จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?


เพิ่มเพื่อน    

          

                เห็นเขาล่ารายชื่อ.......

                คัดค้าน "ยุบอนาคตใหม่" กันครึกโครมตามโซเชียลมีเดีย

                ผมก็พลอยคึกตามไปด้วย

                อนาคตใหม่ เขาตั้งสเปกเป็นตัวแทน "คนรุ่นใหม่" แต่ใหม่ของเขา มีแต่ "รุ่นหัวหงอก"

                ประกาศว่า........

                จะเข้ามาสานงานอภิวัฒน์ประชาธิปไตยล้มล้างระบบ-ระบอบการปกครองประเทศ ต่อจาก "คณะราษฎร ๒๔๗๕"

                ไปเป็นแบบฝรั่งเศส.......

                "เสรีภาพ-เสมอภาค-ภราดรภาพ" หลังโค่นล้มระบบกษัตริย์ สถาปนาระบบประธานาธิบดีขึ้นแทน!

                ตอนเลือกตั้ง.....

                พรรคฯ กู้เงินหัวหน้าพรรค ๑๙๑ ล้าน ซึ่งการที่พรรคการเมืองกู้ยืมเงินนั้น "กฎหมายไม่อนุญาตให้ทำ" คือผิดกฎหมาย

                คนไปร้อง กกต.

                กกต.สอบสวน ตรวจสอบแล้ว พบว่า พรรคอนาคตใหม่ กู้ยืมเงินใช้เลือกตั้งจริง โดยกู้จากนายธนาธร

                ธนาธร "สารภาพ" ด้วยจำนนต่อหลักฐาน

                "ตัวเอง-พูดเอง" ต่อนักข่าวที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ และยังได้แจ้งไว้ในรายการแสดงบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.ด้วย

                "นายปิยบุตร" เลขาฯ พรรค และ กก.บห.พรรค ก็ยอมรับ

                น.ส.พรรณิการ์ โฆษกพรรค และ กก.บห.พรรค ก็ให้สัมภาษณ์ คุยปลื้มปริ่ม...

                "ทำสัญญากู้ยืมนะฮะ ประมาณ ๒๐๐..๒๕๐ ล้านบาท"

                พิธีกรถาม "ธนาธรคิดดอกเบี้ยมั้ย?"

                "คิดซีฮะ...หัวหน้าพรรคเป็นคนที่...หน้าเลือดพอสมควร"

                เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏเช่นนั้น......

                กกต.สอบสวนทวนความประจักษ์จริง ลงมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยตามข้อกฎหมาย ว่า

                กรณีพรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จำนวน  ๑๙๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท

                เป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืน มาตรา ๗๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐ หรือไม่?

                และ........

                ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ ตามมาตรา ๙๒ วรรคหนึ่ง (๓) ประกอบมาตรา  ๙๓ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐

                ขั้นตอนการทำคดี จาก กกต.ถึงศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัย ๒๑ ก.พ.ที่จะถึง

                รวมเวลา ร่วม ๑๐ เดือน!

                แล้วเป็นการเร่งรัดคดี อย่างที่คนอนาคตใหม่แหกปากตรงไหน ช้ากว่าที่ควรด้วยซ้ำ!

                ก็ให้เข้าใจขั้นตอนวินิจฉัยกันให้ชัดด้วย กกต.ร้องให้ศาลวินิจฉัย ๒ ประเด็น

                ประเด็นแรก ให้วินิจฉัยว่า.....

                "พรรคกู้ยืมเงิน เป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๗๒ ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง ๖๐ หรือไม่?"

                มาตรา ๗๒ บอกว่า..........

                "ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย"

                เมื่อศาลฯ วินิจฉัยประเด็นนี้แล้ว จึงจะไปประเด็นที่ ๒ สมมุติวินิจฉัยว่า "ไม่เป็นการฝ่าฝืน"

                ก็จบแค่นี้ ประเด็น "ยุบพรรค" ไม่ต้องพูดถึง

                แต่ถ้าศาลวินิจฉัยว่า "ฝ่าฝืน"

                ก็จะวินิจฉัยต่อในประเด็นที่ ๒ ที่ กกต.ร้องให้ยุบพรรค ตามมาตรา ๙๒ วรรคหนึ่ง (๓) ประกอบมาตรา ๙๓ ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง ๖๐

                มาตรา ๙๒ บอกว่า........

                เมื่อคณะกรรมการมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น

                ก็จะเห็นว่า ด้านข้อเท็จจริง "มันจบแล้ว..นาย"

                เพราะจำเลยทั้งสารภาพทั้งจำนนต่อหลักฐาน

                จึงเหลือเพียงด้าน "ข้อกฎหมาย" เท่านั้น ที่ศาลฯ จะวินิจฉัย

                เหตุนั้น ไม่จำเป็นต้องไต่สวนพยานอีก ที่นายปิยบุตรยกมาตะแบง นั่นแค่แท็กติกยื้อเวลา

                ควรเข้าใจอีกอย่าง..........

                ที่ กกต.ร้องนี้ ว่าด้วยความผิดพรรคกู้ยืมเงิน มีผลเฉพาะพรรค และ กก.บห.พรรคเท่านั้น

                ส่วนผู้ให้กู้ยืม คือนายธนาธร เป็นเรื่องที่ กกต.ต้องส่งให้ ป.ป.ช.พิจารณาชี้มูล ส่งฟ้องศาลเป็นคดีอาญา ซึ่งมีโทษคุก

                ซึ่งก็อีกนั่นแหละ......

                ขึ้นอยู่กับผลวินิจฉัยวันที่ ๒๑ ก.พ.ด้วย ว่าฝ่าฝืนหรือไม่ฝ่าฝืน คือถ้าไม่ฝ่าฝืน "ธนาธรปล่อยกู้" ก็ไม่มีความผิด

                สรุป........

                ศุกร์ ๒๑ กุมภายังไม่มีใครรู้ แม้กระทั่งแต่ละตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเอง ก็ยังไม่รู้ ว่าที่พรรคฯ กู้ยืมนั้น ฝ่าฝืนมาตรา ๗๒ หรือไม่?

                ที่พูดกันว่า ตอนนี้ มติใส่อยู่ในซองพร้อมอ่านวันที่ ๒๑ กุมภานั้น ไม่จริง!

                ท่านนัดฟังคำวินิจฉัย ตอน ๑๕.๐๐ น.

                หมายความว่า เช้าจนบ่าย เป็นช่วงคณะตุลาการฯ จะประชุมอภิปรายกัน

                คำว่า "เงินกู้ยืม" มันเชื่อมโยงไปถึงข้อกฎหมายอีกหลายมาตราซึ่งต้องตีความกัน เมื่ออภิปรายจนได้ข้อสรุปแล้ว นั่นแหละ ถึงจะลงมติ

                จะรู้กันตอนนั้น "ด้วยเสียงข้างมาก" พรรคกู้ยืมเงิน "ผิดหรือไม่ผิด"!

                เนี่ย.......

                ที่ผมจ้ำจี้-จ้ำไชซ้ำซาก ด้วยเหตุผลเดียว

                ทุกวันนี้ มีอาจารย์ นักวิชาการกลุ่มหนึ่ง "ยิ่งเรียน-ยิ่งโง่, ยิ่งโต ยิ่งเป็นควาย"

                แทนที่จะวางตัวให้สมกับความเป็นครู-เป็นอาจารย์ คิดเห็นอย่างไร เป็นเรื่องหนึ่ง

                แต่การกระทำ..........

                ควรเอื้อเฟื้อ ต่อ "กฎระเบียบ-กฎกติกา-กฎหมายบ้านเมือง-ขนบธรรมเนียม-แบบแผน-วัฒนธรรม-ประเพณี" ให้เป็นแบบอย่างสังคม

                ชาญวิทย์ หัวโจกล่ารายชื่อ "คัดค้านยุบอนาคตใหม่" นั่นก็จะ ๘๐

                นายนิธิ ก็ ๘๐ นาย ศ.ก็จะ ๙๐ อาจารย์คนอื่นๆ แต่ละคนก็ ๔๐-๕๐ ขึ้นไปทั้งนั้น

                ไม่มีความคิดกันเลยหรือว่า.......

                การใช้ความเป็นอาจารย์ อิงแอบชื่อสถาบันศึกษา หวัง "กดดัน-ข่มขู่" ศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยคดียุบพรรคอนาคตใหม่ไปในทางตัวเองต้องการ นั้น

                มันน่าละอาย คนถ่อย-คนเถื่อน เขายังไม่ทำกันอย่างนี้

                หัว-ชูเป็นประชาธิปไตย แต่หาง-ลากเลื้อยเหมือนเหี้ย ความรู้น่ะ มี...........

                แต่ตัณหา-โมหะบังตา แยกควรแค่ไหน-ไม่ควรแค่ไหนไม่ออก

                กฎหมายไม่ต้องเคารพก็ได้ แต่ต้องเอื้อเฟื้อ การไม่เอื้อเฟื้อกฎหมาย บ้านเมืองมันจะอยู่กันได้อย่างไร?

                "ศาล-ตุลาการ" ไม่ใช่ผู้เขียนกฎหมายขึ้นใช้เอง

                ตุลาการในระบบศาล มีหน้าที่ตีความกฎหมายและใช้บังคับกฎหมายเข้ากับข้อเท็จจริงแต่ละคดี

                "สภาผู้แทนราษฎร" ที่พรรคอนาคตใหม่เข้าไปนั่งอยู่ด้วย นั่นตะหาก.....

