"ออมสิน" ในปริศนา "เสี่ยสั่ง"


เพิ่มเพื่อน    

                ชีวิตต้อง "ไปต่อ" ครับ!

                "สุข-ทุกข์-ยิ้ม-เยาะ-หัวเราะ-ร้องไห้" แค่มายาหลอนรายทาง

                ถ้าจมอยู่กับมันนานๆ

                จะเกิดภาวะ "ติดสุข-จมทุกข์" รังแต่กระซ่านและซึมเซา

                ฉะนั้น วันนี้ มาเปลี่ยนรสชาติด้วย "ทุกข์ใหม่" กันดีกว่า คือ ๒-๓ วันก่อน ผมทิ้งท้ายว่า.......

                จะคุยเรื่องการสรรหา "ผู้อำนวยการออมสิน" คนใหม่แทน "ดร.ชาติชาย พยุหนาวีชัย" ผอ.ที่จะครบวาระ มิ.ย.นี้

                แต่มาถึงตอนนี้.....

                เอะ...ชักจะยังไงชอบกล?

                ข่าวคราวจากทั้ง "วงนอก-วงใน" เรื่อง ผอ.ออมสิน "คนใหม่" เซ็งแซ่ว่า เสี่ยสุรายาเมา ชี้นิ้ว จะให้คนในเครือมานั่ง

                พอเขาเอ่ยชื่อเสี่ย ผม "ทุกข์แทน" นายกฯ ติดหมัด!

                มันอะไรกันนักหนา......

                จะเอาถึงขนาด "กวาดหมด" ไม่เว้นของราษฎร์-ของหลวง ทะลวงถึง "ออมสิน" ขนาดนั้นเชียวหรือ?

                ท่านนายกฯ ดูเรื่องนี้หน่อยก็ดีครับ

                จริง-ไม่จริง ไม่รู้ แต่มันมีเค้า

                ถ้าประกาศชื่อ ผอ.คนใหม่ออกมาว่า...ใช่ แร้งทั้งฝูง มัน "ลงทึ้ง" นายกฯ แน่

                เพราะทุกอย่าง "เจือสม" กันเหลือเกิน!

                ยุคนี้ เป็นยุค "สื่อสารไอทีครองโลก" อะไรที่มลังเมลือง จะถูกเปิดหมด นายกฯ ก็จะตกที่นั่ง "ทุกข์ซ้ำ-กรรมซัด-วิบัติเป็น"

                คือมันมีเค้าลางแต่แรก .....

                สหภาพฯ ออมสินออกมาเคลื่อนไหว ต่อต้านผู้จัดการแบงก์รัฐวิสาหกิจคนหนึ่ง ที่ข้ามห้วยมาสมัครนั่งออมสิน

                ชูประเด็น "ต่อต้านคนนอก"

                ต้องการ "คนใน" อย่างน้อยต้องเป็น "เลือดเนื้อเชื้อไข" ออมสิน ไม่เอาที่เหาะข้ามหัว ชนิด "เสี่ยส่งมา"

                "คนใน" ที่สหภาพฯ หมายอยาก เป็น "รองผู้อำนวยการออมสิน" ปัจจุบันท่านหนึ่ง และจะลงสมัครเข้ากระบวนการสรรหาด้วย

                ความเป็นมาคร่าวๆ แบบนี้

                ผมจึงรอดูว่า เมื่อครบกำหนด "ปิดรับสมัคร" ๗ ก.พ. มีใครต่อใครลงสมัครกันบ้าง?

                ก็พิลึกอย่างว่า ของต้องแบกระจาด แต่ออมสิน "ย้อนยุค" เอากระจาดไปกระจุกซ่อน

                ไม่แถลง ไม่ประกาศ..........

                ว่ามีใครสมัครบ้าง กี่คน จะเข้ากระบวนการสรรหากันเมื่อไหร่ ประกาศผลวันไหน?

                นี่ ยิ่งทำให้เสียงลือ-เสียงเล่าอ้าง "ใบสั่งเสี่ย" ล็อกคน-ล็อกเก้าอี้ มีน้ำหนักมากขึ้น

                สรุปแล้ว ถึงวันนี้ ข่าวสารสู่สาธารณะยังไม่มีเลยว่า ใครสมัครกันบ้าง?

                มีแต่พูดกัน "รอง ผอ.ออมสิน" ที่สหภาพฯ สนับสนุนและเก็งกันว่า "ต้องคนนี้" นั้น

                สุดท้าย "ไม่ลงสมัคร" หลีกทางให้ประมาณนั้น!

