เวสเตอร์ดัมขึ้นฝั่งเขมร ตั้งชื่อโคโรนา‘โควิด-19’


เพิ่มเพื่อน    

 "อนุทิน" ปัดคำขอ "ผอ.องค์การอนามัยโลก" รับเรือเวสเตอร์ดัมเข้าเทียบท่าไทย ระบุไม่มั่นใจปราศจากเชื้อโคโรนา "ทัพเรือภาค 1" ส่งเรือหลวงภูมิพลประกบดูแลด้านมนุษยธรรม ปัดเข้าสกัดกั้น "นักข่าวยูโรนิวส์" ทวีตกัมพูชาอนุญาตเรือสำราญเวสเตอร์ดัมเข้าจอดที่สีหนุวิลล์แล้ว "สธ." เผยสถานการณ์ไวรัสดีขึ้น ผู้ป่วยคนจีนกลับเพิ่มอีก 1 ราย 

    เมื่อวันที่ 12 ก.พ. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ยืนยันอีกครั้งถึงการขอเข้าเทียบท่าแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ของเรือสำราญเวสเตอร์ดัมว่า เรื่องนี้ทุกอย่างต้องมีการพิจารณา ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ได้ชี้แจงว่าจะให้การพิจารณาด้วยความมีมนุษยธรรมต่อทุกฝ่าย แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนในประเทศด้วย เพราะบุคลากรเราก็มีจำกัด และเรายังไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเรือลำนี้เลย นอกจากข้อมูลจากทางคนที่ติดต่อเข้ามา เช่น เอเยนต์ หรือเจ้าหน้าที่จากประเทศต่างๆ ว่าเรือนี้ปลอดภัย แม้แต่ ผอ.องค์การอนามัยโลกก็โทร.มาหาตนกลางดึก แล้วบอกว่าในเรือทุกคนสุขภาพดี มีคนไทยด้วย ขอให้เรารับเทียบท่า 
    นายอนุทินกล่าวว่า ข้อมูลแค่นี้ยังไม่เพียงพอ ต้องมีอะไรยืนยันที่ชัดเจนกว่านี้ แม้บนเรือจะมีหมอ แต่คนบนเรือมีมากกว่า 2,200 ชีวิต ถามว่ามีใครกล้าพูดหรือไม่ว่าไม่มีโคโรนา เพราะบนเรือก็ไม่มีน้ำยาพิสูจน์เชื้อทางแล็บ จะบอกรออยู่ 14 วันแล้ว ไม่มีคนมีไข้ ข้อมูลแค่นี้ยังไม่เพียงพออนุญาตให้เทียบท่าได้ ซึ่งตนก็ได้ปฏิเสธ ผอ.องค์กรอนามัยโลกไปแล้วหากจะให้เทียบท่าเลย
    "ประเทศไทยเป็นท่าสำรอง ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่ถ้ามีเหตุฉุกเฉินก็มีสิทธิที่จะขอเข้ามา แต่จะให้-ไม่ให้ก็เรื่องของเรา ซึ่งการจะขอเข้าน่านน้ำไทยต้องแจ้งเข้ามาก่อน 24 ชั่วโมง แต่ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งเข้ามา อย่างไรก็ตาม หากถึงเวลาจริงๆ แม้เราไม่อนุญาตก็อาจหันหัวเรือมา เพราะกัปตันอาจตัดสินใจว่าต้องมาหาที่ปลอดภัยก่อน เพราะน้ำมันจะหมด อาหาร น้ำจะหมด ซึ่งหากเจอพายุก็หนักเข้าไปอีก เพราะหากเรือไม่เดินเครื่อง ก็จะดันกับคลื่นไม่ได้ก็ล่ม เป็นหลักธรมชาติที่เราห้ามไม่ได้ แต่คือเทียบท่าและลงจากเรือไม่ได้แน่นอน เพราะเราไม่อนุญาต ซึ่งถ้าเข้ามาแล้วลงไม่ได้ก็อาจขอทอดสมออยู่นอกน่านน้ำไทย แต่ก็มีสิทธิขอรับความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมได้ เราคงไม่ปล่อยให้คนตายโดยที่รู้แล้วไม่ทำอะไร" นายอนุทินกล่าว
    รองนายกฯ กล่าวว่า การดูแลช่วยเหลือตามมนุษยธรรม เช่น หากมีคนป่วย มีความต้องการด้านอาหาร ยารักษาโรค น้ำมันที่ต้องการเดินทางต่อไปยังประเทศถัดไป ก็จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือ ถ้ามีผู้ป่วยหนักจริงๆ ก็ต้องนำเข้ามารักษา แต่ก็มีวิธีการเหมือนการกักกันโรคควบคุมโรคอู่ฮั่น สวมชุดอวกาศไปรับมา แล้วรักษาในเขตปลอดโรค คงไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำ แต่คงไม่ใช่มาถึงเทียบท่าแล้วลงมาเลย แล้วต่อไปประเทศที่ 3 โดยไม่มีการกักกันหรือทำอะไรเลยคงไม่เกิดแน่นอน เพราะถ้าปล่อยอยู่ในเรือก็อาจแพร่ไป 2,000 คน ก็ยิ่งยุ่ง ไปไหนก็ไม่ได้
    "สิ่งสำคัญประเทศไทยไม่ใช่ที่หมายของเรือลำนี้ เขาเป็นเรือสำราญที่ล่องอยู่ เท่าที่ทราบคือฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น พอทุกที่ปฏิเสธเรือเทียบท่า ก็ผ่านไต้หวัน ฮ่องกง เวียดนาม กัมพูชา กว่าจะมาถึงไทย ทำไมไทยต้องมานั่งแบกรับความกดดันตรงนี้ เราก็ต้องดูว่าทำไมประเทศอื่นไม่รับ ทำไมต้องเป็นเรา แต่ว่าตรงไหนที่เราสามารถให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมได้ก็ไม่ลังเล และต้องดูว่าเราจะให้การดูแลได้มากน้อยแค่ไหนเราไม่ต้องการที่จะเป็นเจ้าภาพรับทุกอย่างทั้งที่ประเทศอื่น คนของเขา อย่างที่มีการบอกว่าลำนี้มีสัญชาติอเมริกัน 700 คน ไปที่ประเทศอเมริกามีอธิปไตยได้หรือไม่ เช่น กวม หรือเกาะต่างๆ ที่มีอยู่ ถ้ารับตรงนี้ได้ เราก็สนับสนุนให้เขาไป ส่วนคนไทยเราก็ต้องดูแลเต็มที่เป็นพิเศษ แต่เท่าที่ทราบคือ 19 คนเป็นลูกจ้างของเรือลำนี้ ก็ต้องมีสัญญาเงื่อนไขอะไรที่จะทำกับนายจ้างอยู่แล้ว หวังว่ายังไม่มีการเจ็บป่วยเกิดขึ้น" รองนายกฯ กล่าว
    มีรายงานว่า บรรดาผู้โดยสารที่อยู่บนเรือสำราญเวสเตอร์ดัม ต่างทวีตข้อความระบุว่า กัปตันของเรือรายงานว่า กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทางการไทย องค์การอนามัยโลก (WHO) รัฐบาลสหรัฐอเมริกา แคนาดา เนเธอร์แลนด์ และอื่นๆ ในการพยายามทำงานร่วมกัน เพื่อที่จะได้ขึ้นฝั่ง และขึ้นเครื่องบินโดยสารกลับบ้าน เราหวังว่าขอให้การประสานงานเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อให้เราได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยและโดยเร็วที่สุด
กัมพูชาอนุญาตให้เทียบท่า
    ด้าน พล.ร.ท.สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาทัพเรือภาค 1 ชี้แจงกรณีกองทัพเรือส่งเรือหลวงภูมิพลไปสกัดกั้นเรือสำราญเวสเตอร์ดัมว่า ยอมรับกองทัพเรือส่งเรือหลวงภูมิพลเฝ้าสังเกตการณ์เรือสำราญเวสเตอร์ดัมจริง โดยเป้าหมายไปดูแลด้านมนุษยธรรม หากได้รับการร้องขอ อาทิ น้ำมัน อาหาร น้ำ และยารักษาโรค โดยเบื้องต้นเรือไม่ประสงค์จะเข้าเทียบท่าที่ จ.ชลบุรีแล้ว สำหรับเรือหลวงภูมิพลที่ไปเฝ้าสังเกตการณ์นั้น จะยังคงทำหน้าที่ต่อไป ซึ่งขณะนี้เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดทวิตเตอร์ของผู้สื่อข่าวยูโรนิวส์ใช้นามว่า เทรนต์ เมอร์เรย์ ทวีตข้อความเมื่อเวลาประมาณ 18.40 น. ที่ผ่านมาระบุ เรือสำราญเวสเตอร์ดัมได้รับอนุญาตจากทางการให้เข้าเทียบท่าในกัมพูชา บริษัทฮอลแลนด์อเมริกาเจ้าของเรือ ยืนยันกับนักข่าวรายนี้ว่า เรือจะจอดที่สีหนุวิลล์ในวันพฤหัสบดี (13 ก.พ.)
    ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงความคืบหน้าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ว่า วันนี้ยังไม่พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย ซึ่งทำให้ยังคงมียอดผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันทั้งหมด 33 ราย ส่วนผู้ป่วยที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนั้น แพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 1 ราย ทำให้มียอดคงเหลือผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 22 ราย ส่วนใหญ่อาการดีขึ้น รายที่อาการหนักอยู่สถาบันบำราศนราดูร อาการยังทรงตัว และรักษาหายจนกลับบ้านได้แล้วรวม 11 ราย
    "ในวันนี้คณะแพทย์ได้ให้ผู้ป่วยยืนยันกลับเพิ่ม 1 ราย เป็นชายชาวจีน เข้ารับการรักษาที่สถาบันบำราศฯ ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.2563 ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่พบเชื้อแล้ว ส่วนการติดตามอาการผู้ป่วย 3 ราย ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะอนุญาตให้กลับบ้านได้เร็วๆ นี้ หากผลตรวจเชื้อของห้องปฏิบัติการยืนยันเป็นลบ" นพ.สุวรรณชัยกล่าว
    อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า สำหรับผลการเฝ้าระวังคนไทยที่เดินทางกลับจากอู่ฮั่นที่ฐานทัพเรือสัตหีบ จำนวน 138 คน ซึ่งเข้าสู่วันที่ 8 ขณะนี้เฝ้าระวังอยู่ที่อาคารรับรองสัตหีบ 136 คน ทุกคนสบายดี ไม่มีไข้ ส่วนอีก 2 คนอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์, โรงพยาบาลชลบุรี และโรงพยาบาลสัตหีบ อาการปกติไม่มีไข้ ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ยังเฝ้าระวังติดตามอาการต่อเนื่องจนพ้นระยะเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค โดยในวันนี้จะส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันเชื้อซ้ำอีกครั้ง หากผลเป็นลบจะได้กลับมาพักที่อาคารรับรอง
