที่ควรต้องมี เพราะเวลานี้เป็นเรื่องเหลือเชื่อและมหัศจรรย์จากที่ทั้งสภาฯ ต้องมาวุ่นวายและมานั่งคิดอ่านกันใหม่หมดเพื่อแก้ปัญหาให้กับส.ส.ไม่กี่คน ที่เสียบบัตรแทนกัน แล้วจนถึงวันนี้เรายังไม่เคยได้ยินเสียงส.ส.คนนั้นพูดสักคำ แม้กระทั่งขอโทษก็ไม่มี ความรับผิดชอบอะไรก็ไม่มี  ทำเป็นเงียบๆ เฉยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย มองว่าสิ่งนี้ไม่ยุติธรรมต่อทั้งสภาผู้แทนราษฎร ต่อตัวรัฐบาล และต่อประชาชน ก็ไม่แน่ใจว่าวันที่ 13 ก.พ. ในที่ประชุมท่านจะรู้สึกอะไรหรือไม่ที่คนทั้งสภาฯ จะต้องมาแก้ปัญหาที่ท่านเป็นคนก่อขึ้นมา

เมื่อถามว่า การที่ฝ่ายค้านไม่ร่วมในการพิจารณาพ.ร.บ.งบฯ ในวาระ 2-3 จะทำให้การดำเนินการไม่เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้พิจารณาทั้ง 2 วาระใหม่หรือ นายสุทิน กล่าวว่า ไม่มีความเห็น เอาเป็นว่า เรายกให้รัฐบาลได้ทำโดยสะดวก ทางรัฐบาลก็มีนักกฎหมายและวุฒิภาวะพอ  ส่วนจะไม่เป็นเหตุให้นำไปร้องศาลรัฐธรรมตามหลังใช่หรือไม่นั้น เหตุยังไม่เกิด จึงยังไม่รู้ ถึงวันนั้นเราจะมาหารือกันอีกครั้งว่าจะทำอย่างไร.
 


ก็น่าตกใจอยู่หรอก... จู่ๆ ทหารอเมริกันนับร้อยมานอนโรงแรมกลางกรุง แถมข่าวสารยังสับสน

'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'