ตายายหลาน 3ศพคาซาก!


เพิ่มเพื่อน    

  หนุ่มใหญ่ขับเก๋งพาเมียกับหลานชายไปธุระ แซงรถกระบะไม่พ้นเฉี่ยวชนจนเก๋งเสียหลักพุ่งข้ามเลน ถูกหกล้อบรรทุกดินพุ่งอัดกลางคันตายสยอง 3 ศพ อีกรายชายชราวัย 70 ข้ามทางม้าลายกลับจากใส่บาตร ถูกจักรยานยนต์ขยี้เสียชีวิต

    เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ ร.ต.อ.ยงยุทธ สะเดา สว. (สอบสวน) สภ.ย่อยเมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ "แก่นนคร 191" สภ.เมืองขอนแก่น ว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันที่ถนนเหล่านาดี เส้นทางขอนแก่นไปอำเภอพระยืน ใกล้ทางเข้าโรงเรียนขอนแก่นวิเทศศึกษา ต.บ้านหว้า อ.เมือง จ.ขอนแก่น มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพ กู้ภัยรุดไปให้การช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุบนถนนเหล่านาดี ขาเข้าเมืองขอนแก่น พบรถบรรทุก 6 ล้อ สีน้ำเงิน บรรทุกดินเต็มคันรถ หมายเลขทะเบียน 84-8052 ขอนแก่น สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ใกล้กันพบรถเก๋งยี่ห้อซูซูกิ เซียส สีดำ หมายเลขทะเบียน ขน  7306 ขอนแก่น สภาพพังยับเยินทั้งคันตกลงไปข้างทาง 
    เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวคนขับรถขนดินซึ่งได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ส่วนในรถเก๋งพบพ่อแม่ลูก 3 คน ถูกชนอัดก๊อปปี้เสียชีวิตคาที่ ทราบชื่อคนขับว่า นายอาจ วิชามูล อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 143 หมู่ 5 ต.กุดชมภู อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ส่วนภรรยาซึ่งนั่งคู่มาที่เบาะหน้า คือนางสมคิด วิชามูล สภาพศพกอดหลานชายวัย 2 ขวบ 8 เดือน ชื่อ ด.ช.เมธัส วิชามูล เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องนำเครื่องตัดถ่างงัดร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายออกมา
    นอกจากนี้ บนถนนฝั่งตรงข้ามยังมีรถกระบะขนมะละกอ ซึ่งจอดหันหน้าไปทาง อ.พระยืน สภาพด้านหน้ามีร่องรอยการเฉี่ยวชน โดยมีนายสุริยา ทองลา อายุ 40 ปี เป็นคนขับรถ และยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ 
    นายสุริยากล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถไปรับมะละกอสดที่ตลาดศรีเมืองทองในเมืองขอนแก่น พอขนมะละกอขึ้นรถเสร็จก็ขับมาตามถนนเหล่านาดี ซึ่งใช้เป็นประจำเพื่อไปส่งของที่ จ.กำแพงเพชร ถึงจุดเกิดเหตุ รถเก๋งขับแซงซ้ายมาด้วยความเร็ว ซึ่งเป็นทางช่วงคอขวด ตนจึงแตะเบรกชะลอเพื่อให้รถเก๋งแซงขึ้นไป แต่รถเก๋งแซงไม่พ้น เกิดเฉี่ยวชนที่กันชนด้านหน้ารถตน จนเสียหลักหมุนคว้างกลางถนนข้ามไปอีกฝั่ง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่รถขนดินวิ่งสวนทางเบรกไม่ทันชนเข้ากลางลำรถเก๋งอย่างจัง 
    ด้าน ร.ต.อ.ยงยุทธกล่าวว่า จะได้สอบปากคำคนขับรถบรรทุกดินซึ่งได้รับบาดเจ็บ และรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสภาพรถเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ทั้งยังได้ติดต่อประสานหาญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายมารับศพไปประกอบพิธีตามศาสนาต่อไป
    กรุงเทพฯ เวลา 06.30 น. ร.ต.อ.จำรัส เนื้อไม้ รอง สว. (สอบสวน) สน.บางขุนเทียน รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนคนเสียชีวิตบริเวณทางม้าลาย ปากซอยเอกชัย 43/3 ถนนเอกชัย แขวงและเขตบางบอน จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พบร่างนายสมพงษ์ ธูปสว่าง อายุ 70 ปี นอนหายใจรวยรินในสภาพมีบาดแผลแตกที่ศีรษะ หน่วยกู้ภัยพยายามปั๊มหัวใจ แต่เจ้าตัวทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตลง โดยมีเศษดอกไม้และพวงมาลัยกระจายเกลื่อนพื้น ส่วนรถคู่กรณีพลิกคว่ำอยู่ใกล้กัน เป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่น CBR 150 สีแดง หมายเลขทะเบียน บฉก 42 กรุงเทพมหานคร มีนายสมพงษ์ คำอินทร์ อายุ 23 ปี เป็นผู้ขับขี่ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่ง รพ.บางปะกอก 8 ไปก่อนหน้านี้ 
    สอบสวนทราบว่าผู้ตายพักอยู่ในซอยเอกชัย 43/2 จะออกจากบ้านทุกเช้าเพื่อข้ามถนนไปทำบุญใส่บาตรที่ตลาดปากซอยเอกชัย 38 ก่อนจะซื้อดอกไม้สด ธูปเทียน พวงมาลัยกลับไปที่บ้านเพื่อไหว้รำลึกถึงลูกและเมียที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ กระทั่งก่อนเกิดเหตุเป็นช่วงข้ามถนนเข้าบ้าน จู่ๆ ก็ถูกรถจักรยานยนต์ซิ่งผ่าทางม้าลายมาชนอย่างจัง ทำให้จบชีวิตลงในที่สุด เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะมอบศพให้นิติเวชทำการผ่าชันสูตร ก่อนประสานญาติไปรับศพผู้ตายมาบำเพ็ญกุศล ส่วนคนขับขี่รถจักรยานยนต์จะติดตามไปดูอาการที่โรงพยาบาลและแจ้งข้อหาตามกฎหมายต่อไป
    ปทุมธานี เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 15 ก.พ.นี้ ร.ต.อ.จตุพร สอนวิทย์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.สามโคก ได้รับแจ้งรถคว่ำไฟไหม้ มีผู้เสียชีวิต ที่ ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จึงพร้อมด้วยรถดับเพลิง อบต.เชียงรากใหญ่ 1 คัน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูไปตรวจสอบ พบรถเก๋งยี่ห้อ BMW หมายเลขทะเบียน ษธ 7118 กรุงเทพมหานคร หงายท้องล้อชี้ฟ้าถูกไฟลุกไหม้ทั้งคัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฉีดน้ำประมาณ 20 นาที ไฟจึงดับลง พบเศษกระจกรถแตกกระจาย และยังมีเสาหลักกิโลเมตรถูกชนกระเด็นมากับรถด้วย
    ตรวจสอบภายในรถ พบผู้เสียชีวิต 1 ราย สภาพถูกไฟคลอกไหม้เกรียมคาซากรถ แต่สร้อยคอทอง 1 เส้น และพระเลี่ยมทอง 1 องค์ที่ร่างผู้เคราะห์ร้ายกลับไม่ถูกไฟไหม้ ตรวจสอบพบใบขับขี่ทราบชื่อนายวีระวัฒน์ วิจิตรปรีชากุล อายุ 44 ปี อยู่บ้านหมู่ 13 ต.ไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
    จากการสอบสวนเบื้องต้นได้ข้อมูลว่า ผู้ตายเป็นวิศวกร กลับจากงานเลี้ยงที่ร้านอาหารไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ โดยผู้ตายขับรถไปส่งเพื่อน 2 คน เสร็จแล้วจะขับรถกลับบ้าน แต่ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำไฟไหม้คลอกตัวเองเสียชีวิต.
 


"ศ.ธีรยุทธ บุญมี" เผยแพร่บทความเรื่อง "เมษาชี้ชะตาประเทศ" เมื่อวาน (๓๐ มี.ค.๖๓) อ่านแล้ว..... ต้องบอกว่า "อาจารย์ธีรยุทธ" ก้าวข้ามคำว่า "นักวิชาการ" สู่สถานะ "วิญญูชน" แท้จริง!

อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก