ล้างแก๊งมังกรจีน จ้างสาวไทยอุ้มบุญ


เพิ่มเพื่อน    


    ตำรวจ ปคม.ร่วมกับหลายหน่วยงาน เปิดปฏิบัติการจู่โจมกวาดล้างองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติแม่อุ้มบุญ ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด 10 จุด จับผู้ต้องหาได้ระดับหัวหน้าแก๊งชาวจีน 2 คน สมุน และหญิงไทยที่รับอุ้มบุญอีกจำนวนหนึ่ง เผยได้ค่าจ้างรายละ 3-4.5 แสนบาท ส่งไปฝังตัวอ่อนที่ลาว อุ้มท้องในไทย ก่อนนำทารกกลับจีน
    เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) และ พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผู้บังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 ร่วมกันสนธิกำลังปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายกลุ่มนายทุนชาวจีนและนายหน้าชาวไทยที่ว่าจ้างหญิงไทยรับจ้างอุ้มบุญ
    ปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักและบริษัทต่างๆ ที่เปิดไว้บังหน้า รวมถึงสถานที่พักอาศัยของกลุ่มแม่อุ้มบุญ รวม 10 แห่ง คือ 1.บ้านเลขที่ 16 ซอยนาคนิวาส 37 แยก 2-3 ถนนนาคนิวาส แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 2.บ้านเลขที่ 15 ซอยนาคนิวาส 37 แยก 2-3 ถนนนาคนิวาส แขวง-เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 3.บ้านเลขที่ 1647 ซอยลาดพร้าว 94 (ปัญจมิตร) แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 4.บ้านเลขที่ 1659/1 ซอยลาดพร้าว 94 (ปัญจมิตร) แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 5.บ้านเลขที่ 1375 ซอยลาดพร้าว 94 (ปัญจมิตร) แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 6.บ้านเลขที่ 92/21 หมู่บ้านชัยพฤกษ์ ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 7.บ้านเลขที่ 20/307 ซอยกำนันแม้น 23 แยก 24 ถนนเอกชัย แขวง-เขตบางบอน กรุงเทพฯ 8.บ้านเลขที่ 59/179 หมู่บ้านพนาสนธิ์ 3 ซอยนิมิตใหม่ 3/2 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ 9.บ้านเลขที่ 49/38 หมู่บ้าน KC Garden Home 18 ซอยนิมิตรใหม่ 40 แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ และ 10.บ้านเลขที่ 47 ม.6 ต.สามเรือน อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย 
    จากการปิดล้อมตรวจค้นจับกุมตัวผู้ต้องหารายสำคัญในขบวนการได้ทั้งหมด ซึ่งมีทั้งชาวจีน 2 ราย และไทย 7 ราย ตามหมายจับรวมจำนวน 9 ราย ส่วนผู้ต้องหารายที่ 10 ยังหลบหนีอยู่ต่างประเทศ ทั้งหมดถูกตั้งข้อหา "สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" ข้อหา "ร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า" และข้อหา "ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาหรือไขข่าวให้แพร่หลายด้วยประการใดๆ เกี่ยวกับการตั้งครรภ์แทนว่ามีหญิงที่ประสงค์จะเป็นผู้รับตั้งครรภ์แทนผู้อื่น หรือมีบุคคลที่ประสงค์จะให้หญิงอื่นเป็นผู้รับตั้งครรภ์แทน ไม่ว่าจะได้กระทำเพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือไม่ก็ตาม
    พล.ต.ต.ต่อศักดิ์กล่าวว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ได้ร้องทุกข์กับตำรวจ บก.ปคม. เกี่ยวกับการรับจ้างตั้งครรภ์แทนโดยผิดกฎหมาย มีลักษณะเป็นเครือข่ายขบวนการขนาดใหญ่ที่มีการกระทำผิดในลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ 2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคม.จึงดำเนินการสืบสวนสอบสวนจนทราบว่ากลุ่มนายทุนสัญชาติจีนเป็นหัวหน้าขบวนการอุ้มบุญข้ามชาติ ได้ว่าจ้างกลุ่มนายหน้าซึ่งเป็นคนไทยติดต่อแนะนำ ชักชวนให้หญิงไทยมารับจ้างตั้งครรภ์แทน โดยจะได้รับค่าจ้าง 300,000-450,000 บาทต่อการตั้งครรภ์แทน 1 ครั้ง หากหญิงไทยตกลง กลุ่มนายหน้าจะแบ่งหน้าที่กันทำงาน โดยพาหญิงไทยเดินทางไปปลูกฝังตัวอ่อนที่คลินิกในประเทศลาวและกัมพูชา หลังจากนั้นจะพามาฝากครรภ์และคลอดบุตรที่โรงพยาบาลในประเทศไทย