    วันเดียวกัน ที่กรมควบคุมโรค นพ.สมบัติ แทนประเสริฐสุข นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค ร่วมกับนายณัฐวัฒน์กฤษณามระ อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานในการประชุมหารือความร่วมมือและเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา 19 ที่แพร่ไปในหลายประเทศ โดยมีผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยจาก 62 ประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศและหน่วยงานเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง อาทิ องค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข กรมการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รวม 20 หน่วยงาน เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้
     ที่รัฐสภา นายหยาง ซิน อุปทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับความคืบหน้าการรับมือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019
    ด้านสถานการณ์ภายในจีนเริ่มมีความหวังมากขึ้นว่าการแพร่ระบาดในจีนอาจถึงจุดสูงสุดในเดือนนี้ โดยรายงานของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนเมื่อวันพุธบ่งชี้ว่า จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในมณฑลหูเป่ย์ลดลงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน และยังเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับแต่วันที่ 30 มกราคม โดยตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,015 รายเมื่อวันอังคาร จำนวนผู้ติดเชื้อรวมในจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มเป็น 44,653 ราย วันอังคารยังมีผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มอีก 97 ราย ยอดรวมผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 1,113 ราย แต่โซเชียลมีเดียยังคงคลางแคลงใจต่อความน่าเชื่อถือของตัวเลขของทางการว่าเป็นผลจากการปรับแก้แนวทางในการจำแนกผู้ติดเชื้อของรัฐบาลจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหรือไม่
    ส่วนองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ซึ่งประชุมผู้เชี่ยวชาญอยู่ที่นครเจนีวา ประกาศตั้งชื่อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 อย่างเป็นทางการว่า โควิด-19 (COVID-19) โดย "CO" ย่อมาจากโคโรนา, VI คือไวรัส, D คือโรคติดต่อ และ 19 คือปีที่พบโรคนี้ ดับเบิลยูเอชโอเตือนด้วยว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นภัยคุกคามต่อโลกไม่ต่างจากการก่อการร้าย ขณะที่ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ดับเบิลยูเอชโอ กล่าวว่า โลกต้องตื่นขึ้นและมองว่าไวรัสนี้เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของสาธารณะ โดยคาดว่าการผลิตวัคซีนที่ใช้ได้ผลตัวแรกน่าจะต้องรออีก 18 เดือน
    ผู้ติดเชื้อกลุ่มใหญ่สุดภายนอกจีนคือคนบนเรือสำราญไดมอนด์ปรินเซส ที่ถูกกักกันไว้นอกชายฝั่งโยโกฮามาของญี่ปุ่นเป็นสัปดาห์ที่ 2 โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 39 รายเมื่อวันพุธ หนึ่งในนี้เป็นเจ้าหน้าที่กักกันโรค จำนวนผู้ติดเชื้อบนเรือลำนี้เพิ่มเป็น 175 รายจากผู้คนบนเรือทั้งหมดราว 3,700 ราย.


"การดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ต้องอาศัยรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายกําหนดแหล่งที่มาไว้ตามมาตรา ๖๒

ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์