ผู้ต้องหาคดีม.112ยังซัด'พงศกร'อย่าเล่นการเมืองปากว่าตาขยิบบี้โชว์สปิริต


เพิ่มเพื่อน    

16 ก.พ.2563 - น.ส.จรรยา ยิ้มประเสริฐ นักกิจกรรมทางการเมือง ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 ซึ่งลี้ภัยอยู่ในประเทศฟินแลนด์ โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาว่า #ในกรณีของ พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่แม้เกษียณอายุมากว่า 4 ปีแล้ว ก็ยังคงอยู่บ้านพักสวัสดิการทหาร เป็นเรื่องที่ พล.ท.พงศกร ต้องแสดงสปิริตรับผิดชอบ มานึกถึงเรื่องนี้ พร้อมกับคิดสะท้อนถึงปัญหาใหญ่ของไทย คือระบบอุปถัมภ์เส้นสาย เพื่อนฝูง รุ่นพี่ เครือญาติ ที่ทำให้หลายคนเสียความน่าเชื่อถือไปกันนักต่อนักแล้ว

โดยเฉพาะคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการจัดวางนโยบายเพื่อกระจายความเท่าเทียมในสังคม กลายเป็นผู้ที่ถูกเรียกได้ว่า hypocrite หรือพวกปากว่าตาขยิบ หรือพวกที่กำกับคนอื่นแต่ลืมดูตัวเอง หรือจะเรียกว่าสองมาตรฐาน ก็ได้เช่นกัน มันเป็นความเคยชินของคนที่ได้เปรียบในสังคม เป็นความเคยชินกับวิถีอภิสิทธิชน จนหลงลืมที่จะตั้งคำถามทางจิตสำนึกถึงจุดแห่งการต้องแสดงสปิริต และระมัดระวังไม่ใช้ความได้เปรียบในสังคมมาแสวงหาประโยชน์ส่วนตน
แน่นอนในหมู่นายทหารมันเป็นพฤติกรรมปกติมาก และก็เป็นพฤติกรรมที่กลายเป็นธรรมเนียมประเพณี ที่ทำให้ระบบทหารตั้งแต่เริ่มต้นจนเกษียณอายุ อยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกไปตามๆ กัน ด้วยวิถี "อาวุโส" "อำนาจ" "พี่ใหญ่" ในระบบทหาร

การใช้เส้นสาย สายสัมพันธ์ และการอะลุ่มอล่วยไปกับงบทหาร หรือรายได้พิเศษต่างๆ เป็นการสมยอมที่สังคมยอมให้กับทหารมายาวนาน แค่ในเรื่องน้ำมันทหาร ก็ใช้เติมรถฟรีกันอย่างปกติ แม้แต่ในงานส่วนตัว แล้วสวัสดิการอื่นๆ อีกล่ะ ทั้งเรื่องเงินเบี้ยเลี้ยง ที่จ่ายจริงหรือจ่ายไม่จริง ก็ไม่ค่อยตรวจสอบกัน จนเมื่อนายทหารชั้นผู้น้อยร้องกันที ก็พูดถึงกันที แต่ไม่เคยตรวจสอบทั้งระบบ แล้วก็เงียบไป อีกทั้งเรื่องเงินทอนสวัสดิการเงินกู้ทหาร จนเป็นเหตุให้มีการสังหารผู้พันและประชาชนผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ไปด้วยร่วม 30 คนที่โคราช

และกรณีของ พล.ท.พงศกร เรื่องสวัสดิการบ้านพักนายทหาร ก็เป็นประเด็นปัญหาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในหมู่นายทหารกันมายาวนาน เมื่อระบบอาวุโส ผู้กุมอำนาจ มันค้ำหัวอยู่ ทำให้นายทหารที่ไปรับหน้าที่ใหม่ก็เข้าบ้านพักสวัสดิการไม่ได้ เพราะไม่รู้จะทำยังไง เมื่ออดีต ผบ. ไม่ยอมย้ายออก อยู่กันจนตาย

ดูตัวอย่าง พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ต้นแบบของการไม่ยอมแสดงสปิริต และเป็นโมเดลให้นายทหารต่างๆ ทำตามกันอย่างหน้าชื่นตาบาน ตอนนี้นายทหารที่ยึดอำนาจการปกครองในปี 2549 และ 2557 ที่ต่างก็เกษียณอายุแล้ว ก็อยู่ในบ้านพักหรูที่สร้างให้ในกองพลทหารทั่วกรุงเทพกันอย่างสุขสบายใจ สบายกระเป๋าสตางค์

การจะแก้ระบบอำนาจ "บนลงล่าง" ระบบ "อาวุโสรุ่นพี่" ที่ฝังลึกในกองทัพไทย ต้องมีคนที่มีความหนักแน่นในการจะแก้ระบบอุปถัมภ์และโครงสร้างอำนาจการบังคับบัญชา การให้คุณให้โทษ และระบบเส้นสายในกองทัพ ที่เริ่มกันมาตั้งแต่สายสัมพันธุ์รุ่นทหาร ตั้งแต่ โรงเรียนเตรียมทหาร และรุ่นในโรงเรียนเสนาธิการทหารกันมานั่นเลย

ซึ่งในกรณี พลงท.พงศกร ถ้าพรรคอนาคตใหม่จะเป็นหัวหอกในการนำแก้ปัญหาสืบทอดอำนาจของทหาร ต้องมีการให้ พลงท.พงศกร แสดงสปิริตรับผิบชอบต่อความไม่อ่อนไหวต่อปัญหา และต่อการที่ตัวเองก็เอาประโยชน์จากระบบทหารที่เป็นหนึ่งในต้นต่อปัญหาของประเทศไทย

อย่าเล่นการเมืองแบบ hypocrite (เสแสร้าง) อย่าเป็นนักการเมือง hypocrite (ปากว่าตาขยิบ) จะหยุดสืบทอดอำนาจทหาร ต้องการกันหลายปมปัญหาที่สั่งสมกันมาอย่างยาวนานในวิถีสายสัมพันธ์อำนาจทหารด้วย ต้องทำให้ระบบทหาร เป็นระบบที่แยกส่วนกันระหว่าง 1. วิถีสวัสดิการ ที่ต้องสร้างระบบให้เท่าเทียม โปร่งใส และตรวจสอบได้ และ 2. เรื่องวิถีบังคับบัญชาที่ยึดหลักการ (ไม่ใช่ยึดสายสัมพันธ์เพื่อนฝูง เช่นที่เป็นอยู่) และ 3. ที่สำคัญ สร้างระบบทหารมืออาชีพ ยกเลิกระบบทหารเกณฑ์ และเปลี่ยนปรัชญาวิถีคิดที่สั่งสอนกันมาในเรื่อง เพื่อความมั่นคงของกษัตริย์ มาสู่เพื่อความมั่นคงของประชาชน ฯลฯ ถ้าทำได้สำเร็จประเทศก็จะเดินหน้าได้
 


"ศ.ธีรยุทธ บุญมี" เผยแพร่บทความเรื่อง "เมษาชี้ชะตาประเทศ" เมื่อวาน (๓๐ มี.ค.๖๓) อ่านแล้ว..... ต้องบอกว่า "อาจารย์ธีรยุทธ" ก้าวข้ามคำว่า "นักวิชาการ" สู่สถานะ "วิญญูชน" แท้จริง!

อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก