‘ผบ.ทบ.’จัดแถวกองทัพ! ส่งบิ๊กทหาร4ภาคริื้อใหญ่


เพิ่มเพื่อน    

  "บิ๊กแดง” ส่งขุนพลบิ๊กทหารตระเวนพบ ผบ.หน่วย 4 กองทัพ ประเดิมอีสานที่แรก กำชับต้องดูแลลูกน้องให้ดี เน้นย้ำระบบสวัสดิการ-เข้มกู้เงินตามระเบียบข้อบังคับ ยึดหลักพอเพียง ไม่ฟุ่มเฟือย เสวนา รร.เสธ.ทบ. เชื่อเหตุกราดยิงจะเกิดขึ้นได้ยากหลังจากนี้ ยกทฤษฎีความขัดแย้งไปสู่การปฏิรูป ลดความกดดันจากปัญหาโครงสร้างที่ละเลยคุณธรรม-จริยธรรมจนสังคมป่วย  

    เมื่อวันที่ 15 ก.พ. พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) สั่งการให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์กราดยิงที่ จ.นครราชสีมา พร้อมกำชับให้ตรวจสอบทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมาว่า ทางกองทัพภาคที่ 2 พร้อมเร่งดำเนินการในเรื่องดังกล่าว แต่ที่ผ่านมาตนติดภารกิจร่วมงานสวดพระอภิธรรมและร่วมงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าหน้าที่และประชาชนเหยื่อที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยในวันที่ 15 ก.พ. ตนก็มีภารกิจร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ 8 ราย ส่วนที่มีข่าวว่ากองทัพภาคที่ 2 นำแม่ของจ่าคลั่งเข้ามาช่วยฟื้นฟูเยียวยาสภาพจิตใจนั้น ตนไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้ ซึ่งก็เห็นจากที่มีข่าวเท่านั้น
    ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ.อภิรัชต์ได้เตรียมส่งทีมนายทหารระดับสูงกองทัพบกลงพื้นที่ 4 กองทัพภาค ไปชี้แจงข้อสั่งการของ ผบ.ทบ.ในทุกเรื่องที่เคยแถลงข่าวไปก่อนหน้านั้นต่อผู้บังคับกองพันและผู้บังคับการกรมทั่วประเทศ ซึ่งจะประเดิมที่แรกในวันที่ 18 ก.พ. ที่สโมสรนายทหารสัญญาบัตร มณฑลทหารบกที่ 26 (มทบ.26) จ.บุรีรัมย์ เพื่อป้องกันความสับสนและทำความเข้าใจร่วมกัน 
    อาทิ เรื่องโครงการสวัสดิการต่างๆ รวมทั้งบทบาทของผู้บังคับบัญชา และขอให้ไปเน้นน้ำนายทหารชั้นผู้น้อย ยึดหลักความพอเพียงในการดำรงชีวิต ไม่ใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือย และเน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชามีความเข้มงวดในการอนุมัติโครงการสวัสดิการต่างๆ โดยเฉพาะการกู้เงินที่ต้องเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ และต้องคำนึงถึงความสามารถในการผ่อนชำระของผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย
    รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ทั้งนี้ ในวันที่  17 ก.พ. เวลา 11.00 น. พล.อ.อภิรัชต์จะเป็นประธานลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ร่วมกับกระทรวงการคลัง ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน เพื่อดำเนินการจัดระเบียบสวัสดิการเชิงพาณิชย์ของกองทัพ โดยจะนำร่องอาคารรับรองสวนสนประดิพัทธ์ อาคาร 1 และอาคาร 2 ก่อน ซึ่งจะให้โรงแรมดุสิตธานีเข้ามาบริหารจัดการ และเริ่มในเดือน เม.ย.นี้เป็นต้นไป ขณะที่กำลังพลที่ทำงานอยู่ที่อาคารรับรองสวนสนประดิพัทธ์ อาคาร 1 และอาคาร 2 ก็จะต้องกลับไปทำงานยังหน่วยที่ตั้งต้นสังกัดของแต่ละคน