    พล.ต.ต.ต่อศักดิ์กล่าวว่า บางครั้งกลุ่มนายหน้าจะพาหญิงไทยที่รับจ้างตั้งครรภ์แทนเดินทางไปคลอดบุตรที่ประเทศจีน โดยกลุ่มนายหน้าเหล่านี้จะเป็นผู้ดำเนินการเอกสารการคลอด ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมด หลังจากนั้นจะพาเด็กที่เกิดจากการรับจ้างอุ้มบุญเดินทางไปส่งให้กับบุคคลที่อ้างว่าเป็นพ่อที่ประเทศจีน และเมื่อตรวจสอบข้อมูลการเดินทางของเด็กที่นำไปส่งที่ประเทศจีน ก็ไม่พบข้อมูลการเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทย เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมดแล้วหญิงไทยที่รับจ้างตั้งครรภ์แทนจึงจะได้รับค่าตอบแทน
    "จากการสืบสวนพบกลุ่มผู้กระทำความผิดเปิดบริษัทบังหน้า เพื่อปกปิดการกระทำความผิดในการว่าจ้างหญิงไทยตั้งครรภ์แทน ตั้งแต่ปี 2555 โดยพบข้อมูลหญิงที่รับจ้างตั้งครรภ์แทนจำนวนมาก ซึ่งกระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เบื้องต้นคาดว่าไม่ต่ำกว่า 100 ราย และในวันนี้ก็ได้นำหญิงที่รับจ้างอุ้มบุญในเขต จ.ปทุมธานี มาสอบสวนขยายผล 8 ราย และยังพบอีกว่ามีเด็กอุ้มบุญถูกแจ้งเกิด นำรายชื่อไปใส่ในทะเบียนบ้านของผู้ต้องหา 15 ราย สำหรับเด็กที่คลอดมาแล้วตรวจสอบพบว่าถูกส่งไปให้พ่อที่ประเทศจีนแล้ว เบื้องต้นคาดว่าไม่ต่ำกว่า 50 ราย" รอง ผบช.ก.ระบุ และว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจยึดทรัพย์สินของกลุ่มผู้กระทำผิด รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
    ขณะที่นายธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตดำเนินการอุ้มบุญมีทั้งหมด 94 แห่งทั่วประเทศ คดีนี้พบว่าสถานพยาบาลเกี่ยวข้อง 9 แห่ง มีทั้งโรงพยาบาลและคลินิก จะตรวจสอบขยายผลและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สำหรับการจับกุมครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากสถานการณ์โรคปอดอักเสบระบาดในประเทศจีน จากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุใหม่ 2019 หรือไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้เด็กอุ้มบุญบางส่วนยังไม่ถูกนำตัวส่งไปให้พ่อที่ประเทศจีน เนื่องจากมีมาตรการสั่งปิดเมืองที่เข้มงวด
    นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวถึงการจับกุมขบวนการรับจ้างอุ้มบุญซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องทั้งชาวจีนและชาวไทย ว่า เรื่องนี้แพทยสภาเพิ่งรับทราบ อยู่ระหว่างการขอข้อมูลจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ว่ามีแพทย์เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้หรือไม่ ขัดกับ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 (กฎหมายอุ้มบุญ) หรือไม่ เบื้องต้นทราบว่ามีการไปทำอุ้มบุญที่ต่างประเทศ แถบประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งหากพบว่ามีแพทย์เข้าไปเกี่ยวข้อง ในส่วนของแพทยสภาก็จะพิจารณาลงโทษได้ในลักษณะภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ และเพิกถอนใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ โดยพิจารณาเป็นรายกรณี นอกจากนี้ก็จะไปเกี่ยวข้องกับความผิดทางอาญา มีโทษทั้งจำทั้งปรับด้วย แต่ปัญหาคดีพวกนี้สอบสวนเอาผิดยาก เพราะส่วนใหญ่สมยอม
    นพ.อิทธพรกล่าวว่า ก่อนจะมีการแก้ไขกฎหมายอุ้มบุญ พบว่ามีการกระทำความผิดและเข้าสู่การพิจารณาของแพทยสภาจำนวนหนึ่ง และมีการลงโทษโดยการเพิกถอนใบอนุญาต เนื่องจากมีพฤติกรรมรู้อยู่แก่ใจ เจตนา และมีผลประโยชน์ร่วมด้วย นอกจากนี้ ก็มีเคสที่พักใช้ใบอนุญาต เนื่องจากทำอุ้มบุญ แต่ไม่รู้ว่ามีกระบวนการรับจ้างอุ้มบุญอยู่ และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของแพทยสภา 5 ราย ในจำนวนนี้มี 2 รายที่การพิจารณาใกล้จะแล้วเสร็จ อย่างไรก็ตาม หลังมีการปรับแก้กฎหมายอุ้มบุญแล้วคดีเหล่านี้น้อยมาก ส่วนตัวมองว่ากฎหมายค่อนข้างเข้มแข็ง และคุ้มครองเด็ก การจะอุ้มบุญต้องขออนุญาต ต้องมีคนรับดูแลเด็กที่ชัดเจน.


เนี่ย.......... ด้วยตำแหน่ง "โฆษกรัฐบาล"! ถ้าจะตำหนิ "นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์" ก็ต้องตำหนิกันในเรื่องนี้แหละ คือเรื่องการใช้มาตรการควบคุมโควิดกับบุคคลต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศช่วงนี้

'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'