                เป็นผู้มีอำนาจ "ออก-ยกเลิก-แก้ไขกฎหมาย" ให้ตุลาการนำไปบังคับใช้กับคนทั้งแผ่นดิน

                ต้องการแบบไหน อนาคตใหม่ ก็ไปใช้อำนาจ-ใช้สิทธิ แก้หรือเขียนใหม่ในสภาซี

                เขียนผ่านเป็นกฎหมายออกมาว่าไง เวลาตัดสิน ศาลท่านก็จะใช้บังคับไปตามนั้น

                อย่างสร้างตัวอย่างเลว "กดดัน-ข่มขู่" ศาล อย่างที่ทำกันตอนนี้

                อ้างกำปั้นทุบดิน "ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน" ถ้าเกิดประชาชนไปบ้องหูพวกแก่ตัณหากลับแล้วอ้างบ้างล่ะ จะว่าไง?

                ความเป็นใหญ่ของประชาชนนั้น ใช้ให้ถูกตามกติกา ใหญ่นั้น จึงจะเป็นใหญ่ ถูกทั้งธรรม ทั้งประชาธิปไตย

                แก่ใกล้ตายกันแล้ว เข้าใจใช่มั้ย?

                ระบอบประชาธิปไตย ระบบเลือกตั้ง นั้น ประชาชนแต่ละคน "มอบความเป็นใหญ่" ผ่านตัวแทน คือเลือก ส.ส.ให้ไปทำหน้าที่แทนในสภา

                ไม่ใช่มาปลุกระดม "ข่มขู่" ศาลในโซเชียลมีเดียแบบนี้

                จะเป่าตูดธนาธรให้เป็น "อัศวินควายส้ม" งั้นเรอะ?

                เลียนแบบทักษิณ ตอนศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินคดีซุกหุ้น เมื่อปี ๒๕๔๔ ใช่มั้ย?

                ตอนนั้น ทั้งพรรคไทยรักไทย ทั้งปัญญาชน เอ็นจีโอ คนใหญ่-คนโต กลุ่มธงเหลือง ล่ารายชื่อเป็นล้านๆ กดดันศาลฯ ไม่ให้ตัดสินทักษิณผิด

                ยกทักษิณเป็น "อัศวินควายดำ" อ้างมาจากเลือกตั้ง เหมือนที่พวกอนาคตใหม่อ้างตอนนี้เปี๊ยบ

                แล้วด้วยเสียง ๘:๗ ก็ให้ทักษิณไม่ผิดจริงๆ จนเป็นรอยด่างมาถึงทุกวันนี้

                ตุลาการฯ ๑ ใน ๘ ท่านหนึ่ง อย่าเอ่ยชื่อเลย ที่วินิจฉัยว่าทักษิณไม่ผิด หลังการวินิจฉัยของท่านถูกแฉ ให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่งว่า

                ".......ผมก็ตัดสินของผมโดยยึดหลักประชาธิปไตยและหลักรัฐศาสตร์ว่า นายกฯ ทักษิณไม่ได้มีความผิด

                สาเหตุที่ผมตัดสินแบบนี้ ก็เพราะผมเห็นแล้วว่าประชาชนเขาพร้อมใจกันเทคะแนนเสียงให้ไทยรักไทย ๑๑ ล้านเสียง

                นี่คือเสียงสวรรค์ของประชาชนที่พร้อมใจกันเลือก พ.ต.ท.ทักษิณให้เป็นนายกรัฐมนตรี

                แล้วตุลาการศาลรัฐธรรมนูญสิบกว่าคนจะมาไล่เขาลงจากตำแหน่งได้อย่างไร

                วันนั้น ถ้าศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าทักษิณผิด ป่านนี้คุณรู้ไหมจะเกิดอะไรขึ้น

                คุณเห็นพลังประชาชนที่มาให้กำลังใจนายกฯ ทักษิณวันมาชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญไหม

                ขนาดกล้านรงค์ ยังต้องหลบออกประตูหลังศาลรัฐธรรมนูญ

                ถ้าศาลรัฐธรรมนูญไล่เขาออก ป่านนี้ศาลรัฐธรรมนูญถูกเผาไปตั้งแต่วันตัดสินคดีไปแล้ว"

                เนี่ย.....

                พวกปัญญาชนชาญวิทย์ ที่ทำ...เจตนาหวังให้เป็นแบบนี้ใช่มั้ย?    

 


รู้แหละว่า "กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน" ช่วงนี้หนักหน่อยก็เห็นใจและซาบซึ้งแต่พลันที่ "นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน" ถือโอกาสออกมา ขอเดือนละ ๕,๐๐๐ เป็นเวลา ๖ เดือนให้พวกเขาบ้าง ......ขนลุก!

"เงินหมุนไป-ไหนล่ะงาน?"
ต่ำใต้ในหล้า"บทศึกษาไทย"
"ถอยเพื่อรุกในแนวรบโควิด"
ข่าวดี "ลุงยง" ถึงคนไทย
ประเทศไทย 'ยังไงๆ ต้องรอด'
เคอร์ฟิว "เซฟก่อนตายจริงๆ"