สางธุรกิจค่ายทหาร ‘บิ๊กแดง’ผุด2คณะทำงาน17กุมภาเริ่มเยียวยาเหยื่อ


เพิ่มเพื่อน    

  "ประวิตร" ไม่ห้าม "อนค." จัดเวทีปฏิรูปกองทัพ แต่ถ้าทำผิด กม.ดำเนินคดี ยันย้ายออกจากบ้านหลวงแล้ว "บิ๊กแดง" สั่งเจ้ากรมสวัสดิการทหารสอบธุรกิจในค่ายทหารทั้งหมด ลั่นพบพิรุธฟันไม่เลี้ยง "เทพไท" ชงสภาตั้ง กมธ.วิสามัญฯ สังคายนาพื้นที่ทหาร "พท." ยังไม่เลิกตามบี้ "นายกฯ-ผบ.ทบ." รับผิดชอบ "รัฐบาล" เคาะ 17 ก.พ.จ่ายเยียวยาผู้เสียชีวิตโคราช พร้อมผุดอีเวนต์เรียกความเชื่อมั่น "สธ." ห่วงสุขภาพจิต พบ 274 คนยังเครียดสูง

    เมื่อวันที่ 14 ก.พ. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เตรียมจัดกิจกรรม “จากโคราชสู่การปฏิรูปกองทัพ” ตามนโยบายปฏิรูปกองทัพที่พรรคเคยเสนอไว้ในวันที่ 15 ก.พ.63 ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ว่าต้องดูเขาทำผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าทำผิดก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย 
    ถามว่าจะกระตุ้นให้ประชาชนเพ่งเล็งกองทัพมากขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรบอกสั้นๆ ว่า ไม่หรอก
    พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงแนวคิด พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. จะให้นายทหารที่เกษียณราชการย้ายออกจากบ้านหลวง ยกเว้นทหารเกษียณที่ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติว่า ก็แล้วแต่กองทัพบก 
    "ในส่วนของผมเองนั้นไม่ได้อยู่แล้ว แต่ใช้เป็นมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด" พล.อ.ประวิตรกล่าว
    ขณะที่ พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก (ทบ.) กล่าวถึงกรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม งัดหลักฐานและข้อความจากนายทหารชั้นผู้น้อยรายหนึ่งระบุเปิดหลักฐานโครงการบ้านสวัสดิการบ้านทหารชั้นผู้น้อย จ.ลพบุรี เป็นหลักฐานที่มีทั้งเงินทอนและเงินค่าดำเนินการที่มีคนอมไปจากทหารชั้นผู้น้อยว่า กองทัพบกยินดีรับฟังข้อมูล และหากนายอัจฉริยะส่งเรื่องนี้มา หรือจะเป็นกำลังพลที่ได้รับความเดือดร้อนส่งเรื่องมาที่กองทัพบก ก็จะรับเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ เพราะถือเป็นนโยบายของกองทัพบก 
    "พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ไม่ต้องการให้ใครมาแสวงหาผลประโยชน์ หรือสร้างความเดือดร้อนให้กับกำลังพลของเรา กรณีดังกล่าวยังไม่ทราบว่าผู้เดือดร้อนนั้นเคยมีการร้องเรียนผ่านช่องทางปกติไปยังหน่วยต้นสังกัดหรือที่ส่วนกลางกองทัพบกหรือไม่ นอกจากนี้ กองทัพบกมีช่องทางเปิดรับเรื่องร้องเรียนทางเว็บไซต์อยู่แล้ว แต่หากผู้เดือดร้อนไม่เคยร้องเรียนมา และเป็นเรื่องใหม่ อีกทั้งได้ยื่นให้ทางชมรมทนายความฯ หรือนำข้อมูลไปปรากฏทางสื่อสังคมออนไลน์ ขอให้ส่งมาที่กองทัพบก เรายินดีที่จะตรวจสอบให้" รองโฆษก ทบ.กล่าว
    มีรายงานว่า พล.อ.อภิรัชต์สั่งการไปยัง พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 ให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์กราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา พร้อมกำชับให้ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา นอกจากนี้ยังได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา 2 ชุด โดยชุดแรกจะให้ พล.ต.ราชิต อรุณรังษี เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก เข้าไปตรวจสอบเกี่ยวกับสวัสดิการของกำลังพล ร้านค้าสวัสดิการ รวมถึงธุรกิจในค่ายทหารทั้งหมด ซึ่งหากพบผิดปกติจะต้องรายงานให้ทราบทันที ส่วนชุดที่สอง ให้ พล.ท.อยุทธ์ ศรีวิเศษ เจ้ากรมกำลังพลทหารบก รับผิดชอบในการดำเนินการกับกำลังพลที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับธุรกิจในค่ายทหาร
    "ผบ.ทบ.ย้ำให้ตรวจสอบทุกโครงการภายใต้การขับเคลื่อนงานของกองทัพบก ซึ่งหากพบข้อพิรุธหรือผิดปกติจะสั่งให้ยุติทันที ซึ่งเบื้องต้นทางเจ้ากรมสวัสดิการทหารบกได้รายงานเกี่ยวกับธุรกิจในค่ายทหารให้กับผู้บัญชาการทหารบกแล้ว โดยได้สรุปจากทุกกองทัพภาค พบมีธุรกิจในค่ายทหารที่จะต้องบูรณาเป็นเชิงพาณิชย์ รวมประมาณกว่า 40 แห่ง ซึ่งในวันจันทร์ที่ 17 ก.พ. ผบ.ทบ.จะได้ร่วมลงนามกับกระทรวงการคลังและกรมธนารักษ์ รวมถึงจะชี้แจงผลคืบหน้ารายละเอียดเกี่ยวกับการจัดระเบียบพื้นที่ต่างๆ ของกองทัพบก ตามที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ รวมถึงเปิดศูนย์คอลเซ็นเตอร์รับเรื่องร้องเรียนที่กำลังพลได้รับผลกระทบ" แหล่งข่าวระบุ
พท.ข้องใจตามซัด'บิ๊กแดง'
    ที่รัฐสภา นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นญัตติด่วนต่อนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหาสถานที่ก่อสร้างศูนย์ราชการแห่งใหม่ 
    นายเทพไทกล่าวว่า การหาสถานที่ก่อสร้างศูนย์ราชการแห่งใหม่ให้หน่วยราชการที่กระจัดกระจายอยู่แต่ละที่มาอยู่รวมกันในที่เดียวเพื่อความสะดวก ประกอบกับ พล.อ.อภิรัชต์มีนโยบายปฏิรูปกองทัพ จึงจะเสนอให้ใช้พื้นที่กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 กองพลพลาธิการที่ 1 กองสรรพาวุธเบากองพลที่ 1 ซึ่งอยู่ใกล้กับศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และค่ายทหารทั้งหมด 17 แห่งที่อยู่บริเวณรัฐสภา เกียกกาย เนื่องจากมองว่าหน่วยทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ในเขตเมือง จึงได้ยื่นญัตติด่วนดังกล่าวต่อเลขาฯ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งต่อให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร บรรจุในระเบียบวาระต่อไป
    ส่วนนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.อภิรัชต์จะล้างบางธุรกิจมืดในกองทัพว่า ประชาชนสงสัยการที่ พล.อ.อภิรัชต์พยายามจุดประเด็นเรื่องการปฏิรูปกองทัพ ล้างบางธุรกิจมืดในกองทัพ เป็นการเบี่ยงประเด็นที่ตัวเองกำลังถูกกระแสสังคมกดดันอย่างหนักให้แสดงความรับผิดชอบกรณีจ่าคลั่งหรือไม่ น้ำตาจากการร่ำไห้ขณะแถลงข่าวไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น กรณีเหตุกราดยิงโคราชจากจุดที่คนร้ายลงมือก่อเหตุในจุดแรก ไปจนถึงห้างเทอร์มินอล 21 ที่กินเวลากว่า 2 ชั่วโมง ประชาชนสงสัยว่ากองทัพได้ดำเนินการยับยั้งกำลังพลของตัวเองอย่างสุดความสามารถแล้วหรือไม่ หากกองทัพสามารถจัดการแก้ปัญหาอันเกิดจากกำลังพลของตัวเองได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดปัญหาคงไม่บานปลายใหญ่โตขนาดนี้ 
    "ประชาชนอยากเห็นการแสดงความรับผิดชอบโดยการลาออกมากกว่าการออกมาแถลงทั้งน้ำตาโดยไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ ไม่เฉพาะ ผบ.ทบ. แต่ต้องรวมถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ต้องประกาศลาออกด้วย" โฆษกพรรค พท.กล่าว
    ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมและงานพระราชทานเพลิงศพผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา และได้สัมผัสรับรู้ถึงความรู้สึกโศกเศร้าสูญเสียของครอบครัวและญาติมิตรผู้เสียชีวิต โดยได้พูดคุยปลอบขวัญและให้กำลังใจแก่ครอบครัว พร้อมกับย้ำว่าจะดูแลอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะเมื่อเห็นลูกหลานที่ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า ก็ยิ่งสะเทือนใจ ล่าสุดได้แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่ จ.นครราชสีมา โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบ 2 กลุ่ม คือ 1.ตำรวจ ทหาร พลเรือน เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ 2.ราษฎรที่ประสบเหตุ ซึ่งจะดูแลในแบบเดียวกันทั้งกรณีการเสียชีวิต บาดเจ็บสาหัส บาดเจ็บไม่สาหัส และสุขภาพจิต รวมไปถึงเรื่องทรัพย์สินที่เสียหายด้วย โดยทั้งหมดนี้จะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว หากมีสิ่งใดที่ยังขาดเหลือ ขอให้ประชาชนแจ้งไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรัฐบาลได้ทันที และยังได้ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันแสดงน้ำใจและช่วยเหลือผู้ที่สูญเสียด้วย
    "นายกฯ ยังได้เน้นย้ำถึงการป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ขึ้นอีก โดยให้ความสำคัญกับต้นตอของปัญหาที่อาจเกิดจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ จึงต้องสังคายนาให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด ซึ่งขณะนี้ทางกองทัพกำลังดำเนินการอยู่ ขณะเดียวกันได้กำชับให้ทุกส่วนราชการไปติดตามดูแลเรื่องสภาพความเป็นอยู่และสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ให้ถูกต้องเหมาะสม เป็นธรรม เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่ต้องแก้ไขปรับปรุงอย่างจริงจัง พร้อมทั้งขอให้ประชาชนช่วยกันสังเกตสอดส่องดูแลทั้งคนในครอบครัวและสังคมรอบตัวด้วย" โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
รบ.เริ่มจ่ายเยียวยา 17 ก.พ.
    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่จังหวัดนครราชสีมา กล่าวถึงการจ่ายเงินเยียวยาในส่วนของรัฐบาลตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ได้กำชับหน่วยงานเกี่ยวข้องว่าพิจารณารายละเอียดต่างๆ เรียบร้อย ให้เบิกจ่ายตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.นี้ทันที และให้เร่งเบิกจ่ายให้กับผู้สูญเสียทั้งหมดให้ครบภายใน 7 วัน เพราะบางครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัว จะได้บรรเทาเยียวยาความเดือดร้อนไปได้ 
    “นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงและกำชับให้เร่งจ่ายเงินโดยเร็ว ให้ทั่วถึง โปร่งใส และอย่าให้รั่วไหล ผู้เสียหายสามารถตรวจสอบได้ และผมได้กำชับไปแล้วให้พิมพ์รายชื่อทุกคน ทุกรายการเบิกจ่ายและรายละเอียดต่างๆ สำหรับผู้ที่บาดเจ็บและเสียชีวิตไว้ให้ครบห้ามตกหล่น” นายวิษณุกล่าว
    นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มติการจ่ายเงินเยียวยาให้แก่ผู้เสียชีวิต 27 ราย ไม่ครอบคลุมผู้ก่อเหตุและคู่กรณี 3 ราย รายละ 1 ล้านบาท ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส รายละ 200,000 บาท และผู้บาดเจ็บไม่สาหัส รายละ 100,000 บาท คาดว่าจะใช้เงินทั้งสิ้นประมาณ 37 ล้านบาท แบ่งเป็นผู้เสียชีวิต 27 ล้านบาท และผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 ล้านบาท โดยวงเงินดังกล่าวจะส่งไปยังจังหวัดนครราชสีมา ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บริหารจัดการ ซึ่งวงเงินนี้ยังไม่รวมกับเงินบริจาค และสิทธิประโยชน์จากหน่วยงานต่างๆ ที่แต่ละรายจะได้รับจากหน่วยงานต้นสังกัด 
    "คาดว่าจะสามารถส่งเงินให้กับทางจังหวัดได้ในวันที่ 17 ก.พ.นี้ และจะมอบเงินให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตได้ทันที ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ จะได้รับมอบเงินอย่างช้าไม่เกินวันที่ 18 ก.พ." นายเทวัญกล่าว 
    ถามว่า พล.อ.ประยุทธ์จะไปมอบเงินเยียวยาด้วยตนเองหรือไม่ นายเทวัญกล่าวว่า "ก็ต้องดูท่านก่อน ผมได้เสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา ให้จัดกิจกรรมใหญ่ๆ เช่น งานอีเวนต์ที่เกี่ยวข้องกับกีฬา การดนตรี งานสัมมนา เป็นต้น โดยรัฐบาลจะเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน และสิ่งสำคัญคือการจัดงานทำบุญครั้งใหญ่ให้แก่ชาวโคราช นอกจากนี้ได้ขอความร่วมมือสื่อของรัฐและช่องต่างๆ ช่วยกันประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด รวมถึงผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยด้วย" รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าว 
    ขณะที่ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงความคืบหน้าการดูแลด้านจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุกราดยิง ที่ จ.นครราชสีมา ว่าผลการดำเนินงานของทีมเยียวยาจิตใจในภาวะวิกฤติ (MCATT) สะสมตั้งแต่วันที่ 8-13 ก.พ. พบผู้ที่มีความเครียดสูง ต้องได้รับการดูแลประคับประคองจิตใจอย่างต่อเนื่องรวมทั้งหมด 274 คน คิดเป็นร้อยละ 13.09 ของจำนวนที่ได้รับการตรวจทั้งหมด 2,093 คน แบ่งเป็นกลุ่มญาติของผู้เสียชีวิต กลุ่มผู้บาดเจ็บและญาติ จำนวน 118 คน เป็นกลุ่มผู้ที่อยู่ภายในห้างเทอร์มินอลและผู้ที่เห็นเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ จำนวน 114 คน ที่เหลืออีก 42 คน เป็นประชาชนที่เครียดจากการติดตามข่าวสารตามสื่อต่างๆ ตั้งแต่วันเกิดเหตุ 
     อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า วันที่ 14 ก.พ. ได้ปรับแผนการทำงาน 2 ส่วนคือ 1.ตั้งคลินิกหมอใจภาคสนาม ประจำที่ห้างเทอร์มินอล 21 คล้ายเป็น รพ.จิตเวชขนาดย่อย ตั้งอยู่ที่ชั้น G ของห้าง จัดผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา ทั้งจิตแพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ พยาบาลจิตเวช เภสัชกร เป็นต้น พร้อมเวชภัณฑ์ยาจำเป็น และรถพยาบาล ในเบื้องต้นประจำการ 2 สัปดาห์ก่อน เพื่อบริการทั้งตรวจความเครียด ปรึกษาปัญหาทางจิตใจต่างๆ ฟรี เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 2.เร่งขยายผลบริการให้ครอบคลุมชุมชนในจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ครั้งนี้ให้ได้มากที่สุด. 
         


"การดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ต้องอาศัยรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายกําหนดแหล่งที่มาไว้ตามมาตรา ๖๒

ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์