    อย่างไรก็ตาม ในส่วนของความคืบหน้าการตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกำลังพลตามนโยบาย พล.อ.อภิรัชต์นั้น ล่าสุดเผยแพร่คิวอาร์โค้ด มีการเปิดตัวศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกำลังพลออนไลน์ โดยกำลังพลกองทัพบกสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนออนไลน์ได้แล้วในวันที่ 15 ก.พ. ด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด หรือ h ttps://complain.rta.mi.th/
ทหารยิงคนเกิดอีกยาก
    พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ตามที่มีข้อมูลที่ถูกส่งต่อกันมาทางไลน์เกี่ยวกับศูนย์รับเรื่องร้องเรียนออนไลน์ของกองทัพบกนั้น เป็นข้อมูลประชาสัมพันธ์การเปิดช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนตามปกติที่กองทัพบกมีอยู่แล้ว และปรับให้สามารถเข้าถึงได้สะดวกขึ้น รวมทั้งเพิ่มช่องทางของแพลตฟอร์มทางโซเชียลมีเดียของกองทัพบก เป็นการปรับปรุงระบบร้องเรียนทางออนไลน์ให้มีความสะดวกขึ้นในการแจ้งข้อมูลมายังหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องร้องเรียน
    สำหรับการร้องเรียนของกำลังพล ถึง พล.อ. อภิรัชต์ โดยตรงยังอยู่ในช่วงของการเตรียมทดสอบระบบ เพื่อการรองรับตามเจตนารมณ์ของผู้บัญชาการทหารบก ที่มีนโยบายให้เปิดช่องทางเพิ่มเติมให้กำลังพลสามารถแจ้งความเดือดร้อนในลักษณะ ฮอตไลน์สายตรงถึงผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งการเตรียมความพร้อมขณะนี้เกือบ 100% และจะสามารถดำเนินการได้ในสัปดาห์หน้า ส่วนรายละเอียดของขั้นตอนต่างๆ รอการเตรียมการของผู้รับผิดชอบให้สมบูรณ์แล้วจะแจ้งให้ทราบ คาดว่าวันอังคารน่าจะเปิดตัวสายตรงแก้ไขปัญหาสำหรับกำลังพลกองทัพบกอย่างเป็นทางการได้
    ที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก จัดสัมมนาในหัวข้อเรื่อง ความมั่นคงกับชีวิตของผู้คนในสังคมไทยปัจจุบัน ตามโครงการพัฒนาด้านความมั่นคงศึกษาประจำปี 2563 ร่วมกับอีก 5 สถาบันการศึกษา เช่น จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ราชภัฏสวนสุนันทา พล.ต.ดิเรก ดีประเสริฐ ผู้บัญชาการโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ระบุว่า โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจาก 5 สถาบัน จัดขึ้น 2 เดือนครั้ง ซึ่งเป็นสัมมนาทางวิชาการ ไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน สถาบัน เพื่อให้มีมุมมองหลากหลายต่อยอดความมั่นของชาติต่อไป