                ก็เหลือ ๒ ตัวคั่ว ที่เป็นข่าวหน้าหนังสือพิมพ์มาแต่ต้นปี คือ

                -นายฉัตรชัย ศิริไล ผจก.ธนาคารอาคารสงเคราะห์

                -นายวิทัย รัตนากร เลขาฯ กบข.คนปัจจุบัน

                ถามนักข่าว เขาบอก มี ๓ หรือ ๔ คน ไม่แน่ใจ ที่แน่ๆ ก็ ๒ คนนี้แหละ

                ก็หมายความว่า..........

                ๑ ใน ๒ คน นี่แหละ "คนใด-คนหนึ่ง" จะขึ้นเป็น "ผู้อำนวยการออมสิน" ต่อจาก ดร.ชาติชาย!

                ผมเคยบอกแต่วันก่อน 

                ทั้งสองคนนี้ การศึกษาทั้งในและนอกดีทั้งคู่ อายุอยู่ในช่วงฉกาจฉกรรจ์พอกัน วิสัยทัศน์บริหารรุ่นใหม่ ใช้เป็นกำลังหลักในกระบวนการดิสรัปต์ประเทศได้ทั้งคู่

                แต่เมื่อดูด้านประสบการณ์ ผลงาน เชิงชั้น อาวุโสพรรษา และความโปร่งในด้านธรรมาภิบาล

                "นายวิทัย รัตนากร"

                เศรษฐศาสตร์ ตรี-โท ทั้งธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ต่อด้วยสหรัฐฯ คนนี้ ต้องบอกว่า

                "บ่ม-เพาะ" มาได้ที่.....

                เหมาะสมเก้าอี้ "ผอ.ออมสิน" แล้ว!

                ถ้าเป็นฟุตบอล แบงก์ออมสิน อยู่ระดับพรีเมียร์ลีก เป็นแบงก์รัฐวิสาหกิจก็จริง แต่ศักยภาพเท่าแบงก์พาณิชย์ทั่วไป

                จะเหนือกว่าด้วยซ้ำ

                นอกจากประกอบธุรกิจ-ธุรกรรมการเงินได้เหมือนแบงก์พาณิชย์แล้ว

                ออมสินยังทำในด้านที่แบงก์พาณิชย์ไม่สามารถทำได้อีกหลายอย่าง เช่น การออกสลากออมสิน เป็นต้น

                ออมสินเหมือน "ยักษ์ในตะเกียง"

                ศักยภาพที่ยังไม่นำออกมาใช้...เพียบ!

                ยุค ผอ.คนปัจจุบัน "ดร.ชาติชาย" ขนาดแตะๆ ไม่ถึงขั้นขัดถู ยังสามารถปลุกยักษ์ตื่น

                ออมสินจากที่ฝังภาพตัวเองอยู่กับเด็ก, คนแก่และของตาย แต่ ดร.ชาติชายทำให้ออมสิน "เวิลด์ไวด์-ไฮเทค"

                สภาพตกท้องช้างหายไป

                ขณะนี้ ออมสินสามารถ "กินหัว-กินหาง-กินกลางได้ตลอดทั้งตัว" ขนาดนั้น!

                แต่........

                ออมสิน "ยังไปได้อีก" ถ้ารัฐบาล "ใช้เป็น" และเลือกคนถึง

                ด้วยศักยภาพยักษ์ในตะเกียงของออมสิน สามารถดึงมาพัฒนา, เสริมสร้าง, แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างประเทศได้มากเหนือคิด

                ทั้งที่หมักหมม และทั้งบุกเบิกไปข้างหน้าสู่ศตวรรษที่ ๒๑ ชนิดแม่นเป้า

                ขอเพียงรองฯ สมคิด รัฐมนตรีอุตตม และนายกฯ "เลือกคนให้ถูกกับงานเท่านั้น"

                แต่ถ้าเลือกแบบ "ถูกใจเสี่ย" ก็ไม่มีใครทำอะไรท่านได้ เพราะท่าน "ทำตัวเอง" แล้ว!

                นายวิทัยคนนี้แหละ "ถูกคน-ถูกงาน"

                ผมพูดบนฐานอะไรน่ะหรือ คำตอบคือ "ผลสำเร็จ" ที่เป็นรูปธรรม จับต้องได้

                จากแต่ละงาน ที่นายวิทัยไปแก้ไข ไปผ่าตัด ไปวางระบบบริหารทุนธุรกิจ และการเงิน หลายๆ แห่ง

                เหล่านั้น สั่งสมเป็นประสบการณ์ เพิ่มพูนชั้นและบารมี ว่านายวิทัยคู่ควรระดับ "พรีเมียร์ลีก" แล้ว

                "นกแอร์" แรกๆ ฐานะการเงินไม่อยู่ในสภาพจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้

                เพราะนายวิทัยเข้าไปวิจัย-วิเคราะห์ จัดระบบบริหารเงินให้ นั่นแหละ ช่วงนั้น ถึงมีกำไร ได้เข้าตลาด

                และนายวิทัย ใช่อื่นไกล "เลือดเนื้อเชื้อไขออมสิน" เพราะเป็น "รอง ผอ.ออมสิน" มาก่อน               

                แต่ตอนไอแบงก์ หรือ "ธนาคารอิสลาม" พบปัญหาขาดสภาพคล่อง หนี้เสียท่วมท้น

                รัฐบาลก็ส่ง "วิศวกรการเงิน" คือนายวิทัย เข้าไปแก้ไข จนไอแบงก์ หายไอ

                เสียงใส แถมมีกำไร จนกล่าวขาน "วิทัยเทพ" โดยแท้!

                ในอีกหลายสถาบันการเงิน-การทุน รวมถึงการค้า ที่นายวิทัยเข้าไปร่วมบริหาร

                ความเป็นนักผ่าตัด นักวิเคราะห์โรคการเงิน วิสัยทัศน์มองทะลุขาด ของนายวิทัยนี่แหละ ประสบการณ์ถูกหลอมเป็นผลึก

                มีปัญหาตรงไหน-ทีไร รัฐบาลต้อง "วิทัย" ทุกที

                เพราะอย่างนั้น ปี ๖๑

                กระทรวงคลัง จึงเรียกวิทัยจากไอแบงก์ไปเป็นเลขาฯ กบข. "กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ" บริหารเงินเฉียดล้านล้านบาท/ปี

                เพราะตอนนั้น สมาชิกวอแวเหลือเกิน ไม่มั่นใจบริหาร กลัวเงินต้นหาย-กำไรสูญ

                ในภาวะเสี่ยงและผันผวน ใครเอาเงินไปหากำไรได้ซัก ๒-๓% ก็เก่งแล้ว แต่กบข.ผลตอบแทน ๔% ขึ้น ทุกปี

                จนปี ๖๒ ล่าสุด.......

                วิทัยสามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนสำหรับสมาชิก กบข.ได้ถึง ๕.๗๓%!

                "จุดชี้ขาด" ที่ทำให้ผมฟันธง "นายวิทัยคู่ควรกับตำแหน่ง ผอ.ออมสิน" ไม่ใช่ตรงนี้โดยตรง

                หากแต่ ภายใต้การบริหารโปร่งใส ตรวจสอบได้ ของนายวิทัย

                กบข.ได้รับประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA)

                ๙๔.๓๗ คือคะแนน

                อันดับ ๑ ของหน่วยงานประเภทกองทุนรัฐ

                จากจำนวนหน่วยงานที่เข้าร่วมประเมินทั้งหมด ๘,๒๙๙ หน่วย

                กบข.เกรด A

                เกรด A ธรรมาธิบาล "วิทัยบริหาร" ตรงนี้ ผมถือเป็น "คะแนนชี้ขาด"

                สมที่เป็นลูกชาย "ท่านโสภณ รัตนากร" อดีตประธานศาลฎีกา และอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม

                พูดกันไปไยมี นายวิทัยฝึกวิทยายุทธ์บริหารการเงินมาแต่เด็กด้วยซ้ำ

                เพราะคุณแม่คือ "คุณสิริลักษณ์ รัตนากร" เป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์หญิง "คนแรก" ราวๆ พ.ศ.๒๗-๒๘

                เนี่ย.....

                ที่แจงยิบ อยากให้เห็น "คุณสมบัติประเสริฐ" ด้านธรรมาภิบาล อันหายากยิ่ง ในหมู่นักบริหารรัฐ-เอกชนปัจจุบัน

                เพื่อทั้งคณะกรรมการสรรหา ทั้งรัฐมนตรีคลัง รวมถึงรองนายกฯ สมคิด และนายกฯ ประยุทธ์

                ใช้ประกอบ "ชั่งคน-ชั่งใจ" ในการเลือกมานั่งออมสิน

                "ชั่งเสี่ย" ซะมั่งก็ได้...........

                สังคมเขายิ่งนินทา ๕-๖ ปีมา รวยกันเฉพาะ ๕ ตระกูล!. 


"การดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ต้องอาศัยรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายกําหนดแหล่งที่มาไว้ตามมาตรา ๖๒

ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์