    พล.ต.ดิเรกกล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่จังหวัดนครราชสีมา ทำให้หลายภาคส่วนตื่นตัว และในฐานะนักวิชาการกังวลต่อปรากฏการณ์นี้ และไม่เฉพาะเหตุการณ์นี้ แต่ในปัจจุบันสังคมไทยมีการใช้ความรุนแรงมากขึ้น สะท้อนว่าสังคมไทยกำลังป่วยหรือไม่  และเป็นสัญญาณอันตรายที่เตือนให้ทุกภาคส่วนต้องตระหนักถึงปัญหาความมั่นคงปลอดภัย โดยมองว่าบางครั้งกฎหมายก็อาจจะไม่ใช่เครื่องมือแก้ปัญหาความรุนแรงได้ทั้งหมด แต่ขึ้นอยู่กับการตระหนักของคนในสังคม ซึ่งที่ผ่านมาสังคมไทยมองเรื่องความมั่นคงปลอดภัยเป็นเรื่องไกลตัว และมีการใช้ความรุนแรงผ่านโลกออนไลน์ ใช้โซเชียลฯ เป็นช่องทางสร้างความรุนแรง เฟกนิวส์ จนซึมซับคนในสังคม รวมทั้งเยาวชน
    ทั้งนี้ เชื่อว่าเหตุทหารนำอาวุธปืนออกมาทำร้ายประชาชนหลังจากนี้จะเกิดขึ้นได้ยาก หรืออาจไม่เกิดขึ้นอีก โดยยกทฤษฎีทางวิชาการด้านความมั่นคงที่ชี้ว่าความขัดแย้งในสังคมนำมาซึ่งการปฏิรูปครั้งใหญ่ รวมไปการปฏิรูปกองทัพอื่นๆ ทั้งสวัสดิการเชิงพาณิชย์ของกองทัพและธุรกิจสื่อของกองทัพ เช่นเดียวกับเหตุชุมนุมทางการเมืองที่มีการมาตรการจัดการที่เข้มงวดขึ้น
กฎหมายไม่ใช่เครื่องมือ
    พล.ต.ดิเรกมองว่า สัญญาณอันตรายในสังคมที่น่ากังวลคือกลุ่มคนที่จิตอ่อนมีพฤติกรรมเลียนแบบ โดยเฉพาะเด็ก และคนที่นิยมใช้ความรุนแรงอยู่แล้ว นอกจากนั้น เหตุการณ์รุนแรงที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นกรณีศึกษาในการดูแลความปลอดภัยชีวิตคน ระงับยับยั้งเหตุรุนแรงโดยเร็ว และสร้างการตื่นตัว ตระหนักรู้ให้คนในสังคม โดยเสนอว่าสถานที่ชุมชนต้องมีระบบเตือนภัย รักษาชีวิตผู้คน ในขณะที่ลักษณะการก่อเหตุแบบกราดยิงที่เกิดขึ้นทั่วโลกก็ถือว่าเป็นอาชญากรรม ไม่ใช่การก่อการร้าย ผู้ก่อเหตุไม่มีข้อเรียกร้อง ไม่ได้ทำบนพื้นฐานความเชื่อความคิดทางการเมือง ต่อไปในแนวทางป้องกันของเจ้าหน้าที่คงต้องมีการหารือในเรื่องของยุทธวิธี เช่น การปฏิบัติในการค้นหาผู้ก่อเหตุ การเข้าถึงตัวผู้ร้ายด้วยยุทธวิธีและอุปกรณ์ต่างๆ
    ผู้บัญชาการโรงเรียนเสนาธิการทหารบกกล่าวว่า บางครั้งกฎหมายก็อาจจะไม่ใช่เครื่องมือแก้ปัญหาความรุนแรงได้ทั้งหมด แต่ขึ้นอยู่กับการตระหนักของคนในสังคม ซึ่งที่ผ่านมาสังคมไทยมองเรื่องความมั่นคงปลอดภัยเป็นเรื่องไกลตัว และมีการใช้ความรุนแรงผ่านโลกออนไลน์ ใช้โซเชียลเป็นช่องทางสร้างความรุนแรง เฟกนิวส์ จนซึมซับคนในสังคม รวมทั้งเยาวชน
    “การที่ผู้ก่อเหตุนำอาวุธปืนออกมาทำร้ายประชาชน ผมคิดว่าหลังจากนี้จะเกิดขึ้นได้ยาก หรืออาจไม่เกิดขึ้นอีก จากทฤษฎีทางวิชาการด้านความมั่นคงที่ชี้ว่าความขัดแย้งในสังคมนำมาซึ่งการปฏิรูปครั้งใหญ่ รวมไปการปฏิรูปกองทัพอื่นๆ ทั้งสวัสดิการเชิงพาณิชย์ของกองทัพและธุรกิจสื่อของกองทัพ เช่นเดียวกับเหตุชุมนุมทางการเมืองที่มีการมาตรการจัดการที่เข้มงวดขึ้น ที่สำคัญคืออย่าโทษใครว่าเป็นจำเลย เพราะทุกคนล้วนเป็นจำเลย ตอนนี้ผู้ก่อเหตุนอกจากเสียชีวิตแล้วยังถูกสังคมลงโทษ ไม่ใช่คำตอบว่าการเสียชีวิตของคน 30 คนจะแลกมาในสิ่งที่คุ้มค่า แต่เป็นการสร้างความทรงจำที่ชั่วร้าย เป็นหน้าที่ของสังคมต้องเรียนรู้และรับผิดชอบร่วมกัน ในภาวะของโลกที่มีทั้งสงครามตัวแทน  (proxy war) สงครามเสมือนจริง (virtual war) ที่ผ่านมาเราหลงลืมในเรื่องของการกล่อมเกลา ปลูกฝังคน พัฒนาแต่ด้านเทคโนโลยี มุ่งแต่ประโยชน์ ละเลยระบบจริยธรรม คุณธรรม แนวทางพระคือหิริโอตตัปปะ ไม่เฉพาะแต่ทหาร แต่หมายรวมถึงครอบครัว สังคมแวดล้อมในการสร้างคนคนหนึ่งที่เติบโตขึ้นมาในสังคม" พล.ต.ดิเรกกล่าว
    ด้าน ผศ.ดร.ศรีรัฐ โกวงศ์ อาจารย์ด้านรัฐประศาสนศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า โลกปัจจุบันอยู่ในยุคเน็ตสเตท และมีพลเมืองทางไซเบอร์ ซึ่งไม่อยู่กรอบการควบคุมของรัฐ เข้าถึงการใช้เว็บไซต์ใต้ดิน หรือ deepweb ได้อย่างอิสระ สามารถซื้อขายสกุลเงินกันโดยไม่มีการตรวจสอบการเป็นเจ้าของ ปริมาณเงิน ที่ไปที่มาได้ แต่สามารถใช้คำสั่งซื้อนั้น ไปซื้อของผิดกฎหมาย ยาเสพติด ซื้ออาวุธ ฟอกเงิน หลีกเลี่ยงภาษี แล้วมีการนำไปก่ออาชญากรรม จึงถือเป็นเรื่องที่น่ากลัวของสังคม 
แนะผุดทูตเทคโนโลยี 
    ผศ.ดร.ศรีรัฐยังกล่าวว่า ที่ผ่านมาหลายประเทศพยายามแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ซึ่งตนเสนอว่าการให้ความรู้เรื่อง digital currency รวมถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้ควรเน้นการให้ความรู้ควบคู่กับจริยธรรมและคุณธรรมด้วย ไม่เน้นความมั่งคั่ง สร้างมูลค่าอย่างเดียว นอกจากนั้น ควรมีหน่วยงานตรวจสอบควบคุม เรียกว่า REGULATORY และควรมีทูตเทคโนโลยีในการพูดคุยเจรจาเหมือนบางประเทศ แก้ไขปัญหาในเมืองสำคัญๆ ที่เป็นเว็บฯ ต้นทาง
    ขณะที่ ผศ.ดร.ธนพร ศรียากูล หัวหน้าพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย นายกสมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ความมั่นคงแห่งชาติตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ นั้น ครอบคลุมความมั่นคงทุกรูปแบบ และนิยามของภัยคุกคามตามกฎหมาย คือความรุนแรงและซับซ้อน เบื้องหลังความรุนแรงในเชิงโครงสร้าง คือเขาอาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรม คือเป็นผู้ถูกกระทำ ยกตัวอย่างปัญหาแม่น้ำโขงที่มีการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศอย่างมีนัยสำคัญ เพราะตามลำน้ำโขงเราจะพบการสร้างเขื่อนเต็มไปหมด ระดับน้ำในแม่น้ำโขงในปี 2562 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัย บุคคลที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาลุ่มน้ำโขงก็ถือว่าได้รับความรุนแรงเชิงโครงสร้างเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ลักษณะการแสดงออกความรุนแรงได้เปลี่ยนแปลงจากการทำร้ายตัวเองมาเป็นการทำร้ายสังคม ปัญหาทั้งสองเรื่องเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งเป็นความรุนแรงรูปแบบหนึ่งที่ต้องรีบแก้ไข เพื่อให้ความรู้สึกที่ถูกทับไว้คลี่คลายออกไป ทำให้ปัญหาความรุนแรงที่จะถูกแสดงออกลดทอนลงไป อย่าปล่อยให้เป็นไฟไหม้ฟาง สังคมต้องติดตามต่อไปคือสิ่งที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ประกาศไว้
     วันเดียวกันนี้ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่อง “คัดค้านการยกเว้นทหารเกษียณไม่คืนบ้านหลวงอย่างหน้าด้านๆ” ระบุว่า ตามที่ ผบ.ทบ.มีคำสั่งให้ทหารเกษียณทุกคนออกจากบ้านหลวงหรือพื้นที่หลวงในส่วนของกองทัพบกภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้นั้น
       คำสั่งนี้ก็ดูแล้วคนในสังคมไทยจำนวนมากอาจจะหัวเราะขำกลิ้ง และควรจะยี้อย่างมากๆ เพราะออกมาในรูปเลือกปฏิบัติ และมีความเหลื่อมล้ำอย่างสูง หรือไม่กล้าแตะ หรือผลประโยชน์อาจทับซ้อนกับอดีตผู้บังคับบัญชาของตนหรือพรรคพวกในรุ่นที่ใกล้เกษียณอายุ
เดินทางฟรีมีทหารรับใช้
         เนื่องจากมีการยกเว้นให้นายทหารที่ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ ซึ่งล้วนเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ มีศักยภาพทางเศรษฐกิจการคลังสูงกว่าทหารเกษียณรายอื่น และมีรายได้รายรับก็หลายเด้งหลายทาง นอกจากรับบำนาญจำนวนมาก ยังมีรายรับทั้งเงินในตำแหน่งที่ดำรงอยู่ ทั้งสวัสดิการแถวหน้า เข่น เดินทางก็ฟรี แถมยังมีบ้านพักอย่างดีให้อยู่ฟรีๆ มีทหารคอยดูแลรับใช้ ต่างจากผู้มีคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติจากอาชีพอื่นๆ ที่เกษียณแล้ว ก็ต้องออกจากบ้านหลวง มันยุติธรรมหรือไม่
         ที่สำคัญทหารเกษียณที่เป็นรัฐมนตรี เป็น ส.ว. มีอะไรเป็นข้อพิสูจน์ว่าทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติมากกว่า ดีกว่าข้าราชการเกษียณในกระทรวง ทบวง กรมอื่นบ้าง
         ถ้าคำสั่ง ผบ.ทบ.เรื่องบ้านพักกองทัพบกที่ใช้งบประมาณหลวงจากภาษีประชาชนมาสร้าง เอื้อประโยชน์กับคนเกษียณทุกอาชีพที่ทำคุณประโยชน์ต่อชาติทุกคน ก็จะเป็นข้อยกเว้นที่ดูจะไม่ค่อยเหลื่อมล้ำหรือไม่ค่อยเลือกปฏิบัตินัก เป็นคำสั่งที่ฝนตกเกือบทั่วฟ้า แต่กรณีนี้ชี้ให้เห็นโดยชัดแจ้งว่าต้องการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้มีอำนาจในขณะนี้ ทั้งๆ ที่บุคคลเหล่านี้ล้วนมีศักยภาพที่จะมีบ้านของตนเองหลายหลัง แต่กลับ “ไม่ละอาย” ที่จะยังคงขอใช้บ้านพักฟรีจากภาษีของประชาชน คนเหล่านี้ถึงแม้จะยังทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติจริง แต่จะไปหักล้างการเบียดบังบ้านหลวงคงไม่ได้ หากแต่จะถูกสังคมตำหนิว่า “หน้าด้าน” อยู่ทุกวัน ท่านยังจะคงไม่รู้ร้อนรู้หนาวต่อไปได้หรือ? ถ้าคิดผิด คิดใหม่ได้
    ที่บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้นำข้าราชการพ่อค้าประชาชนกว่า 1 หมื่นคน เดินทางไปมอบดอกไม้เป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ประกอบการภายในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช เพื่อสร้างความมั่นใจและเชิญชวนประชาชนเข้ามาใช้บริการให้มากขึ้นหลังเหตุกราดยิงส่งผลให้มีผู้ที่เดินทางมาใช้บริการน้อยลง โดยเฉพาะชั้น LG เป็นจุดที่มีการยิงปะทะกันและมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก การค้าขายในพื้นที่ดังกล่าวค่อนข้างซบเซาในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา
    ทั้งนี้ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ประกาศต่อหน้าประชาชนว่า โคราชต้องเดินหน้าต่อไป และต้องกลับมาคึกคักเหมือนเดิม ขอให้ชาวโคราชพร้อมใจกัน ช่วยเหลือกัน และผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ เพื่อให้นครราชสีมาเป็นเมืองหลวง มหานครของอีสาน มีความคึกคักและมีความปลอดภัยเช่นเดิม ซึ่งผู้ประกอบการและผู้ที่มาใช้บริการ รวมถึงคนที่ทำงานในศูนย์การค้าแห่งนี้ล้วนเป็นชาวโคราช ฉะนั้นเราต้องช่วยกันผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ และโคราชต้องกลับมารุ่งเรืองคึกคักเหมือนเดิม
ยอดบริจาค 74 ล้านบาท
    นายวิเชียรเปิดเผยถึงจำนวนยอดเงินบริจาคว่า ขณะนี้มีจำนวนมากกว่า 74 ล้านบาทแล้ว ซึ่งทางจังหวัดจะได้นำเงินบริจาคจากพี่น้องประชาชนไปช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทุกบาททุกสตางค์ และมีกำหนดการปิดรับบริจาคเงิน ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 16.00 น
    ทั้งนี้ ประชาชนสามารถร่วมบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้ที่บัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาตลาดเซฟวัน ชื่อบัญชีช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเทอร์มินอล 21 โดยจังหวัดนครราชสีมา เลขที่บัญชี 678-9-97951-4  หรือสามารถเดินทางมาบริจาคได้ที่ศูนย์ให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตบาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์คนร้ายกราดยิงประชาชน บริเวณ ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา
    สำหรับพิธีพระราชทานเพลิงศพวันนี้ 15 ก.พ.2563 มีด้วยกัน 3 ศพ โดยที่วัดหนองไผ่ ต.โพธิ์กลาง อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์ 904 เป็นผู้แทนพระองค์ในการพระราชทานเพลิงศพนางชญาภา แสงครบุรี และนางนริศรา  โชติกลาง เมรุวัดหนองไผ่ ต.โพธิ์กลาง อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมาร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพ โดยผู้เสียได้ใช้ตัวบังกระสุนของคนร้ายเพื่อให้ลูกสาวปลอดภัยจากเหยื่อจ่าคลั่งยิงกราด    
    ส่วนที่วัดสามัคคี เขตเทศบาลนครนครราชสีมา พล.อ.จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ในการพระราชทานเพลิงศพ ด.ช.รัชชานนท์ กาญจนเมธี นักเรียนโรงเรียนบุญวัฒนา โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมาร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพ โดยผู้เสียชีวิตถูกคนร้ายยิงภายในวัดป่าศรัทธารวม ต.หัวทะเล ขณะขี่จักรยานยนต์กลับบ้าน
    สำหรับ ส.ต.ท.กฤษดา การุญ ผบ.หมู่ กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กก. ต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ.บช.น. สังกัดอินทราช 26 ที่ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงเข้าที่ศีรษะ แพทย์โรงพยาบาลมหาราชเร่งผ่าตัดจนผู้ป่วยมีอาการตอบสนอง สามารถพยักหน้ารับรู้ได้ดี แต่ยังพูดตอบโต้ไม่ได้ และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ หน่วยแพทย์จึงยังต้องดูแลเฝ้าดูอาการอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
ญาติเด็กชายเศร้าสลด
    ล่าสุด วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 51 หมู่ 5 บ้านเหล่าบะดา ต.โพนบก อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ ส.ต.ท.กฤษดา การุญ อายุ 31 ปี สภาพเป็นบ้านไม้ครึ่งปูนสองชั้น พบนายสนั่น การุญ อายุ 79 ปี ผู้เป็นปู่ และนางบุญยืน จันเทพา อายุ 49 ปี น้าสาว อยู่ดูแลบ้าน ส่วน ด.ต.บุญทัน การุญ ผู้เป็นพ่ออดีต ตชด., นางผ่องศรี การุญ ผู้เป็นแม่ รับราชการเป็นครูอยู่โรงเรียนบ้านเหล่าบะดาโนนอุดม และ น.ส.อัฉริยา การุญ น้องสาว เดินทางไปเฝ้าไข้ที่โคราชตั้งแต่วันที่เกิดเหตุแล้ว
    นายสนั่นผู้เป็นปู่เปิดเผยว่า หลานชายเป็นคนเรียนหนังสือเก่ง จบชั้นประถมโรงเรียนประจำหมู่บ้าน ก็ไปต่อในตัวจังหวัดนครพนม ก่อนจะสอบติดตำรวจ ทราบข่าวว่าหลานชายถูกยิงตอนสายๆ ของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 ด.ต.บุญทันวิ่งมาบอกด้วยหน้าตาตื่นว่าหลานชายถูกยิงอาการสาหัส ทุกคนในต่างกระวนกระวายใจ ขอบารมีองค์พระธาตุพนมปกปักรักษาคุ้มครองหลาน  แคล้วคลาดปลอดภัยหายดีในเร็ววัน และยังขอบารมีองค์พระธาตุจำปา บ้านเส้าเล้า ช่วยคุ้มครองลูกหลานชาวโพนสวรรค์ให้ปลอดภัยด้วย
    ขณะที่นางบุญยืนกล่าวเพิ่มเติมว่า ทราบข่าวทีแรกตนเหมือนคนเสียสติ เดินร้องไห้ร้องเรียกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยชีวิตหลานชายด้วย เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงมาก ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้สูญเสียและผู้บาดเจ็บ ผ่านฝันร้ายนี้ไปให้ได้โดยเร็ว
    นอกจากนี้ นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรึกษาหาช่องทางช่วยเหลือครอบครัว ส.ต.ท.กฤษดา การุญ  เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้บริสุทธิ์จนกระทั่งตนเองได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ปะทะกับคนร้ายที่ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 จังหวัดนครราชสีมา จึงมีมติขอเชิญประชาชนชาวจังหวัดนครพนม และผู้มีจิตเป็นกุศลทั้งหลาย ร่วมสมทบเงินมอบแก่ครอบครัวของ ส.ต.ท.กฤษดา การุญ ผบ.หมู่ กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กก.ต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ.บช.น.
    โดยสามารถฝากเงินสมทบผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาศาลากลางจังหวัดนครพนม ชื่อบัญชี "กองทุนช่วยเหลือครอบครัว ส.ต.ท.กฤษดา การุญ" เลขที่บัญชี 679-0-14175-8 หรือมอบเงินสมทบโดยตรงที่สำนักงานคลังจังหวัดนครพนม ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัด (หลังใหม่) สอบถามเพิ่มเติมที่เบอร์โทร. 0-4251-1575, คุณสุธิษา (คลังจังหวัดนครพนม), 08-4155-6828, คุณสุจิตรา(ตุ๊กแก) 09-7308-3388 ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เบื้องต้นขณะนี้มียอดเงินกองทุนอยู่ที่ 13,062 บาท
อัยการจัดทีมช่วยเหยื่อจ่าคลั่ง
    นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยความคืบหน้ากรณีนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานช่วยเหลือญาติเหยื่อที่เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์กราดยิงโคราช ว่า นายวงศ์สกุล อสส. ได้แต่งตั้งนายสมศักดิ์ ติยะวานิช รองอัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะทำงานชุดดังกล่าว โดยมีนายพรรณพงษ์ ทนินซ้อน อธิบดีอัยการภาค 3 เป็นคณะทำงาน และเป็นหัวหน้าทีมคณะอัยการในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา คำสั่งดังกล่าวให้คณะทำงานมีภารกิจเร่งด่วนในการให้ความช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ ในการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย ร้องจัดการมรดก ร้องตั้งผู้ปกครองให้กับทายาทผู้เสียชีวิต รวมทั้งให้คำแนะนำด้านกฎหมายอย่างครอบคลุมทุกด้าน โดยกำชับให้คณะทำงาน เร่งรัดทำงานในเชิงรุก รวมทั้งการเข้าไปพบผู้ที่ได้รับความเสียหายที่บ้านในทันที
        สำหรับความคืบหน้าในเรื่องนี้ นายพรรณพงษ์ ทนินซ้อน อธิบดีอัยการภาค 3 ได้มีคำสั่งตั้งคณะทำงานย่อยเป็น 3 ทีม เพื่อเข้าปฏิบัติงานอย่างครอบคลุมและเต็มที่ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เพื่อให้บริการเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยทีมที่ 1 มีนางอำไพ ศุกระชาติ อัยการจังหวัดนครราชสีมา และ น.ส.ฐาณภัค สรวงโท อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดนครราชสีมา เป็นหัวหน้าทีม ทีมที่ 2 มี น.ส.กัญญาพัชร เกียรติแสวงสิงห์ เป็นหัวหน้าทีม และทีมที่ 3 มีนายศุพากร ชวมณีนันท์ อัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา เป็นหัวหน้าทีม โดยแต่ละทีมได้แบ่งพื้นที่รับผิดชอบในการเข้าไปให้ความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงครอบคลุมทั้งจังหวัดนครราชสีมา
    สำหรับผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บที่อยู่นอกพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา นายสมศักดิ์ ติยะวานิช รองอัยการสูงสุด ในฐานะหัวหน้าคณะทำงาน ได้มีคำสั่งให้อัยการจังหวัดและอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีในพื้นที่จังหวัดนั้นๆ เข้าไปดูแลให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนโดยทั่วถึงแล้วเช่นกัน นายพรรณพงษ์ได้สั่งทีมอัยการภาค 3 รวม 3 ชุด ลุยงานเต็มพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ 15-16 ก.พ.นี้
    นายประยุทธกล่าวอีกว่า ในการปฏิบัติงานครั้งนี้ ญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บที่ได้รับความช่วยเหลือ ต่างขอบคุณสำนักงานอัยการสูงสุดที่มีโครงการช่วยเหลือเร่งด่วนครั้งนี้ อย่าง น.ส.พัชรินทร์ วิชชุปัญญาพานิช ซึ่งเป็นน้องสาวนายสมเกียรติ วิชชุปัญญาพานิช ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว ยังกล่าวขอบคุณที่ได้รับการดูแลและได้รับบริการจากทีมพนักงานอัยการอย่างดียิ่ง ก่อนหน้านี้ นายพรรณพงษ์ได้แบ่งทีมพนักงานอัยการไปร่วมแสดงความเสียใจและไปร่วมงานศพผู้เสียชีวิตตามวัดต่างๆ อีกด้วย โดยทีมงานอัยการเราจะทำงานต่อเนื่องลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านให้ครบทุกครอบครัวที่สูญเสีย.


วันนี้ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ เป็นวันเข้าพรรษาเมื่อพูดถึงคำว่า "เข้าพรรษา"สิ่งแรกที่คนไทยแทบทุกคนนึกถึง คือ คำว่า "ทำบุญ"เรื่องบุญนั้น..........

'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'
ว่าด้วยเรื่อง"ลูกหลานจัญไร"